
เจาะอภิมหาดีล'เฟซบุ๊ก-วอทส์แอพ'
23 ก.พ. 2557
เจาะอภิมหาดีล'เฟซบุ๊ก-วอทส์แอพ' : คอลัมน์อินโนเทค : โดย...คนชอบเล่า
สะเทือนวงการซื้อขายกิจการอีกครั้งเมื่อนายมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของเฟซบุ๊ก เครือข่ายสังคมออนไลน์เบอร์ 1 ของโลกยุคดิจิทัล ได้โพสต์ข้อความบนหน้าเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงการบรรลุข้อตกลงความร่วมมือทางธุรกิจกับ “วอทส์แอพ (WhatsApp)” โปรแกรมสนทนาผ่านมือถือที่มีฐานลูกค้าทั่วโลกทะลุหลัก 450 ล้านคน หรือเกือบครึ่งของสมาชิกเฟซบุ๊กในปัจจุบัน
ที่มาของความกระหึ่มวงการของข่าวนี้ ก็คือ มูลค่าการเข้าซื้อกิจการวอทส์แอพ ซึ่งสูงถึง 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 670,000 ล้านบาท) แบ่งเป็น การชำระเป็นเงินสด 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 120,000 ล้านบาท) ที่เหลือจะเป็นการจัดสรรหุ้นสามัญ และหุ้น ESOP (สิทธิในการซื้อหุ้นของเฟซบุ๊กในราคาที่กำหนด) ซึ่งบรรดานักวิเคราะห์ออกมาฟันธงร่วมกันว่า จะทำให้เกิดเศรษฐีใหม่ในซิลิกอนวัลเลย์ขึ้นอีก 55 คน (จำนวนพนักงานของวอทส์แอพ) และแน่นอนว่าในจำนวนนั้น 2 คน คือ ผู้ก่อตั้ง และผู้บริหารระดับซีอีโอ จะก้าวไปถึงขั้นเป็นเศรษฐีพันล้าน (ดอลลาร์สหรัฐ) เลยทีเดียว
ดีลนี้นับเป็นการซื้อขายธุรกิจมูลค่ามหาศาลที่สุดในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมโซเชียลมีเดีย แซงหน้าดีลมูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 30,000 ล้านบาท) ที่เฟซบุ๊กเคยทุ่มซื้ออินสตาแกรม เมื่อปี 2555
และยิ่งกว่านั้น ก็คือ เป็นการทุ่มเงินซึ่งสูงกว่าที่กูเกิล ยักษ์เสิร์ชเอ็นจิ้นของโลกเคยยื่นข้อเสนอให้กับวอทส์แอพ เมื่อปีที่ผ่านมาด้วยตัวเลข 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถึง 19 เท่าตัว
เห็นตัวเลขจำนวนเงินมหาศาลให้พออิจฉาตาร้อนกันเล็กๆ น้อยๆ ก่อนจะปิดท้ายคอลัมน์วันนี้ด้วยสถิติ “10 ตัวเลข” ที่น่าสนใจของวอทส์แอพ ซึ่งเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ เดอะ การ์เดียน สื่อดังเมืองผู้ดีรวบรวมไว้มาให้อ่านกันเพลินๆ ประกอบด้วย 19 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (มูลค่าที่เฟซบุ๊กเช้าซื้อกิจการ), 55 คน (จำนวนพนักงานรวมทั้งผู้บริหาร), 450 ล้านคน (จำนวนผู้ใช้งานต่อเดือน), 70% (สัดส่วนผู้ใช้งานจากยอดทั้งหมดต่อวัน)
1 ล้านคน (ยอดผู้ใช้ใหม่ต่อวัน), 1,000 ล้านคน (จำนวนผู้ใช้ที่วอทส์แอพตั้งเป้าไว้), 19,000 ล้านข้อความ (จำนวนข้อความที่ส่งจากโปรแกรมวอทส์แอพต่อวัน), 34,000 ล้านข้อความ (จำนวนข้อความที่ส่งเข้าโปรแกรมวอทส์แอพต่อวัน), 1.82 ดอลลาร์สหรัฐ (ราคาหุ้นเฟซบุ๊กที่ปรับตัวลดลงหลังประกาศซื้อกิจการวอทส์แอพ)
2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าปรับกรณียกเลิกดีล หรือ break fee) ที่เฟซบุ๊ก ต้องจ่ายให้กับวอทส์แอพหากดีลนี้สะดุด), 2009 (ปีก่อตั้งวอทส์แอพ) และ1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (มูลค่าสูงสุดในการเข้าซื้อธุรกิจครั้งก่อนหน้านี้-ดีลอินสตาแกรม)
ขอแถมอีกนิดว่า ล่าสุดกูรูโซเชียลมีเดียทั้งหลาย วิเคราะห์ในทิศทางเดียวกันว่า ด้วยจำนวนผู้ใช้ต่อวันและเป้าหมายสมาชิก 1 พันล้านคนของวอทส์แอพ นั่นคือ สินทรัพย์ทางธุรกิจที่เฟซบุ๊กต้องการนำมาใช้ต่อยอดสู่การขยายฐานผู้ใช้บริการใหม่ๆ เข้าไปในกลุ่มที่ยังไม่ได้เป็นสาวกเฟซบุ๊ก
.............................
(เจาะอภิมหาดีล'เฟซบุ๊ก-วอทส์แอพ' : คอลัมน์อินโนเทค : โดย...คนชอบเล่า)



