
รักเสมอ....'หลีเป๊ะ'
16 ก.พ. 2557
รักเสมอ....'หลีเป๊ะ' : คอลัมน์เที่ยวนี้ขอเล่า : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง
มันน่าจะมากกว่า 15 ปีแล้วสินะ หรือบางทีอาจจะมากกว่านั้นก็ได้ ที่ฉันกับ เกาะหลีเป๊ะ ห่างเหินกัน
ไม่ต้องโทษระยะทาง หรือโทษอะไร โทษตัวเองนี่แหละที่มัวแต่ร่อนเร่พเนจรไปนอกชายคาขวานทองจนแทบไม่เหลือเวลาให้สถานที่อันเป็นที่รักทั้งหลาย
หลีเป๊ะคงน้อยใจแย่ ถ้ารู้ว่าในรอบ 6 ปีให้หลังฉันแวะเวียนไปหามัลดีฟส์ได้ทุกปีสิน่า แต่ใกล้แค่เอื้อมอย่างหลีเป๊ะกลับทำหมางเมิน
แต่หลีเป๊ะคงไม่รู้หรอกว่า ทุกครั้งที่พาร่างไปแช่น้ำทะเลที่มัลดีฟส์ฉันคิดถึงหลีเป๊ะเสมอ ก็หลีเป๊ะนั่นแหละตัวดี หลีเป๊ะเป็นเชื้อเพลิงที่คอยกระตุ้นให้ฉันอยากเห็นมัลดีฟส์ พูดแบบเพ้อๆ ก็ต้องบอกว่า หลีเป๊ะนั่นเองที่เป็นแรงบันดาลใจให้ออกเดินทางไปหามัลดีฟส์
เอื้อนเอ่ยไปตั้งแต่ปลายปีก่อนว่า ปีนี้จะย้อนกลับมาเที่ยวไทยให้หนักหน่วงเหมือนเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ออกตัวจากเกาะกูดไปแล้ว จากนั้นสัญจรไปหาหมู่เกาะน้อยใหญ่ในแถบตรัง แล้วก็ได้ฤกษ์เวียนไปถึงเกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล ซะที
หลีเป๊ะเที่ยวก่อนๆ ใช้วิธีขับรถไปทิ้งไว้แถวท่าเรือปากบารา แต่เที่ยวนี้ใช้บริการสายการบินนกแอร์ (www.nokair.com) ไปหย่อนตัวลงที่หาดใหญ่เลย ทำให้เดี๋ยวนี้ใครจะไปเที่ยวเกาะทางใต้สะดวกขึ้นเยอะ ซึ่งนอกจากหาดใหญ่แล้ว ยังมีเที่ยวบินไปลงที่ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี กระบี่ ตรัง ระนอง และพังงาด้วย
จากสนามบินหาดใหญ่มีรถตู้ให้บริการไปส่งถึงท่าเรือปากบารา แถมเรือเดี๋ยวนี้สะดวกสบายขึ้นเยอะ มีทั้งเรือสปีดโบ๊ท เรือไฮสปีดเฟอร์รี่ติดแอร์เย็นฉ่ำ ที่จะพาซิ่งแค่ชั่วโมงครึ่งก็ถึงเกาะหลีเป๊ะแล้ว นึกถึงว่าสมัยก่อนต้องนั่งเรือ 2 ชั้นกันครึ่งวันนั่นแหละกว่าจะเห็นขาอ่อนของหลีเป๊ะ ยิ่งถ้าเที่ยวไหนเจอคลื่นลมแรงก็ทำใจและเตรียมยาดมยาหม่องเอาไว้ให้พร้อมเลย
ไม่ได้เจอกันนาน แต่ดูเหมือนหลีเป๊ะยังสวยเหมือนเคย ทั้งเฉดสีของน้ำทะเล ทั้งปลาและปะการังยังเป็นรีเซฟชั่นชั้นดีเสมอ
ที่เปลี่ยนไปก็น่าจะเป็นพื้นที่ว่างที่น้อยลง จากเกาะโล่งๆ ทุกวันนี้มีรีสอร์ทร่วม 60 แห่ง อัดแน่นอยู่บนเกาะเล็กๆ แห่งนี้ สมัยก่อนมีแต่เรือนพักเป็นบังกะโลเล็กๆ แต่เดี๋ยวนี้ 3-4 ดาว มีมาให้คัดตัวเต็มไปหมด
เที่ยวนี้ฉันมาลงเอยที่ Mountain Resort Koh Lipe (www.mountainresortlipe.com) โรงแรมที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงบริเวณ หาดซันเซท บีช ที่นี่เขามีบ้านพักมากกว่า 100 หลัง ซึ่งบ้านพักทุกหลังถูกออกแบบให้มีระยะห่างกันเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว ข้อสำคัญนักท่องเที่ยวโหวตว่าเป็นเรือนพักที่ตั้งอยู่ในทำเลสวยที่สุดของเกาะหลีเป๊ะ เพราะความที่ตั้งอยู่บนเนินเขาทำให้มองเห็นทะเลและหาดทรายจากมุมสูงได้อย่างงดงาม
ก็เรียกว่าสมคำโฆษณาจริงๆ เพราะวิวทิวทัศน์ที่ปรากฏว่าอยู่ตรงหน้า คือ เนินทรายที่เป็นแหลมยื่นออกมาจากฝั่งเป็นเหมือนลากูน น้ำทะเลไล่เฉดสีจากฟ้าอ่อน เทอร์ควอยซ์ ไปหาครามเข้ม พระเจ้า! นั่นมันมัลดีฟส์ชัดๆ ใครที่สงสัยมาตลอดว่าทำไมหลีเป๊ะถึงถูกเรียกว่าเป็นมัลดีฟส์เมืองไทย มาเห็นช็อตนี้ รับรองหายสงสัยเป็นปลิดทิ้ง
ฉันมาหลีเป๊ะหลายเที่ยว ยังไม่เคยเจอช็อตนี้สักที เพิ่งมาเห็นเที่ยวนี้นี่เอง ช็อตแบบนี้ถ้าไม่ได้พักที่ Mountain Resort ก็ไม่ได้เห็นอีก
เอนหลังลงบนเปลหน้าชาน ให้สายลมลูบไล้อย่างมีความสุข เท่านี้ก็ไม่อยากไปไหนแล้ว
“หลังจาก 6 โมงเย็นเรามีรถรับส่งไปถนนคนเดินตลอดเลยนะครับ...” ฟังสตาฟฟ์ที่เรือนพักเอื้อนเอ่ยแล้วเกิดความรู้สึกหลายอย่าง อย่างแรกรู้สึกว่าโรงแรมนี้บริการดีแท้ อยู่บนภูเขาก็จริง แต่ไม่ต้องเดินให้เหนื่อย เพราะเขามีรถรับส่ง อีกใจนึกถึงหลีเป๊ะ เดี๋ยวนี้มีถนนคนเดินบนเกาะแล้วหรือ ไม่รอช้า 6 โมงเย็นปุ๊บ ขอไปเดินสำรวจถนนคนเดินของหลีเป๊ะหน่อยเถอะ
ตอนอยู่ในเรือนพัก ยังมองไม่ออกมาหลีเป๊ะฮอตแค่ไหน แต่พอพาตัวเองออกมาทอดน่องบน ถนนคนเดิน ถึงได้รู้ว่า หลีเป๊ะร้อนแรงเหลือกำลัง ฝรั่งเดินเพ่นพ่านกันแน่นถนน
แทบจะเรียกว่าเป็นกิจวัตรของนักท่องเที่ยวที่มาหลีเป๊ะเลยก็ว่าได้ กินมื้อเช้าเสร็จ ไปนอนผึ่งแดดปิ้งตัวทั้งวัน เย็นไปนั่งดูพระอาทิตย์ตกที่หาดพัทยา เสร็จแล้วไปหาอะไรกินที่ถนนคนเดิน ร้านรวงแถวนี้แน่นไปหมด ทั้งร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ร้านขายโรตีนี่ก็ฮิต ร้านขายทัวร์ดำน้ำก็เยอะ ร้านที่มีดนตรีเล่นสดยังมีเลย
คุณพระ! เซเว่นอีเลฟเว่นก็ตามมา ได้แต่ภาวนาว่า สตาร์บัคอย่าตามมาเลย เดี๋ยวร้านกาแฟแถวนี้จะพานเจ๊งกันไปหมด
ร้านนวดก็แน่น เรียกว่าสะดุดล้มแผละไปตรงไหน นวดได้เลย สนนราคาค่าคลายเส้นชั่วโมงละ 300 บาทขาดตัว ไม่ต้องหาถูกไปกว่านี้แล้ว ฉันเดินสำรวจมาทั่วเกาะ เขาเริ่มต้นจากราคานี้ทั้งนั้น
สำรวจถนนคนเดินกันไปแล้ว ถ้าไปเดินเกะกะแถวหาดพัทยาที่เป็นด้านท่าเรือ จึงพบว่าไม่มีที่ว่างเหลือสำหรับรีสอร์ทน้องใหม่อีกแล้ว แน่นเอี้ยดจนแทบไม่เหลือที่ว่างให้มะพร้าวได้หายใจ
เดินทะลุจากหาดพัทยาไปหาชายหาดอีกฝั่งหนึ่งอย่าง หาดซันไรส์ ดูบ้าง จึงพบว่าด้านในของเกาะก็แน่นไม่ใช่น้อยเหมือนกัน อาคารบ้านเช่าถูกสร้างขึ้นเอาไว้ให้บรรดาแรงงาน คนงาน และฝรั่งที่มาทำงานบนเกาะเช่ากันเป็นรายเดือน นาทีนั้นไม่ได้ห่วงอะไรเลย นอกจากเรื่องขยะ เมื่อไหร่ที่คนเพิ่ม การบริโภคเพิ่ม ขยะย่อมกองพะเนินตามไปด้วย
น้ำทะเลในฝั่งหาดซันไรส์ช่วยทำให้ใจชุ่มขึ้นมาบ้าง ฝั่งนี้นี่สีสันฉ่ำเด็ดขาดบาดใจไปเลย ฝรั่งหิวแดดยังนอนผึ่งร่างกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ราวกับว่า แสงแดดคือสิ่งมหัศจรรย์ พวกเขาจึงทอดกายให้แดดชโลมไปทุกหลืบของร่าง
แดดเผ็ดแบบนี้ คนไทยกลัวฝ้าร้องยี้ใส่แดดแน่ แต่ฝรั่งยังทำโรแมนติกท่ามกลางไอแดดที่ปลิวสะบัดได้อย่างน่าประหลาดใจ หลีเป๊ะโรแมนติกขนาดมีฝรั่งหลายคู่ตรวจสุขภาพในช่องปากกันอย่างดูดดื่ม
ลมก็พัดกระพือ น่านอนเปล หรือนอนนวดอย่างยิ่งไม่รอช้า เมื่อน่านอน จึงควรหยุดเดิน ฉันมองหาร้านนวดเพื่อเอนกายลงริมทะเล ซึ่งก็ไม่ยาก แค่นึกอยากนวด ร้านนวดก็โผล่มาให้คัดตัวทุก 50 เมตร
4-5 วันในหลีเป๊ะ ชีวิตของฉันเวียนว่ายอยู่บนเปล หนังสือ น้ำทะเล และลงเอยด้วยการส่งดวงตะวันลงทะเลทุกวัน ถามว่าหายคิดถึงมั้ย ควรจะหายคิดถึง แต่นี่มันอะไรเล่า ฉันนั่งบนเรือที่ค่อยๆ ขยับตัวออกห่างเกาะหลีเป๊ะ บทจะลาก็ร่ำไร ได้แต่มองเห็นความอาวรณ์ทอดยาวเป็นทาง
เพราะไม่ว่าจะกี่ปีเคลื่อนไป ยังรักหลีเป๊ะเสมอ
........................
(รักเสมอ....'หลีเป๊ะ' : คอลัมน์เที่ยวนี้ขอเล่า : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง)



