ไลฟ์สไตล์

สกว.ร่วมพัฒนาบุคลากรเอสซีจีลำปางพี่เลี้ยงวิจัยท้องถิ่น

สกว.ร่วมพัฒนาบุคลากรเอสซีจีลำปางพี่เลี้ยงวิจัยท้องถิ่น

22 ก.พ. 2557

เปิด '๖วัสสา วิจยะท้องถิ่น' สกว.ร่วมพัฒนาบุคลากรเอสซีจีลำปาง เป็นพี่เลี้ยงงานวิจัยพัฒนาชุมชนท้องถิ่น

         ๒๒ก.พ.๒๕๕๗ ศ. นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และนายสุรชัย นิ่มละออ กรรมการผู้จัดการบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ลำปาง) จำกัด ร่วมกันลงนามบันทึกความร่วมมือเพื่อสนับสนุนงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น ณ อาคารเอนกประสงค์ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ลำปาง) จำกัด เพื่อพัฒนาเครื่องมืองานวิจัยเพื่อท้องถิ่นให้เป็นรูปแบบที่เหมาะสม ตอบโจทย์และเป้าหมายทั้งของชุมชนและบริษัทฯ สามารถแก้ไขปัญหาเพื่อพัฒนาสู่ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืนต่อไป

         หลังจากความร่วมมือในครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๕๓-๒๕๕๖ บรรลุเป้าหมายร่วมกันในอันที่จะถ่ายทอดเครื่องมือและกระบวนการงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นให้พนักงานบริษัทฯ สามารถใช้เครื่องมืองานวิจัยเพื่อท้องถิ่นในการปฏิบัติงานสร้างความเข้มแข็งให้เกิดกับชุมชนรอบ ๆ โรงงาน ทำให้เกิดความร่วมมือในครั้งที่สองซึ่งมีระยะเวลาดำเนินการ ๕ ปี เพื่อเป้าหมายในการสร้างการเรียนรู้ในการพัฒนาบุคลากรของบริษัทฯ ผ่านกระบวนการฝึกปฏิบัติเป็นพี่เลี้ยงกระบวนการวิจัยเพื่อท้องถิ่นให้สามารถดำเนินงานวิจัยให้สอดคล้องตามพันธกิจของหน่วยงานได้ สามารถเป็นพี่เลี้ยงหรือหนุนเสริมโครงการพัฒนาของบริษัทฯ ตามนโยบายการทำงานสร้างความรับผิดชอบต่อสังคม ตลอดจนสร้างรูปแบบกระบวนการใช้เครื่องมืองานวิจัยเพื่อท้องถิ่นที่เหมาะสมกับบริษัทฯ เพื่อสร้างท้องถิ่นให้แก้ไขปัญหาเชิงบูรณาการของชุมชนตนเองได้ ทั้งนี้ความร่วมมือกับบริษัทในเครือปูนซิเมนต์ไทยนับเป็นภาคเอกชนรายแรกที่ทำงานสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกับ สกว. ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในอนาคตจะขยายความร่วมมือไปยังบริษัทอื่น ๆ ในเครือทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ

         นอกจากนี้ผู้อำนวยการ สกว. ยังได้เป็นประธานเปิดการประชุม “๖ วัสสา วิจยะท้องถิ่น: วิชาการรับใช้สังคมสู่การใช้ประโยชน์ทางการศึกษา” ณ มหาวิทยาลัยเนชั่น จังหวัดลำปาง ซึ่งจัดขึ้นโดยศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นจังหวัดลำปางภายใต้การสนับสนุนของ สกว. เพื่อประมวลชุดความรู้สู่การสังเคราะห์ ๖ ปีวิชาการท้องถิ่น อันเป็นกลไกสำคัญที่จะนำไปสู่การสร้างตัวคูณของเครือข่ายนักวิชาการที่กำหนดโจทย์วิจัยและการตั้งคำถามร่วมกับชุมชน นัยหนึ่งคือการขยายฐานของงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นเพื่อสร้างประโยชน์ทางการศึกษา ทั้งที่เกี่ยวข้องกับงานบริการวิชาการ งานการเรียนการสอน งานวิจัย และที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับบุคลากรทางการศึกษาทั้งในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน อุดมศึกษา และการศึกษานอกระบบในพื้นที่จังหวัดลำปาง แพร่ พะเยา โดยคาดหวังให้ชุดความรู้ที่ได้นี้เป็นการจุดประกายบทเรียนของการทำงานด้านการศึกษาเพื่อนำไปสู่แนวทางของการปฏิรูปการศึกษาในอนาคต

         ผู้อำนวยการ สกว. ได้ปาฐกถาเรื่อง “วิชาการรับใช้สังคมสู่การใช้ประโยชน์ทางการศึกษา” ว่ายุทธศาสตร์การสนับสนุนงานวิจัยของ สกว. ต่อการวิจัยท้องถิ่นมีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน โดยในทศวรรษที่สองของงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นซึ่งส่งเสริมให้ชาวบ้านในชุมชนเป็นนักวิจัยจนถึงบัดนี้มีมากกว่า ๑ หมื่นคน กระบวนการหลักของงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น คือ การสร้างและพัฒนาคนผ่านกระบวนการวิจัย ชุมชนท้องถิ่นมีปัญหามากมายที่รอรับการแก้ไข เราต้องสร้างนักวิจัยในชุมชนท้องถิ่นเพื่อให้มีความสามารถในการแก้ปัญหาของชุมชนด้วยตัวเอง เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาชุมชนเช่นเดียวกับการผลิตบัณฑิตในมหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนาประเทศ โดยยึดหลักการสำคัญ ๓ ประการ ได้แก่ โจทย์วิจัยจากชุมชน นักวิจัยชาวบ้าน และชุมชนต้องเป็นผู้รับประโยชน์จากงานวิจัยนั้น ผ่านกระบวนการของพี่เลี้ยงและนักวิชาการในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ แต่สิ่งสำคัญคือการให้ชุมชนและชาวบ้านเป็นนักวิจัยเพื่อสร้างงานวิจัยจนเกิดเป็นองค์ความรู้ใหม่ของชุมชน อันเกิดเป็นนวัตกรรม ทรัพย์สินทางปัญญา และนโยบายที่เกิดขึ้นจากงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นตลอดระยะเวลา ๑๕ ปีที่ผ่านมาขึ้นกับการนำองค์ความรู้ใหม่นั้นไปใช้ ทั้งนี้ขอให้บูรณาการการสร้างองค์ความรู้ใหม่ให้เข้มข้นผนวกกับกระบวนการพัฒนาเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์แบบและสร้างนักวิจัยที่เข้มแข็ง

         พลังสำคัญที่เกิดขึ้นจากการวิจัยเพื่อท้องถิ่น คือ นักวิจัยชาวบ้านมีมิติความสามารถในการแก้ไขปัญหาและการเติบโตในวิชาชีพมากขึ้น ทั้งการเป็นผู้บริหารท้องถิ่นหรือมีการศึกษาสูงขึ้น สิ่งที่มหาวิทยาลัยไทยดำเนินการคือ การนำความรู้ตะวันตกมาแปลงสารถ่ายทอดสู่นักศึกษา ทำให้ไม่สามารถตอบสนองต่อโจทย์ระดับท้องถิ่นอย่างแท้จริง ดังนั้นมหาวิทยาลัยจะต้องทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่นซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมากในบางพื้นที่ แต่สำหรับจังหวัดลำปางเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่เครือข่ายวิชาการในพื้นที่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและก้าวออกจากรั้วมหาวิทยาลัยมาทำงานร่วมกับชุมชน เป็นตัวเสริมแต่งให้เห็นชีวิตจริงของชุมชนท้องถิ่นและประเทศ ทั้งนี้กระบวนการทำงานของนักวิชาการในการทำงานร่วมกับท้องถิ่นนั้น ในความคิดดั้งเดิมของนักวิชาการมักถือว่าตัวเองมีความรู้เข้มข้นและมีศักยภาพสูงกว่าชุมชนท้องถิ่น แต่ในความเป็นจริงบางครั้งชาวบ้านและชุมชนก็มีความรู้มากกว่า การเข้าไปในชุมชนท้องถิ่นจึงต้องเปลี่ยนแนวคิดให้มีการทำงานในลักษณะหุ้นส่วนที่มีความเท่าเทียมกัน ทั้งสองฝ่ายทำงานเกื้อหนุนด้วยกันด้วยศักดิ์ศรีที่เท่าเทียมกัน เป็นเพื่อนกัน มีความอ่อนน้อมถ่อมตน ปราศจากมายาคติ มหาวิทยาลัยจะเกิดการเปลี่ยนแปลงเพื่อเรียนรู้ชุมชนท้องถิ่น และนำข้อมูลกลับมาเปลี่ยนแปลงมหาวิทยาลัยในมิติของอาจารย์ นักศึกษา บุคลากร หลักสูตร และโครงสร้าง จึงอยากเชิญชวนผู้บริหารมหาวิทยาลัยให้คิดถึงเสน่ห์ของการทำงานร่วมกับชุมชนและออกไปทำงานพัฒนาชุมชนมากขึ้น โดยบูรณาการกับหลักวิชาการในทางสายกลาง

         ด้าน ผศ. ดร.พงษ์อินทร์ รักอริยะธรรม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเนชั่น จังหวัดลำปาง กล่าวระหว่างการแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงนโยบาย “ทิศทางของงานวิชาการเพื่อตอบสนองต่อท้องถิ่น” ว่ามหาวิทยาลัยมีเป้าหมายในการผลิตบัณฑิตเพื่อยกระดับการพัฒนาองค์กรและประเทศ วิชาการรับใช้สังคมจึงเป็นเรื่องสำคัญรวมถึงการใช้ประโยชน์ทางการศึกษาทั้งระดับโครงสร้าง การเรียนการสอน การบริการวิชาการ และการสร้างประโยชน์ในการบริการท้องถิ่นด้านต่าง ๆ ทั้งนี้ต้องมีการปลดล็อคโครงสร้างสถาบันให้ไฟเขียวอาจารย์ออกไปทำงานวิจัยร่วมกับชุมชน โครงสร้างหลักสูตรควรทำความเข้าใจอย่ายึดติดในกรอบเพื่อให้สามารถเชื่อมสู่การรับใช้สังคมได้ และนำความรู้มาบูรณาการกับการเรียนการสอน รวมถึงการตั้งกรอบวัดตำแหน่งทางวิชาการให้แตกต่างจากหลักสากลโดยให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งสถาบันและชาวบ้านได้รับการยอมรับ เพราะฐานรากเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องได้รับการพัฒนา ตลอดจนการประเมินตัวชี้วัดที่ท้องถิ่นของ สมศ. และ สกอ. ด้วย

         ในโอกาสนี้ผู้อำนวยการ สกว.และคณะ ได้เดินทางไปรับฟังการนำเสนอผลกระทบจากผลงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นสู่การจัดการทรัพยากร ด้านดิน น้ำ ป่า พลังงาน รวมถึงการจัดการหนี้สินของชุมชน และชมพื้นที่ป่าต้นน้ำและการจัดการพลังงานทดแทนของชุมชนบ้านสามขา อีกทั้งลงพื้นที่เรียนรู้ชุมชนบ้านสาสบหก เพื่อดูผลกระทบจากผลงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นสู่การจัดการทรัพยากรและชุมชนเข้มแข็ง ตลอดจนดูผลกระทบงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นสู่การจัดการอาหารเพื่อสุขภาพ อาหารปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ และชุมชนเข้มแข็งที่ชุมชนบ้านแป้นใต้