
ชีวิตต้องสู้ผู้เฒ่า 'จำรัส สุภามูล'
หนักเอาเบาสู้ : ทำ 'เฟอร์ฯไม้' หารายได้เลี้ยงตัว ชีวิตต้องสู้ผู้เฒ่า 'จำรัส สุภามูล'
จากอาชีพค้าขายทั่วไปซึ่งมีรายได้ต่อวันอยู่แล้ว แต่ด้วยความชอบในการงานไม้ กอปรกับความที่ไม่ชอบอยู่นิ่ง จึงทำให้ "ลุงจำรัส สุภามูล" อายุ 76 ปี ต้องเฟ้นหางานทำและรายได้เสริม ด้วยการหยิบจับงานไม้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนเองถนัด และทำมาเกือบตลอดทั้งชีวิต และอาศัยความชอบ บางก็มีการเพาะต้นไม้ขาย แม้รายได้เฉลี่ยต่อเดือนจะน้อยนิด แต่ด้วยความชอบจึงทำให้งานทุกชิ้นที่ทำออกมาสวยงาม และมีความประณีต
ลุงจำรัสเล่าว่า เดิมทีตนเองก็มีอาชีพค้าขายของชำภายในหมู่บ้าน ในพื้นที่อำเภอดอยสะเก็ด แต่ด้วยความไม่ต้องการอยู่นิ่ง จึงเริ่มทำงานไม้แกะสลัก ทำเก้าอี้ไม้ ทำแคร่นั่ง มานานกว่า 10 ปี แล้ว ส่วนมากก็จำหน่ายในหมู่บ้าน บางครั้งก็มีลูกค้ามาสั่งไปขายต่อบ้าง ต่อมาก็มีการพัฒนามาเป็นที่นวดเท้า นวดหลัง ที่ตนเองคิดค้นเองบ้าง มีเพื่อนบอกให้ทำบ้าง ค่อยๆ ทำไป จนมีลูกค้าประจำมาสั่งไปขายต่อตามสถานที่ท่องเที่ยวใน จ.เชียงใหม่
แม้งานที่ทำจะไม่ได้มีคำสั่งซื้อทุกวัน แต่ลุงกับคนงานเพียง 1 คน ก็ยังคงทำงานที่ตัวเองชอบต่อไป ค่อยๆ ทยอยทำไปที่ละนิด บางวันก็เริ่มทำขาเก้าอี้ วันต่อไปก็ทำฐานเก้าอี้ ทำไปเรื่อยๆ ไม่มีวันหยุด รอจนกว่าจะมีคนมาสั่งซื้อ ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วจะมีลูกค้ามา สั่งสินค้าประมาณ 2 เดือนครั้ง หรือจนกว่าของที่รับไปขายหมด ก็จะมาสั่งเพิ่ม ส่วนใหญ่จะเป็นที่นวดเท้า นวดหลัง ที่มีคำสั่งซื้อมาก ประมาณ 20 อัน หรือตามจำนวนของที่มี เนื่องจากการทำที่นวดเท้า นวดหลัง จะต้องใช้เวลาในการทำต่อชิ้นประมาณ 1 วัน จึงทำให้ในช่วงที่ไม่มีคำสั่งซื้อก็จะค่อยๆ ทยอยทำ
ลุงจำรัสเล่าต่อว่า รายได้จากการทำงานที่ต้องประณีต ใส่ใจ ไม่ได้เป็นรายได้ที่มากพอ แต่ก็เป็นรายได้ที่สร้างความภาคภูมิใจให้ตนเอง บางทีก็มีรายได้จากการจำหน่ายสินค้าเพียงเดือนละ 1,000 กว่าบาท บางเดือนมีลูกค้ามาสั่งทำแคร่ไม้ไผ่ ก็มีรายได้มากขึ้นเป็น 3,500-4,000 บาท แล้วแต่การตกลงกันของลูกค้า แต่ด้วยจำนวนเงินที่ไม่มาก ก็ได้ไม่ย่อท้อ การทำงานไม้ทุกวันแม้ว่าลูกๆ จะบอกให้หยุดพัก แต่ก็ยังมองว่าเงินจากการจำหน่ายสินค้า สามารถนำมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายในบ้านได้ รวมทั้งยังสามารถเลี้ยงหลานได้ด้วย และยังทำให้ตนเองมีงานทำ
ทั้งนี้ วัตถุดิบก็ต้องมีการสั่งจากนอกพื้นที่ และตอนนี้มีราคาแพงขึ้น ซึ่งหากมีการขึ้นราคาสินค้า ผู้ประกอบการที่มารับซื้อก็ไม่ยอมรับ จึงทำให้ต้องขายในราคาเดิม เช่น ที่นวดเท้า นวดหลัง ราคาส่งอยู่ที่ประมาณ 40 บาท แต่หากผู้ประกอบการนำไปขายก็หลักร้อยบาท ซึ่งก็ต้องขาย เพราะปัญหาคือ ตนเองไม่สามารถนำสินค้าไปจำหน่ายเองได้ จึงต้องขายผ่านลูกค้าที่มารับซื้อ ประกอบกับไม่มีผู้สานต่อในการหาช่องทางการตลาด อาศัยการบอกต่อปากต่อปากของลูกค้า
นอกจากนี้เพื่อสร้างความแตกต่างในการทำงานไม้ ได้มีการประดิษฐ์โคมไฟจากไม้ในรูปแบบต่างๆ ด้วย ทั้งนำกะลา เศษไม้มาประกอบเป็นรูปสัตว์ เช่น ยีราฟ โคมไฟแขวน หรือการออกแบบโคมไฟเพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกในการซื้อสินค้ามากขึ้น และเพื่อเป็นช่องทางในการจำหน่ายสินค้ามากขึ้นด้วย เพราะในปัจจุบันการทำงานไม้มีหลายพื้นที่ใน จ.เชียงใหม่ที่ทำเช่นกัน จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนารูปแบบให้มีความแปลกใหม่มากขึ้น
"ด้วยความชอบที่ได้ทำ ตอนนี้ไม่รู้ว่างานที่ทำจะเป็นยังไงต่อ เพราะถ้าลุงไม่ทำแล้วก็ไม่รู้ว่าจะมีใครสานต่อ เพราะลูกหลานก็ไม่ยอมสานต่องานที่ทำ ถึงแม้ลุงจะบอกชาวบ้านในพื้นที่ว่าใครอยากมีอาชีพเสริมก็มาเรียนกับลุงได้ แต่คนรุ่นใหม่ไม่ค่อยสนใจเท่าไร เพราะคงคิดว่าเงินน้อย แต่หากทำเองนำสินค้าไปขายเอง ก็ถือว่ามีรายได้มากอยู่" ลุงจำรัส กล่าว
อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ลุงจำรัสยืนยันที่จะทำงานเฟอร์นิเจอร์ไม้ต่อไป โดยจะยังคงรักษาความละเอียดในการทำงานอย่างเต็มที่ รวมทั้งหากมีลูกค้าต้องการสั่งงานเฟอร์นิเจอร์ไม้ และมีแบบที่ต้องการก็สามารถมาติดต่อได้ หากเป็นงานที่สามารถทำได้ ก็ยินดีที่จะทำให้เพื่อให้ลูกค้ามีความสุขกับชิ้นงานที่ออกมา
-----------------------
(หนักเอาเบาสู้ : ทำ 'เฟอร์ฯไม้' หารายได้เลี้ยงตัว ชีวิตต้องสู้ผู้เฒ่า 'จำรัส สุภามูล')



