ไลฟ์สไตล์

บทพิสูจน์ความจริงใจของรัฐนาวา 'ปู'

บทพิสูจน์ความจริงใจของรัฐนาวา 'ปู'

17 ก.พ. 2557

จากรับจำนำข้าวสู่ปัจจัยการผลิตยาง บทพิสูจน์ความจริงใจของรัฐนาวา 'ปู' : ดลมนัส กาเจ ... รายงาน

 

                         ล่าสุดไม่เพียงแต่รัฐบาลไม่มีเงินจ่ายค่ารับจำนำข้าวตามโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาลเท่านั้น หากแต่ส่อลามไปถึงเงินชดเชยให้เกษตรกรชาวสวนยางพาราตามโครงการช่วยเหลือปัจจัยการผลิต 2,520 บาทต่อไร่ ตามมติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2556 ที่ยังค้างอยู่จำนวน 6,000 ล้านบาท จากงบประมาณที่ ครม.อนุมัติทั้งหมดจำนวน 1.1 ล้านบาท ทำให้ นายบุญส่ง นับทอง นายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย ออกมาเรียกร้องจี้รัฐบาลเร่งดำเนินการจ่ายเงินโครงการดังกล่าว อ้างเหตุผลว่าเกษตรกรชาวสวนยางพารากำลังเดือดร้อนจากราคายางตกต่ำ

                         "อยากจะฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3 หน่วยงานหลัก คือ การส่งเสริมการเกษตรและสหรกรณ์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ และสำนักงบประมาณ ในการเร่งดำเนินการโอนเงินให้แก่เกษตรชาวสวนยางอีก 6,000 ล้านบาท หลังจากที่สอบถามไปยังกรมส่งเสริมสหกรณ์ว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบตัวเลขการขึ้นทะเบียนของเกษตรกร เนื่องจากโครงการนี้จะสิ้นสุดในวันที่ 31 มีนาคม 2557 และที่สำคัญยังมีเกษตรกรที่ยังไม่ได้รับเงินอีกประมาณ 30% ของจำนวนเกษตรกรที่มีการขึ้นทะเบียนกว่า 9 แสนราย ขณะนี้เกษตรกรชาวสวนยางประสบปัญหาเรื่องรายได้เป็นอย่างมาก เนื่องจากราคาตกต่ำ ฉะนั้นรัฐบาลรักษาการควรจ่ายก่อนที่โครงการจะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 มีนาคม 2557 นี้" นายบุญส่ง ระบุ (คม ชัด ลึก 12 ก.พ.57)

                         สำหรับโครงการช่วยเหลือปัจจัยการผลิต 2,520 บาทต่อไร่ ที่ครม.อนุมัติวงเงินทั้งสิ้นจำนวน 1.1 หมื่นล้านบาท เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2556 เกิดมาจากที่เกษตรกรชาวสวนยางรวมตัวปักหลักชุมนุมบริเวณแยกควนหนองหงส์ ต.ควนหนองหงส์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลประกันราคายางพาราในราคากิโลกรัมละ 120 บาท แต่รัฐบาลเลือกดำเนินโครงการช่วยเหลือปัจจัยการผลิตไร่ละ 2,520 บาท แต่ไม่เกิน 25 ไร่ และจะจ่ายเฉพาะเกษตรกรชาวสวนยางที่มีเอาสารสิทธิเท่านั้น โดยโครงการดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 มีนาคม 2557 ทำให้เกษตรกรชาวสวนยางส่วนหนึ่งยอมรับในหลักการดังกล่าว และที่ผ่านมามีการอนุมัติจ่ายให้เกษตรกรไปแล้ว 5,000 ล้านบาท และยังเหลืออีก 6,000 บาท ที่นายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทยเรียกร้องในครั้งนี้

                         ด้าน นายเพิก เลิศวังพง ประธานชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตอนนี้เกษตรกรชาวสวนยางบางรายปลงแล้ว และเตรียมล่วงหน้าแล้วว่าเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล ตามโครงการช่วยเหลือปัจจัยการผลิตไร่ละ 2,520 บาท นั้นคงไม่ได้แล้ว เพราะรัฐบาลจ่ายจริงยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของงบประมาณที่อนุมัติจำนวน 1.1 ล้านบาท หลังจากนั้นเรื่องก็หายเงียบไปนานแล้ว โดยอ้างว่าอยู่ในขั้นตอนการตรวจเอกสารสิทธิในที่ดินของเกษตรกร เขาจึงมั่นใจว่าสิ้นสุดโครงการในวันที่ 31 มีนาคม 2557 รัฐบาลคงไม่จ่ายแน่นอน เพราะไม่ทราบว่าจะเอาเงินมาจากไหน  ขนาดโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาล ยังไม่มีเงินจ่ายให้เกษตรกรชาวสวนยางต้องอยู่ตามมีตามเกิด เพราะราคายางพาราตกต่ำมากในช่วงนี้

                         "รัฐบาลนี้พูดเพื่อเอาตัวรอด โกหกไปวันๆ เป็นรัฐบาลที่ขี้โกงที่สุด เรื่องนี้ได้พูดคุยกับแกนนำชาวสวนยางมาบ้างแล้ว ทุกคนมองคงทำอะไรรัฐบาลไม่ได้ ขนาดม็อบ กปปส.ออกมาเป็นล้านคนเต็มท้องถนน รัฐบาลยังเฉย ไม่มีความรู้สึก แล้วม็อบชาวสวนยางไปชุมนุมหลักหมื่นคนจะทำอะไรได้ จะฟ้องตามกฎหมายก็ไม่ได้ เพราะเงินช่วยเหลือ ต่างกับค่ารับจำนำข้าว ที่รัฐบาลเอาข้าวไปแล้ว ยึดของชาวบ้านไปเรียบร้อยเท่ากับยักยอกอย่างนี้จึงจะฟ้องได้ แต่เรื่องที่ผมเป็นห่วงอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งผมกำลังจับตามองคือสต็อกลมยางพารา ที่พ่อค้าจะอ้างว่า มียางในสต็อกก่อนที่รัฐบาลจะพักเก็บเงินสงเคราะห์หรือเงินเซสส์ และอ้างตัวเลขส่งออกเพื่อเบิกค่าเงินเซสส์ ตรงนี้ต้องจับตามองให้ดีครับ" นายเพิก กล่าว

                         ส่วนราคายางพาราที่ตกต่ำตามที่นายบุญส่ง และนายเพิก ระบุนั้น จากการตรวจสอบย้อนราคายางพาราจากสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) และสำนักตลาดกลางยางพารา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นับตั้งแต่ปีใหม่เป็นต้นมา ราคายางแผ่นดิบที่มีการซื้อขายในตลาดกลางยางพารา อ.หาดใหญ่ สูงที่สุดเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2557 กิโลกรัมละ 67.20 บาท ขณะที่น้ำยางสด 63.00 บาท หลังจากนั้นราคาดิ่งลงอย่างต่อเนื่องอย่างระหว่างกิโลกรัมละ 90-61 บาท สำหรับยางแผ่นดิน ส่วนยางน้ำยางสดอยู่ที่กิโลกรัมละ 51- 55 บาท ล่าสุด เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา (13 ก.พ.57) ราคายางพารากระเตื่องขึ้น คือราคายางแผ่นดิบอยูที่กิโลกรัมละ 61.30 บาท น้ำยางสดราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 56.00 บาท ขณะที่ต้นทุนการผลิตอยู่ที่กิโลกรัมละ 60 บาท 

                         นายสมจิตต์ ศิขรินมาศ ผู้อำนวยการตลาดกลางยางพาราหาดใหญ่ จ.สงขลา คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า สถานการณ์ราคายางพาราในเดือนกุมภาพันธ์ 2557 มีแนวโน้มปรับตัวลดลงจากปัจจัยกดดันด้านสต็อกยางที่มีอยู่จำนวนมาก และจีนชะลอการซื้อในช่วงนี้ ยางจากจีนทำให้ราคาอยู่กรอบจำกัดอย่างยางแผ่นดิบอยู่กิโลกรัมละ 60-80 บาทเท่านั้น โดยล่าสุดราคายางประมูล ณ ตลาดกลางยางพาราหาดใหญ่ยางแผ่นดิบอยู่ที่กิโลกรัมละ 62.59 บาท/กก. ยางแผ่นรมควันชั้น 3 ราคา63.89 บาท/กก.และน้ำยางสด ณ โรงงานอยู่ที่กิโลกรัมละ 51.50 บาท แม้ในช่วงหน้าแล้งซึ่งเป็นช่วงยางผลัดใบตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นไปเกษตรกรมีหวังว่าราคายางน่าจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงสั้นๆ แต่เชื่อว่าราคายางคงอยู่ในกรอบราคากิโลกรัมละ 70-80 บาท

                         กระนั้นนายบุญส่ง ยืนยันว่า นับแต่ต้นปีเป็นต้นมาราคาน้ำยางสดที่ซื้อในท้องถิ่นจริงอยู่ที่กิโลกรัมละ 48-49 บาท ราคายางแผ่นดิบคุณภาพ 3 อยู่ที่กิโลกรัมละ 58-59 บาทเท่านั้น สอดคล้องกับ นางนินอร์ ปีรู เกษตรกรชาวสวนยางพารา ต.เกาะสะบ้า อ.เทพา จ.สงขลา บอกว่า ขายน้ำยางสดไม่เคยถึงกิโลกรัมละ 50 บาท ทำให้เกษตรกรที่รับจ้างกรีดยางแบ่งเจ้าของสวนในอัตรา 60 ต่อ 40% ไม่มีใครกรีดกันแล้ว เพราะไม่คุ้มค่าเหนื่อย ทำให้ชาวสวนยางรายย่อยต้องมากรีดกันเอง    

                         จากการประเมินจากแนวคิดของนายเพิก วังเลิกพง ประกอบกับสภาพความเป็นจริงของรัฐบาลรักษาการภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้น แม้นายบุญส่งจะเรียกร้องให้รัฐบาลรีบดำเนินการจ่ายให้แก่เกษตรกรก็ตามแต่โอกาสที่เกษตรกรจะได้รับเงินคงริบหรี่ เพราะมองแล้วรัฐบาลจะเอามาจากไหน สุดท้ายชาวสวนยางพาราจะตกอยู่ในภาวะเดียวกันกับชาวนาในขณะนี้

 

 

----------------------

(จากรับจำนำข้าวสู่ปัจจัยการผลิตยาง บทพิสูจน์ความจริงใจของรัฐนาวา 'ปู' : ดลมนัส กาเจ ... รายงาน)