
ศิลป์แห่งแผ่นดิน : มาฆบูชาวาเลนไทน์
ศิลป์แห่งแผ่นดิน : มาฆบูชาวาเลนไทน์ : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ
14 กุมภาพันธ์นี้ เป็นวันมาฆบูชา ดอกบัวและดอกกุหลาบแดง คงได้ประชันขันแข่งว่าดอกไหนจะต้องใจต้องตากว่ากัน
เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผมได้รับเชิญจากหน่วยงานภาครัฐของจังหวัดอุทัยธานี ให้ไป “มินิคอนเสิร์ตแอนด์ทอล์กโชว์” ในหัวข้อ “รักสวยวัยใส” ให้เด็กและเยาวชนจำนวนร้อยกว่าคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียนหนุ่มน้อยสาวน้อยที่อยู่ในวัยแรกแย้มหน้าแฉล้มแช่มช้อย ทั้งนี้ด้วยความห่วงใยอย่างเหลือล้นจากผู้ใหญ่ที่ปรารถนาดี อยากให้ลูกๆ หลานๆ ประพฤติตัวดีอยู่ในศีลธรรมอันดี ในกรอบประเพณีอันงาม จึงได้เกิดโครงการ กิจกรรมดีๆ สำหรับเด็กและเยาวชน โดยมีจุดมุ่งหมายอบรมบ่มนิสัย “รักสวยวัยใส” เป็นโครงการหนึ่งซึ่งได้เชิญ “วิทยากรระดับชาติ” มาบรรยาย วิทยากรระดับชาติก็เลยขออนุญาตปรับเปลี่ยนท่าทีการบรรยายมาเป็นพูดพร่ำพร้อมทำเพลง แต่ยังคงเนื้อหาตามหัวข้อ และจุดประสงค์ที่ตั้งขึ้น
ผมผู้เป็นวิทยากรระดับชาติ (ชาตินี้) ก็เลยเน้นหนักไปทางรื่นเริงบันเทิงใจ ประเทืองอารมณ์ไว้ก่อน ประเทืองปัญญาและจรรโลงศีลธรรม
พูดถึงความหมายของ “ความรัก” ว่ามีหลายมิติ หลายมุม หลายด้าน หลายมุมให้มอง หลายทางให้เดิน
พูดถึงวันแห่งความรัก ที่ไปที่มาของ “วาเลนไทน์” พูดถึง “วันมาฆบูชา” ที่ปีนี้วิถีจันทรานำพาให้มาตรงกันกับวันวาเลนไทน์
พูดถึง “กุหลาบแดง” ดอกไม้ที่ถือเอาเป็นดอกไม้แห่งความรัก ซึ่งผมพยายามผลักดัน “ดอกบานไม่รู้โรย” เข้าประกวดด้วยเหตุผลที่ว่า ดอกบานไม่รู้โรยนั้นมีความทนทานต่อแดดร้อนลมแร้ง อดทนอดกลั้นเป็นเลิศ น่าจะมีคุณสมบัติที่ดีเพียงพอต่อการเป็นสัญลักษณ์ของวันแห่งความรัก
ผมก็ชวนคุยชวนคิดไปอย่างนั้นเอง แต่ก็มีใครหลายคนแอบคิดตาม
ผมได้แต่งเพลง “วันแห่งความรัก” ไว้นานแล้ว และนำมาร้องให้เด็กๆ ฟังบนเวทีด้วย
“วันแห่งความรัก...ตั้งใจบอกรักเธอ ในวันที่สำคัญ เจอะเจอเธอทุกวัน ไม่เคยได้เห็นใจ...ไม่เคยบอกรักเธอ ดั่งเราไกลแสนไกล วันนี้เลยสบตา ตั้งใจบอกรักเธอ
เมื่อยามเธอร้องไห้ เช่นกันฉันร้องไห้ เมื่อใดเธอยิ้มได้ เช่นกันฉันยิ้มด้วย แต่ไม่เคยเข้าใจ ดั่งเราไกลแสนไกล วันนี้วันสำคัญ มั่นใจบอกรักเธอ
นัดพบกันที่กระจกเงา สบตากันหวั่นไหวใจสองเรา แนบกายเราใกล้กัน แต่สิ่งใดกันกั้นเราไว้ กอดกันไม่ได้ ไม่เป็นไร ฉันจะแทรกใจ แทรกใจไปหาเธอ
บอกคนในกระจกเงา ฉันจะรักเธอเสมอ ฉันรักเธอ จะไม่ทำให้เธอผิดหวัง ฉันรักเธอ จะทำให้เธอภาคภูมิใจ
เมื่อฉันบอกรักเธอ เธอก็บอกรักฉัน สองเราบอกรักกัน หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
วันแห่งความรักของฉัน วันแห่งความรักทุกวัน”
แต่งเพลงนี้โดยได้รับแรงบันใดจากคำพูดของท่านเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เรื่อง บอกรักตนเองในกระจกเงา จำไม่ได้ว่าฟังท่านพูดจากที่ไหน เวทีไหนสักแห่ง
เนื้อหาของเพลงนี้ ก็เป็นอีกมุมมองหนึ่งของความรัก และการบอกรัก
บนเวทีวันนั้น ผมยังชวนคิดเรื่อง “ความเหงา” “ความคิดถึง” และยังพูดถึงการอกหักด้วย อ่านบทกวีความรัก อ่านกลอนอกหักให้เด็กๆ ฟัง ขยายมุมมองเรื่องความรักให้เด็กๆ เห็นภาพกว้างกว่าเดิม และชักชวนให้ปลูก ดูแลรักษาและพัฒนาความรักของตน
กิจกรรมครั้งนี้ มีการถ่ายทอดเสียงผ่านสถานีวิทยุ คลื่นท้องถิ่นด้วย เป็นเรื่องน่าเสียวไส้เพราะวิทยากรต้องใช้ถ้อยคำเพื่อพูดคุยถึงเรื่องที่ผู้ใหญ่เขาห่วงใยเด็กๆ ก็คือเรื่องความรักที่ผิดทาง เรื่องการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร เรื่องท้องก่อนแต่งอะไรประมาณนี้ ทำให้ผมนึกถึงเพื่อนนักเขียนท่านหนึ่งซึ่งเป็นทั้งนักเขียนฝีมือดีและเป็นสูตินารีแพทย์ด้วย ท่านมีชุดภาษาและถ้อยคำที่ “เอาอยู่” ตอบสนองเนื้อหาได้ และฮาดีเซ็กซี่อีกต่างหาก
วันวาเลนไทน์ ที่คนไทยรับเอามาเข้าเส้นเลือดอยู่ทุกวันนี้ ได้กลายเป็นวันสำคัญระดับชาตินี้ ยันชาติหน้าไปแล้ว เป็นเรื่องน่าสนใจว่า ปีนี้วันวาเลนไทน์ตรงกับวันมาฆบูชา กุหลาบแดงกับดอกบัว ดอกไหนจะขายดีกว่ากัน ผู้ใหญ่เขาห่วงใยว่าเด็กๆ จะเข้าวัดหรือเข้าโรงแรม หรือเข้าวัดก่อนค่อยเข้าโรงแรม
(และรีสอร์ทที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด) ตอนเช้าตักบาตรทำบุญ ตอนค่ำก็ค่อยออกมาเวียนเทียน
บนเวทีผมยังเล่าเรื่อง “รักในวัยเยาว์” ของคนรุ่นผม เล่าเรื่อง “ความรักครั้งแรก” เล่าเรื่อง “อกหัก”
ไม่ได้พูดถึงการใช้ถุงยางอนามัยแต่อย่าใด และไม่ได้พูดอะไรที่เกี่ยวข้องกับขอบเขตความหมายของ “เพศศึกษา” ตามที่เขาว่าๆ กัน
นับว่าดี ที่มีผู้ใหญ่เห็นประเด็นเรื่อง “รักสวยๆ ของวัยใส” และแสดงความห่วงใยออกมาเป็นรูปธรรม ผ่านโครงการและกิจกรรมดังกล่าว บันทึกไว้ ณ 14 กุมภาพันธ์ วันมาฆบูชา+วาเลนไทน์
----------------------
(ศิลป์แห่งแผ่นดิน : มาฆบูชาวาเลนไทน์ : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ)



