
ตกแต่งภายในสไตล์'บูทิคไม่บาน'
15 ก.พ. 2557
ตกแต่งภายในสไตล์'บูทิคไม่บาน' : คอลัมน์บ้านไม่บาน
สวัสดีครับแฟนๆ ชาว "บ้านไม่บาน" จากความเดิมตอนที่แล้วผมได้ให้ แนวคิดใน "การปฏิรูปการตกแต่งภายใน" ของ "บ้านไม่บาน" ในสไตล์ "อกาลิโก"+ "ไฮโซ" + "โลว์คอส" คือ "สวย + ประหยัด + ดูดีมีชาติตระกูล" นั้น ในสัปดาห์นี้เป็นการขยายความต่อจากตอนที่แล้ว ผมอยากเตือนสติชาว "คนรักบ้าน" ว่าไม่ควรจะผูกมัดตัวเองรับแนวคิดทางใดทางหนึ่งหรือสไตล์ใดสไตล์หนึ่ง เพราะในโลกปัจจุบันการสื่อสาร "ไร้พรมแดน" ประเภท "ดอทคอม" และ "ระบบดิจิทัล" ทุกอย่างล้วนมาเร็วไปเร็ว ล้าสมัยเร็ว การไปยึดติดกับแนวคิดใดแนวคิดหนึ่ง จึงเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องนัก เพราะเพียงแค่กะพริบตาก็ล้าสมัยเสียแล้ว ในยุค 3G, 4G และ 5G ถ้าหากไม่มั่นคงกับ "ของดีที่เคยมีอยู่" ก็อาจจะ "ขาดจุดยืน" และหลงไปกับแสงสีและเทคโนโลยีกันได้ง่ายๆ ครับ
ดังนั้น ในสัปดาห์นี้ ผมขอนำเสนอ "การปฏิรูปการบ้าน" โดยการระเบิดจากภายในออกมาคือ การวางรากฐานทางความคิดของ "การตกแต่งภายใน" ในสไตล์ที่ผมเรียกว่า "บูทิคไม่บาน" สำหรับคำว่า "บูทิค" นั่นเป็นรากศัพท์มาจากภาษา "ฝรั่งเศส" ซึ่งแปลตรงๆ ตัวว่า "รูปแบบสิ่งของหรืออาคารสถานที่สวยๆ งามๆ ที่แปลกตา" แต่ "บูทิคไม่บาน" ของสำนัก "ตักสิลาไม่บาน" โดย "อาจารย์เชี่ยว ชอบช่วย" นั้น มีความหมายลึกซึ้งกินใจและจริงใจไปกว่าคำว่า "บูทิค" ภาษา "ฝรั่งเศส" เพราะ "บูทิค" ของผมเป็นการต่อยอด "ของดีที่เคยมีอยู่" และถูกมองข้าม, ถูกทิ้งขว้าง, ถูกทำให้ด้อยค่า นำกลับมา "ชุบชีวิตใหม่" สร้างชีวิตชีวาใหม่ ผมเรียกกระบวนการคิดและการลงมือปฏิบัตินี้ว่ากระบวนการ "Revitalization" ซึ่งต้องขออนุญาตใช้ทับศัพท์ เพราะแปลเป็นไทยคงลำบาก เนื่องจากครอบคลุมถึงการ "Rethink" แบบ "คิดใหม่ ทำใหม่" ตลอดจน "Recycle" และ "Reuse" คือ "การนำกลับมาใช้ใหม่" เพื่อรับใช้วิถีชีวิตแบบใหม่ๆ
การตกแต่งภายใต้กรอบความคิด "อกาลิโก" + "ไฮโซ" + "โลว์คอส" ของผมนั้น จะต้องไม่ให้ใครจับได้ว่าของตกแต่งชิ้นนี้มีราคาเท่าไร และจะต้องหลุดพ้นจากสภาวะ "ตัวเป็นไทย แต่ใจเป็นทาส (ทางความคิด)" ยอมศิโรราบแบบ "หลงใหลได้ปลื้ม" กับต่อรูปแบบและสไตล์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ เปรียบไปก็เหมือนต้นไม้แหละครับ ถ้าผมเลือกได้ก็อยากเป็นต้นไม้ไทยแท้พื้นถิ่นที่สวยงาม สะดุดตาและหายากทั้งยังต้องมี "รากแก้ว" ที่หยั่งลึก จนถึงชั้นของน้ำใต้ดิน เป็นประเภท "ไม้ยืนต้น" ที่อาจจะโตช้าแต่โตแล้วโตเลย สามารถสู้แดดลมฝน ทนร้อน ทนแล้ง ไม่ต้องดูแลประคบประหงมมากจนเกินงาม ไม่เหมือนพืชพันธุ์ไม้นำเข้าจากต่างประเทศที่มีภูมิต้านทานต่ำไม่เหมาะกับสภาพภูมิอากาศของบ้านเรา จึงมักจะเป็นไม้ประเภทล้มลุกเกิดง่าย ตายง่าย ซึ่งความหมายของคำว่า "บูทิคไม่บาน" ของผมก็มีอุปมาอุปมัยเป็นไปในลักษณะนี้ครับ
การตกแต่งในสไตล์ "บูทิคไม่บาน" นี้ ทำให้นึกถึงคำโบราณที่พูดถึงการสร้างบ้าน ซึ่งสมัยโบราณนั้นไม่มี "สถาปนิก" หรอกครับ มีแต่ "ช่าง" ที่ทำการ "ปรุงเรือน" ซึ่งคำว่า "ปรุง" นี้เพราะมากครับ ผมนึกถึงตอนยาย "ปรุงอาหาร" หยิบเล็กผสมน้อยแบบ "เอาใจเข้าไปใส่" เผลอแผล็บเดียวก็มีอาหารรสเลิศเต็มโต๊ะ ฝีมือยายที่ปรุงด้วยความรู้จริงและชำนาญจริงและใส่ความรักจริงความเอาจริงเอาใจใส่ลงไป อาจเพราะผมเป็นหลานชายคนเดียวของยายก็ถือว่าเป็นไฟท์บังคับครับ ยายไม่มีทางเลือกยังไงเสียจะยากดีมีจนก็ต้องรักผมอยู่วันยังค่ำและข้อสำคัญผมก็รักยายผม เพราะผมมียายคนเดียวเหมือนกัน เมื่อเข้าใจเช่นนี้แล้วจะเห็นได้ว่าการตกแต่งในสไตล์ "บูทิคไม่บาน" นั้น จำเป็นที่จะต้องมีความเอาใจใส่ในทุกรายละเอียด และจะต้องอดทน ค่อยๆ คิด ค่อยๆ ทำ แบบช้าๆ แต่ชัดๆ ใช้ทั้ง "สติ" และ "ปัญญา" ควบคู่กันไม่รีบร้อนแบบ "แดกด่วน" ครับ
นอกจากนั้น หัวใจสำคัญของการตกแต่งในสไตล์ "บูทิคไม่บาน" คือ วัสดุอุปกรณ์ในการตกแต่งซึ่งผมก็สามารถหาได้รอบตัวนั่นแหละครับ อาทิ เครื่องจักสานเก่าๆ, ไม้เก่าๆ, ผ้าซิ่นไหมเก่าๆ, นาฬิกาเก่าๆ (อาจจะหยุดเดินแล้ว), วิทยุเก่าๆ, ตู้เก่าๆ, โต๊ะเก่าๆ ฯลฯ อะไรเก่าๆ ที่ไม่ใช้แล้วต้องตั้งใจแน่วแน่ว่าจะนำกลับมาใช้ให้ได้ทำให้ พักหลังๆ นี้ผมมักใช้เวลาอยู่กับการเดินตามตลาดนัด หาสินค้าประเภทมือสองของเก่าที่วางอย่างไร้ค่าแบกับดิน เหมือนการออกแสวงหาขุมทรัพย์ที่คนส่วนใหญ่มักมองว่าเป็นข้าวของเครื่องใช้ที่ไม่ใช้แล้ว เป็นการนำเอาของเก่าในอดีตนำมาใช้ปัจจุบัน เพราะผมถือว่าเป็นอุปกรณ์ตกแต่งที่สำคัญที่สุดในสไตล์ "บูทิคไม่บาน" ครับ
ในสัปดาห์นี้ผมจะพาท่านไปชม "คลังของเก่า" ที่ผมสะสมไว้ บางชิ้นก็มีราคาหลักสิบ หลักร้อยบาท ตั้งใจแน่วแน่ว่าของแพงจะไม่ซื้อ จะไม่ขอเดินตามห้างขายเฟอร์นิเจอร์ติดแอร์ เพราะจะผิดหลักการ "บูทิคไม่บาน" ในสไตล์ "อกาลิโก"+ "ไฮโซ" + "โลว์คอส" และขอสารภาพครับว่าพอทำไปทำมาก็ติดใจ เหมือนกำลังเล่นเกม ประเภทลับสมองประลองเชาวน์ เพราะทุกครั้งที่ออกเดินตลาดนัด ก็ยากจะคาดเดาว่าจะเจออะไรและจะนำมาใช้อะไร แต่การทำงานออกแบบลักษณะนี้จะยากกว่าการออกแบบในระบบปกติถึง 2 เท่า เพราะต้องมีกรอบทางความคิดที่ชัดเจนในจินตนาการว่าต้องการรูปแบบใด และจะต้องรู้ว่าของเก่าชิ้นนั้นจะถูกนำไปปรับประยุกต์ใช้อย่างไร
"สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น" ครับ วันนี้ผมจะพาท่านไปเยี่ยมชม "คลังของเก่า" ที่ผมนำไปใช้ในการตกแต่งสไตล์ "บูทิคไม่บาน" ของผมครับ และไปชื่นชมผลงานว่าเมื่อนำมาตกแต่งแล้วสวยสดงดงามเป็นเอกลักษณ์เหนือคำบรรยายอย่างไรครับ สำหรับแฟน ๆ ที่สนใจแนวทางนี้ผมก็ขอเชียร์กันแบบออกนอกหน้าครับ เพราะนอกจากจะเป็นแนวทางการตกแต่งที่ไม่เหมือนใครแล้วก็ยังช่วยโลกในการ "รู้รักษ์ทรัพยากร" อีกทางหนึ่งด้วยครับ
............................
(ตกแต่งภายในสไตล์'บูทิคไม่บาน' : คอลัมน์บ้านไม่บาน)



