ไลฟ์สไตล์

เปิดโลกการศึกษามุสลิม : 20 ก.พ.57

เปิดโลกการศึกษามุสลิม : 20 ก.พ.57

20 ก.พ. 2557

คอลัมน์เปิดโลกการศึกษามุสลิม ตอน : สังคมนักศึกษาไทยในอียิป

 
                           สมัยก่อนยังคงเป็นที่คาใจของสังคมไทย ทำไมนักศึกษาไทยต้องมาศึกษายังประเทศอาหรับ และเมื่อจบไปแล้วสามารถสร้างประโยชน์อะไรได้บ้าง หรือเพียงแค่การนำเอาวัฒนธรรม คำสอนอิสลามในโลกอาหรับกลับไปยังประเทศเท่านั้นและอีกหลายข้อสงสัยในหลายวงการของไทย แต่ปัจจุบันนี้ทุกอย่างได้ชัดเจนยิ่งขึ้นของเหตุผลต่างๆ ที่หลายคนสงสัย ประเทศที่มีนักศึกษามุสลิมไทยนิยมไปศึกษามากที่สุด คือประเทศอียิปต์ ปัจจุบันมีนักศึกษาประมาณกว่า 2,000 คน ภายใต้การดูแลของสถานเอกอัครราชทูตฯ และสมาคมนักศึกษาไทยฯ ซึ่งนับวันทั้งสองหน่วยงานมีความเข้าใจ เข้าถึงและเดินไปในทิศทางเดียวกันเพื่อสร้างความเป็นหนึ่งของนักศึกษาทั่วทุกภาคของไทยที่มารวมตัวศึกษาอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร 
 
                           เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2557 สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงไคโร เป็นเจ้าภาพจัดงานโดยมีคณะกรรมการบริหารสมาคมเป็นผู้ดำเนินการจัดการและประสานไปยังชมรมนักศึกษา ในส่วนของข้าราชการนำทีมโดยเอกอัครราชทูต "พีรศักย จันทวรินทร์"  ซึ่งได้นำข้าราชการหลายตำแหน่งเข้าร่วมงานเพื่อรับฟังปัญหาต่างๆ แบบตรงไปตรงมา พร้อมทำใบสอบเพื่อให้นักศึกษาได้เปิดใจอย่างเต็มที่ งานในวันนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของการรวมตัว ณ หอประชุมซอและห์ กาแมล มหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร ก็ว่าได้ มีนักศึกษาทุกชมรมร่วมงานกว่า 600 คน แน่นขนัดตา แต่ก็มีการขั้นรายการโดยการขับร้องอานาชีต การแสดงลิเกฮูลูอัน และการแสดงศิลปะป้องกันตัวปันจักสีลัต ซึ่งเป็นวัฒนธรรมของพี่น้องไทยมุสลิมทางภาคใต้ 
 
                           "อาดิซีน หนิเร่" นักศึกษาจาก จ.สงขลา ศึกษาคณะนิติศาสตร์อิสลาม ปี 4 เสนอว่า ต้องการให้ทางสถานเอกอัครราชทูตฯ เข้ามาดูแลเรื่องการประทับตราวีซ่า เนื่องจากมีปัญหากับนักศึกษาไทยเป็นอย่างมาก เพราะการทำงานของพนักงานอาหรับไม่มีความเป็นกลางเท่าที่ควร ทำให้เกิดการล่าช้า และเสียเวลา เรื่องนี้เป็นปัญหากับนักศึกษาไทยมาช้านาน
 
                           ขณะที่ "อิสมาอีล สิงหาด" อุปนายกสมาคมฯ นักศึกษาคณะอิสลามศึกษาและภาษาอาหรับ ปี 3 เสนอให้สถานเอกอัครราชทูตฯ ออกใบอนุญาตให้กรรมการสมาคม สามารถเข้าไปต่อวีซ่าเองได้ เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ที่ดูแลเรื่องนี้ และเป็นการสะดวกในการเข้าไปเคลียร์เรื่องในยามที่มีปัญหาในการยื่นเอกสารหรือการประทับตราวีซ่า
 
                           ด้าน "พีรศักย จันทวรินทร์" เอกอัครราชทูตประจำกรุงไคโร รับปากว่า "ปัญหาทั้งหมดที่นักศึกษาได้เปิดใจพูดในวันนี้ ในนามตัวแทนสถานเอกอัครราชทูตไทยฯ จะนำไปปรึกษาหารือกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับทางอียิปต์และไทยอย่างแน่นอน และจะพยามแก้ปัญหาทุกๆ จุดเพื่อความปลอดภัยและการเป็นอยู่ที่ดีของนักศึกษาไทยเรา ทั้งนี้และทั้งนั้นนักศึกษาเองต้องดูแลและระมัดระวังตัวเองให้ดีกับเหตุการณ์บ้านเมืองในทุกวันนี้ ขอให้ทุกคนตั้งใจเรียนและพัฒนาตัวเองในทุกๆ ด้านเพื่อเป็นบุคลากรสำคัญที่จะกลับไปพัฒนาประเทศไทยของเราต่อไป"
 
                           ทั้งนี้ นายกสมาคม "จูลี แสงวิมาน" อธิบายเมื่อได้ไปพบเจ้าหน้าที่ระดับสูงว่า หน่วยงานความมั่นคงประเทศอียิปต์ ได้กระชับให้นักศึกษาหลีกเลี่ยงและห้ามเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองภายในของเขา ให้นักศึกษาตั้งใจเรียนให้เต็มที่ ถ้าเกิดปัญหาเกี่ยวกับความปลอดภัยทางความมั่นคงจะเข้ามาช่วยเหลือนักศึกษาเพราะสมาคมนักเรียนไทยอยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานความมั่นคงแห่งชาติของอียิปต์
 
                           ในวันนั้นไม่ใช่แค่เรื่องปัญหาใหญ่อย่างวีซ่าอย่างเดียวที่นักศึกษาพูดถึง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าเล่าเรียนปรับพื้นฐานภาษาอาหรับที่ต้องการให้มีการลดราคา เรื่องหอพักนักศึกษาที่จะสร้างใหม่ หรือแม้แต่เรื่องผ่อนผันทหาร เนื่องจากการส่งกลับเมืองไทยเป็นเรื่องลำบากมาก และเรื่องที่ต้องการให้สำนักจุฬาราชมนตรี ดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องการส่งนักศึกษาทุนของมหาลัยอัลอัซฮัรขึ้นมาพร้อมเพรียงกัน และอีกหลายเรื่องที่มีอยู่ในเอกสาร ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ปรึกษาหารือกันในตำแหน่งงานของเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเรื่องนั้นอย่างเข้มงวด
 
                           จะเห็นได้ว่าปัจจุบันนี้หากมีการเปิดใจ รับรู้ รับฟัง ความคิดเห็นของทุกๆ คนอย่างจริงจังและจริงใจ สังคมก็มีแต่ความสดชื่น สงบสุข และจะนำไปสู่ความเป็นปึกแผ่นอย่างมั่นคง ทั้งเนื้อหา สาระ ไม่ใช่แค่เปลือกที่ดูสวยงาม หากแต่ภายในเน่าเปื่อยอย่างสังคมการพัฒนาประเทศที่เห็นๆ กันอยู่
 
 
 
.......................
 
(คอลัมน์เปิดโลกการศึกษามุสลิม ตอน : สังคมนักศึกษาไทยในอียิป)