
ศิลป์แห่งแผ่นดิน : บทกวีในสวนของเด็กๆ
23 ก.พ. 2557
ศิลป์แห่งแผ่นดิน : บทกวีในสวนของเด็กๆ : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ
กิจกรรม “กวีในสวนครั้งที่ 6” ณ ห้องสมุดเด็กสวนรัชดานุสรณ์ เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2557 ผ่านไปอย่างสวยงาม สนุก รื่นรมย์และได้การได้งาน
คุณสุมาลี สุวรรณกร ผู้ผ่านประสบการณ์การจัดกิจกรรมด้านวรรณกรรมและศิลปะ วัฒนธรรม มาโชกโชน ได้เชิญผมไปเป็นวิทยากรสอนเด็กๆ เขียนหนังสือ
แล้วเด็กๆ ก็เขียนออกมาได้สวยงาม ไม่ใช่เพราะวิทยากรเก่งหรอกครับ แต่เพราะการเขียนเป็นเรื่องไม่ยาก ถ้าทำให้มันเป็นเรื่องง่าย ก็แค่เขียนตามที่ตนรู้สึกนึกคิด เขียนเพราะมีเรื่องที่อยากจะบอก บอกไปตามที่ใจอยากจะบอกอยากจะเล่า
เมืองขอนแก่น ได้ตั้งสัญลักษณ์ของเมืองว่า เป็นเมืองแห่ง “ดอกคูนเสียงแคน” ทำให้นึกถึงเพลง “ฮักสาวขอนแก่น” ของ “พนม นพพร” ... “ไปทั่วแคว้นแดนอิสาน ไปเที่ยวงานพื้นบ้านเป็นหมอแคน หนุ่มหมอลำลำเต้ยงานขอนแก่น เป็นหมอแคนเที่ยวเป่าแคนนำ..”
ทราบว่าทางขอนแก่นได้พยายามทำให้ฉายาเมืองดอกคูนเสียงแคน ได้ปรากฏเป็นรูปธรรมขึ้นมา มีการสร้างประติมากรรมแคนยักษ์ มีการรณรงค์ให้ปลูกต้นคูน... ถ้าจะให้ครื้นเครงควรส่งเสริมให้โรงเรียนระดับประถม มัธยม มีวงดนตรีแคน วงดุริยางค์แคน และก็ต้องช่วยกันปลูกไผ่แคนไว้ให้มากๆ
กิจกรรม “กวีในสวน” จัดขึ้นที่ห้องสมุดเด็กสวนรัชดานุสรณ์ ซึ่งเป็นห้องสมุดที่น่ารัก น่ารื่นรมย์ น่าพาเด็กๆ มาอ่านหนังสือ มาพักผ่อน ควรอย่างยิ่งที่ต้องบริหารจัดการให้ถึงประโยชน์
ช่วยกันทำให้ “การเขียน” เป็นเรื่องง่ายที่ใครก็เขียนได้ แบบใครใคร่เขียนเขียน การเขียนคือ การสื่อสารวิธีหนึ่งเหมือนการพูด เพียงแต่พูดด้วยตัวอักษร
“การอ่านหนังสือ คือ การอ่านความคิดคนอื่น การเขียนหนังสือ คือ การอ่านความคิดตัวเอง” ใครบางคนกล่าวไว้
เขียนบ่อยๆ ก็คือได้อ่านความรู้สึกนึกคิดตนเองจนเป็นนิสัย นี่แหละคือความหมายเชิงลึกของการอ่าน นั่นคือการอ่าน (หนังสือเล่มที่ชื่อ) ตนเอง
การส่งเสริมการอ่านโดยไม่ส่งเสริมการเขียนให้เข้มข้นนั้น เท่ากับไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงของการอ่าน
เด็กๆ เยาวชน ลูกหลานชาวขอนแก่น จากหลายโรงเรียน รวมทั้งคุณครูได้มาร่วมกิจกรรมกวีในสวน ผมในฐานะวิทยากรเป็นเพียงผู้ชวนคิดชวนเขียน เด็กๆ แต่ละคนมีเรื่องอยู่ในหัว มีประสบการณ์ชีวิตอยู่ในตัว มีถ้อยคำอยู่ภายใน ปัญหาคือ ทำอย่างไรให้เขารู้สึกว่า การเขียนนั้นเป็นเรื่องการสื่อสารตามปกติ ไม่ใช่เรื่องเฉพาะมนุษย์พันธุ์พิเศษที่ได้รับพรจากสวรรค์
ลองอ่านถ้อยคำของเด็กๆ ดูนะครับ
“ความรักของฉันนั้นยิ่งใหญ่ สุดแสนกว้างไกลยิ่งใหญ่เกินค่า”
(เด็กหญิงชนกนันท์ ขยันเอี่ยม โรงเรียนเทศบาลบ้านหนองใหญ่)
“หนูคิดถึงบ้าน จากนานเกินไป กลับมาสุขใจ สดใสขึ้นเยอะ”
(เด็กหญิงสุภารัตน์ นาคพะเนา โรงเรียนเทศบาลบ้านหนองใหญ่)
“เสียงของอีกา ท่ามกลางทุ่งนา มันร้องกากา อยู่บนหลังควาย”
(เด็กหญิงณีรณุช หงส์อาจ นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนเทศบาลบ้านหนองใหญ่)
“นึกนึกนั่งฝัน รอวันสดใส ความหวังที่ใฝ่ ดูไร้ความจริง
ครุ่นคิดถึงฝัน สวยงามเพริศพริ้ง หวนมองความจริง ทุกสิ่งมืดมน”
(ฤทธิไกร นาห้วยนาค ม.6 โรงเรียนกัลยาณวัตร ขอนแก่น)
“วันใดที่ท้อ แม่พ่อเคียงข้าง ทั้งสองท่านต่าง อยู่ข้างเคียงเรา
ชีวาสุขี มิมีโศกเศร้า อบรมกล่อมเกลา เพื่อลูกสุขใจ”
(พิจิตรา วรรณคำ ม.4 โรงเรียนกัลยาณวัตร ขอนแก่น)
“วันภาษาไทย ยิ่งใหญ่มากนัก เราควรรู้จัก รู้รักภาษา
พวกเราคนไทย ใส่ใจปรีดา เชิดชูบูชา ภาษาไทยเอย”
(นภัสสร รี ม.6 โรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย)
“วันว่างห่างงาน รำคาญยิ่งนัก อยู่บ้านผ่อนพัก สักนิดผ่อนคลาย
หยิบหนังสืออ่าน ผ่านตาดีหลาย กลอน 4 ท้าทาย หมายลองเขียนดู”
(วิภาพร ชัยกันติน ป.6 โรงเรียนเทศบาลบ้านโนนหนองวัด)
อ่านแล้ว “มีอะไร” ไหมครับ ครับ...อ่านแล้วไม่มีอะไร ถ้าหากคาดหวังว่าจะต้องมีอะไรที่เราอยาก หรือคาดหวังให้มี แต่ที่มีแน่ๆ ก็คือ มีถ้อยคำที่ถ่ายทอดออกมาจากความรู้สึกนึกคิดของเขาเองโดยอิสระ ดีกว่าถ้อยคำที่ดูเหมือนว่ามีอะไรแต่ไม่ได้มาจากตัวเขาเอง
ครูบาอาจารย์ภาษาไทยควรช่วยกันทำให้การเขียนเป็นเรื่องง่ายๆ ปกติธรรมดา ให้ความสำคัญกับกระบวนการทางความรู้สึกนึกคิดให้มาก เพราะการจับปากกาขึ้นมาเขียนนั้น เป็นเพียงขั้นตอนสุดท้ายของการเขียน
สมควรที่ผู้ใหญ่ทั้งหลายจะได้ช่วยกันส่งเสริมให้มีกิจกรรมด้านการเขียนให้มากขึ้น เพราะการเขียนก็คือ “การอ่าน” ในอีกมิติหนึ่ง การเขียนคือ การอ่านภายในอย่างใคร่ครวญ ไตร่ตรอง อย่างพิจารณา ทำให้เกิด “วิจารณญาณ”
กลับจากกิจกรรม “กวีในสวน” ด้วยความสุขและความหวัง ไม่ใช่เพราะเด็กๆ ขอนแก่นเขียนได้ แต่เพราะเด็กๆ ได้เขียน สักวันจะเขียนได้ดี วันนี้ดีที่ได้เขียน เขียนกันต่อไปให้เป็นเรื่องปกติธรรมดานะเด็กๆ
-----------------------
(ศิลป์แห่งแผ่นดิน : บทกวีในสวนของเด็กๆ : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ)



