ไลฟ์สไตล์

กระเป๋ารถเมล์เสี่ยงโรครุมมะเร็งปากมดลูก

กระเป๋ารถเมล์เสี่ยงโรครุมมะเร็งปากมดลูก

21 ก.พ. 2557

พบ 'กระเป๋ารถเมล์-พนักงานขับรถ' ขสมก. ปัญหารุมเร้าเครียดสูง เสี่ยงโรครุม มะเร็งปากมดลูก

             21ก.พ.2557 ปัญหาการทำงานเกินเวลาของพนักงานเก็บค่าโดยสารและพนักงานขับรถโดยสารประจำทางองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) ซึ่งเกิดจากความไม่เพียงพอของอัตราพนักงาน ประกอบกับสถานีรถปลายทางไม่มีห้องสุขา ส่งผลให้พนักงานจำนวนมากเจ็บป่วยเรื้อรัง จนกระทบต่อคุณภาพชีวิตนั้น

             สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ และมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ร่วมกันจัดเวทีเสวนา "เปิดเผยชีวิตพนังงานผู้หญิง ขสมก." พร้อมกับรายงานผลสำรวจคุณภาพชีวิตพนักงานหญิงในองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) ซึ่งส่วนใหญ่ประสบปัญหาการทำงานและปัญหาสุขภาพ จากการต้องทนทำงานเกินเวลาติดต่อกันเป็นระยะเวลานานหลายปี

             นางชุติมา บุญจ่าย เลขาธิการสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ เปิดเผยว่า ปัจจุบันคุณภาพชีวิตของพนักงานเก็บค่าโดยสารและพนักงานขับรถ ขสมก. กลายเป็นปัญหาสำคัญที่ไม่ได้รับการดูแลอย่างจริงจังจากฝ่ายบริหาร ซึ่งผลกระทบและปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้น เป็นผลมาจากการทำงานเกินเวลา โดยจากการสำรวจคุณภาพชีวิตพนักงานหญิง ขสมก. จำนวน761 คน อายุ20 ปีขึ้นไป ระหว่างวันที่ 1 ธ.ค. 2556 ถึงวันที่ 31 ม.ค. 2557 ซึ่งส่วนใหญ่ปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานเก็บค่าโดยสารและพนักงานขับรถ พบว่า เกือบครึ่งหรือ 43.3% ต้องทำงานล่วงเวลาเกิน 2ชั่วโมงต่อวัน สาเหตุเกิดจากความไม่เพียงพอของอัตรากำลังพนักงานและจำนวนรถที่ค่อนข้างจำกัด ทำให้ต้องเดินออกรถวิ่งให้บริการประชาชนหลายรอบในแต่ละวัน ประกอบกับสภาพการจราจรที่ติดขัดทุกเส้นทาง ทำให้เฉลี่ยแล้วพนักงานส่วนใหญ่ต้องทนทำงานเกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน

             นางชุติมา กล่าวว่า นอกจากนี้ผลสำรวจยังพบว่า กลุ่มตัวอย่างกว่า 94.3% เกิดความเครียดจากปัญหารถติด เพราะต้องอยู่บนรถเมล์และบนท้องถนนเป็นเวลานาน 93.3% มีอาการเหนื่อยจากการทำงานหรือเดินทาง 90.9% มีปัญหากล้ามเนื้ออักเสบและกล้ามเนื้ออ่อนแรง 90.3% ชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานไม่มีเวลาพักผ่อน ทั้งนี้นอกจากปัญหาข้างต้นจะทำให้เกิดความเครียดสะสม จนนำไปสู่การทะเลาะวิวาทและความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งพนักงานบางคนต้องแบกรับภาระดูแลครอบครัวเพียงลำพังแล้วนั้น ขณะเดียวกันก็ยังส่งผลกระทบโดยตรงปัญหาด้านสุขภาพ เนื่องจากพบว่ากลุ่มตัวอย่างกว่า 80.8% ป่วยเป็นโรคกระเพาะ 79.6%เป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะเพราะกลั้นปัสสาวะบ่อยๆ 72.8 % ระบบขับถ่ายมีปัญหา

             "ที่ร้ายแรงที่สุดคือ 1ใน4 หรือ28.4% จำเป็นต้องใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูประหว่างทำงานเพราะไม่มีเวลาเข้าห้องน้ำ โดยเฉพาะเส้นทางรถบางเส้นทางที่ระยะทางจากสถานีต้นทางและปลายทางค่อนข้างไกล บางรอบใช้เวลาเดินทางถึง 7 ชั่วโมง และที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้นคือส่วนใหญ่สถานนีปลายทางไม่มีห้องน้ำ พนักงานหญิงต้องทนกลั้นปัสสวะกลับมาเข้าห้องน้ำที่สถานนีต้นทาง จนส่งผลให้เจ็บป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสวะและระบบขับถ่ายเรื่อรัง"

             นางชุติมา กล่าวต่อว่า จากปัญหาทั้งเรื่องงาน ครอบครัว และแรงกดดันต่างๆ ทำให้พนักงานเกิดความเครียดไม่มีพื้นที่ระบายทุกข์และไม่ได้รับการแก้ปัญหา หลายรายหาทางออกด้วยการดื่มสุรา โดยผลสำรวจพบว่า 20.1%ดื่มบ่อย และ 22.5%ดื่มเพราะเครียดต้องการคลายความทุกข์ ทั้งนี้สำหรับข้อเสนอเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ทุกคนระบุว่าตรงกันว่าต้องการให้จัดสวัสดิการให้แก่พนักงาน โดยเฉพาะห้องน้ำสะอาด มีการจัดตารางเวลางานที่เหมาะสม ให้ความใส่ใจด้านสุขภาพ และส่งเสริมให้พนักงานมีเวลาดูแลตัวเอง

             นางสาววัชรี  วิริยะ อายุ 54 ปี พนักงานเก็บค่าโดยสาร ขสมก. กล่าวว่า ตนทำงานที่นี่มากว่า22 ปี ใน1วันต้องวิ่งรถประมาณสองรอบครึ่งหรือ13-16ชั่วโมงต่อวัน เส้นทางจากอู่เพรกษา สมุทรปราการ ปลายทางท่าช้างสนามหลวง ตลอดเส้นทางต้องเจอปัญหารถติด อีกทั้งปลายทางไม่มีห้องน้ำไว้คอยบริการจนต้องกลั้นปัสสวะ จนทำให้ท่อปัสสวะอักเสบ ตอนนี้ต้องใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปทำงาน ยิ่งวันไหนที่มีรอบเดือนจะปวดท้องทรมานมาก อีกทั้งเมื่อปี2547 เคยประสบอุบัติเหตุขณะปฏิบัติหน้าที่เนื่องจากมีรถตัดหน้า พนักงานขับรถต้องเบรคกะทันหัน ส่งผลให้มีปัญหาหมอนรองกระดูกช่วงหัวเขาฉีก ข้อต่อร้าวต้องผ่าตัดใส่เหล็กและสะโพกเคลื่อน

             "ล่าสุดแพทย์เพิ่งพบว่ามีเนื้องอกที่มดลูกจึงตัดสินใจผ่าตัด เพราะเป็นจุดเริ่มต้อนของมะเร็งปากมดลูก เพราะหมอบอกว่าส่วนใหญ่กระเป๋ารถเมล์จะเป็นมะเร็งปากมดลูกระยะที่ 1 หลังจากพักรักษาตัวดีแล้วจึงกลับเข้าทำงานในตำแหน่งเดิม เพราะไม่มีทางเลือกทั้งที่แพทย์ก็แนะนำไม่ให้ทำงานหนัก ตรงนี้จึงอยากให้กระทรวงคมนาคมเล็งเห็นปัญหาสุขภาพของพนักงานอย่างจริงจัง มีสวัสดิการที่เพียงพอทั่วถึง และพลักดันนโยบายปรับเปลี่ยนตำแหน่งตามความเหมาะสม เพราะก่อนหน้านี้เคยยื่นคำร้องขอเปลี่ยนตำแหน่งงานไปแล้ว ตั้งแต่หลังเกิดอุบัติเหตุ แต่ได้รับคำตอบว่าไม่มีนโยบายเปลี่ยนตำแหน่งงานถ้าทนไม่ได้ก็ลาออกไป จึงต้องทนเป็นกระเป๋ารถเมล์มาจนถึงทุกวันนี้"

             ด้าน นายวีระพงษ์ วงแหวน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้พนักงานขสมก.ต้องทำงานล่วงเวลาเกิดจากการขาดอัตรากำลังของพนักงานขับรถ และสภาพปัญหาจราจรที่รถบนถนนเพิ่มมากขึ้นแต่เส้นทางมีเท่าเดิม อีกทั้งได้รับปัญหาการร้องเรียนจากผู้โดยสารว่ารถขาดระยะมาตลอด ทำให้ได้รับคำสั่งจากรัฐมนตรีคมนาคมให้เพิ่มกำลังการวิ่งรถเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ทั้งที่อัตราพนักงานขาดจนพนักงานหนึ่งคนต้องวิ่งรถหลายรอบ โดยที่หัวหน้างานไม่ได้ใส่ใจถึงคุณภาพชีวิตของลูกจ้าง นอกจากนี้อีกปัญหาสำคัญที่น่ากังวนก็คือเรื่องความปลอดภัยของการขับขี่ เกิดจากอุปกรณ์บนรถโดยสารไม่สมบูรณ์หรือตัวรถโดยสารมีอายุการใช้งานมานานกว่า20ปี จนรถเสื่อมสภาพ จึงเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

             "ปัญหาทั้งหมดได้ส่งผลถึงพนักงานขสมก.โดยตรงทั้งสุขภาพร่างกายและความเครียดจนทำให้เกิดโรคต่างๆตามมา ซึ่งหน้าที่ดูแลพนักงานเป็นหน้าที่ของนายจ้างอยู่แล้วตามกฎหมาย ดังนั้นนายจ้างต้องใส่ใจเรื่องของคุณภาพชีวิต ทั้งห้องน้ำปลายทางที่สะอาด รถยนตร์ที่ปลอดภัย รถรับส่งพนักงานก่อนเข้าและหลังเลิกงาน อีกทั้งขอร้องให้ผู้โดยสารเห็นใจเข้าใจถึงสภาพปัญหาที่พนักงานต้องเจอ"

             นายวีระพงษ์ กล่าวด้วยว่า หลังจากนี้จะมีการประชุมรวบรวมเป็นเด็นปัญหาทั้งหมด ที่ะกิดขึ้นกับพนักงานเก็บค่าโดยสารและพนักงงานขับรถทั้ง 8 เขต และสรุปเป็นข้อเสนอแนะเพื่อยื่นต่อฝ่ายบริหารให้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยคาดว่าในช่วงวันที่ 5-6 มี.ค.ที่จะถึงนี้ ทางสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ จะเข้าพบ นายสมชัย ศิริวัฒนโชค ปลัดกระทรวงคมนาคม ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานบอร์ด ขสมก. เพื่อให้ทราบถึงปัญหาและหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกันด้วย