
ต่อยอดดักแด้'ไหมอีรี่'สู่'เห็ดถั่งเช่า'
ทำมาหากิน : มข.ต่อยอดดักแด้ 'ไหมอีรี่' สู่ 'เห็ดถั่งเช่า' กิโลเป็นแสน : โดย...ปัญญาพร สายทอง
แม้จะเป็นไหมป่าที่ให้เส้นใยธรรมชาติ ซึ่งมีลักษณะคล้ายฝ้าย แต่ "ไหมอีรี่" ก็ยังคงมีความมันวาวของไหม นอกจากนี้ยังสามารถเพาะเลี้ยงได้ง่ายคล้ายกับการเพาะเลี้ยงไหมบ้าน โดยได้รับการศึกษาวิจัยอย่างครบวงจร โดยใช้ประโยชน์อย่างไม่มีเศษเหลือทิ้ง ทั้งนี้ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการศึกษาวิจัยมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2534 โดย รศ.ดร.ศิริลัย สิริมังครารัตน์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และทีมงาน ด้วยความเหมาะสมของแหล่งภูมิปัญญาท้องถิ่นในการเพาะเลี้ยงไหมบ้านและแหล่งพืชอาหาร คือใบมันสำปะหลัง
ใบมันสำปะหลัง นับเป็นพืชอาหารหลักชนิดหนึ่งของไหมอีรี่ ที่มีแหล่งปลูกที่ใหญ่ที่สุดของประเทศที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเมื่อผนวกกับภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีการเพาะเลี้ยงไหมบ้านอยู่แล้ว ไหมอีรี่จึงกลายเป็นแมลงอุตสาหกรรมที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจชนิดใหม่ของประเทศไทยในปัจจุบัน ดังนั้นการศึกษาในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องจักรและสิ่งทอ มผช. ผลิตภัณฑ์อาหาร ผลิตภัณฑ์โอท็อปดาวรุ่ง และหนึ่งในนั้นคือ การนำไหมอีรี่มาเพาะเลี้ยงเป็นเห็ดถั่งเช่าเพื่อเพิ่มมูลค่าให้สูงขึ้น ณ ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ โดยเบื้องต้นประสบความสำเร็จทั้งถั่งเช่าสีทองและถั่งเช่าหิมะ ซึ่งจัดเป็นรายงานครั้งแรกของประเทศไทยที่มีการเพาะเลี้ยงได้ ในภาวะที่กระแสนิยมเห็ดถั่งเช่ากำลังมาแรง
รศ.ดร.ศิริลัย บอกว่า ได้วิจัยเรื่องไหมอีรี่มานานกว่า 30 ปีแล้ว ซึ่งเป็นการศึกษาครบวงจรและ ณ ขณะนี้ได้นำไหมอีรี่มาเพาะเลี้ยงถั่งเช่า ทั้งนี้ ถั่งเช่านี้เป็นเห็ดชนิดหนึ่งส่วนมากจะขึ้นในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิต่ำ เกิดจากหนอนผีเสื้อแถบที่ราบสูงทิเบต ที่จำศีลอยู่ใต้ดินในฤดูหนาว ถูกสปอร์ของเห็ดราในสกุล Ophiocordyceps อาศัยเป็นปรสิตและเติบโตสร้างเส้นใยออกมาทางส่วนหัวของตัวหนอนในฤดูร้อน เห็ดนี้มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ophiocordyceps sinensis ซึ่งพบขึ้นที่ทิเบต มณฑลชิงไห่ มณฑลเสฉวน มณฑลกานซู มณฑลยูนนาน และแถบเทือกเขาหิมาลัยในอินเดีย ภูฏาน และเนปาล มีสรรพคุณในการบำรุงสุขภาพ
"ถั่งเช่าเป็นยาบำรุงร่างกายชั้นยอดที่ได้จากการผสมผสานกันระหว่างตัวหนอนและเห็ดตังถั่งเช่า หรือตังถั่งแห่เช่า แปลว่า "ฤดูหนาวเป็นหนอน ฤดูร้อนเป็นหญ้า" จากการทดลองทางการแพทย์ยังพบว่า สารสกัดจากตังถั่งเช่ามีฤทธิ์ขยายหลอดเลือด กระตุ้นสมรรถภาพการทำงานของต่อมหมวกไต เพิ่มภูมิต้านทานให้ผู้ป่วยโรคไต ช่วยลดจำนวนครั้งของการฟอกไต สมานแผลจากเบาหวาน ช่วยลดการโตของเนื้องอกและเซลล์มะเร็ง"
หัวหน้าทีมวิจัยยอมรับว่า เห็ดชนิดนี้มีความต้องการในท้องตลาดสูงและมีราคาแพง โดยเฉพาะที่เกิดจากทิเบต ขายในกิโลกรัมละประมาณ 2 ล้าน ส่วนในขอนแก่นตอนนี้มีผู้ผลิตแต่ใช้ธัญพืชในการเพาะเลี้ยง เฉลี่ยกิโลกรัมละ 1 แสนบาท อย่างไรก็ตามทีมวิจัยจะพัฒนาต่อยอดเพื่อเป็นการสร้างมูลค่าของไหมอีรี่ที่ขายเฉพาะไหมอีรี่จากปกติราคากิโลกรัมละ 150 บาท เมื่อนำมาทำเพาะเลี้ยงถั่งเช่าจะสามารถขายได้กิโลกรัมละ 1 แสนบาทขึ้นไป หรือเฉลี่ยเป็นเส้นแล้วจะตก 1 เส้น ราคา 3 บาท หรือนำไปแปรรูปเป็นแคปซูลออกจำหน่าย
นอกจากนี้ทีมวิจัยได้ต่อยอดถั่งเช่าจากไหมอีรี่ด้วยการนำมาแปรรูปเป็นอาหาร ไม่ว่าจะเป็นซาลาเปาถั่งเช่า รวมถึงขนมครกถั่งเช่า ซึ่งจะเน้นในเรื่องของอาหารสุขภาพ อย่าง ซาลาเปาถั่งเช่า มีถั่งเช่าวางอยู่ด้านบนของซาลาเปา ส่วนไส้จะเป็นดักแด้ไหมอีรี่ มีหลากหลายรส อย่าง แกงเขียวหวาน ส่วนสีที่นำมาผสมจะเป็นสีธรรมชาติทั้งหมด สีแดงได้จากฟักข้าว สีน้ำเงินได้จากดอกอัญชัน สีเขียวจากใบเตย สีม่วงจากซังข้าวโพดสีม่วง และขนมครกถั่งเช่า ที่มีส่วนผสมจากดักแด้ไหมอีรี่และถั่งเช่าด้วยเช่นกัน ซึ่งราคาเมื่อนำมาจำหน่ายอย่างซาลาเปาเฉลี่ยแล้วตกลูกละ 50 บาท ส่วนขนมครกเฉลี่ยแล้วชิ้นละ 30 บาท
ทั้งนี้ ต่อไปทีมวิจัยจากคณะเกษตรศาสตร์จะมีการพัฒนาเทคนิคและจะนำไปเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการ โดยหากผู้ประกอบการที่มีความสนใจนำไปต่อยอดผลิตภัณฑ์ก็สามารถติดต่อได้ที่คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นในวันและเวลาราชการ
---------------------
(ทำมาหากิน : มข.ต่อยอดดักแด้ 'ไหมอีรี่' สู่ 'เห็ดถั่งเช่า' กิโลเป็นแสน : โดย...ปัญญาพร สายทอง)



