
'แท็บเล็ต'ล่ม!เหตุฮั้วจี้'แม้ว-ปู-อ๋อย'ตอบเด็ก
'แท็บเล็ต'ล่ม!เหตุฮั้วบริษัทรายใหญ่ จี้'แม้ว-ปู-อ๋อย'ตอบเด็ก (ตอน5) : แฉ!ทุจริตแท็บเล็ตปี56วงเงิน4,611ล้าน โดยกมลทิพย์ ใบเงิน เรื่อง/ภาพ
"คม ชัด ลึก" ตรวจสอบพบความผิดปกติ ในการดำเนินโครงการการจัดซื้อ "แท็บเล็ตภาค 2" ในปี 2556 ตามเอกสารประกวดราคาซื้อด้วยวิธีการทางอีเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-ออกชั่น (e-Auction) เลขที่ 17/2556 การจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา(แท็บเล็ต) ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2556 ได้มีการกำหนดคุณสมบัติผู้ประสงค์จะเสนอราคาเอาไว้ 6 ข้อ
แต่ที่ "น่าสังเกต" คือ ข้อ 2.6 ที่ระบุว่า "ผู้เสนอราคาต้องมีผลงานการขายเครื่องคอมพิวเตอร์(คอมพิวเตอร์ หมายถึง ครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ ฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก เครื่องคอมพิวเตอร์พกพา(แท็บเล็ต) และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พร้อมระบบเครือข่ายสารสนเทศ) ในวงเงินไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท ในสัญญาเดียว และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีสำเนาหนังสือรับรองผลงาน พร้อมสำเนาคู่ฉบับสัญญาของผลงานที่นำมาแสดง
นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการคณะกรรมการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ(ภตช.) ฟันธงว่า แม้การจัดซื้อแท็บเล็ตภาค 2 ไม่ได้ล็อกสเปกเครื่องแท็บเล็ต เพราะสเปกของศธ.สูงกว่าของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) แต่การกำหนดคุณสมบัติผู้ประสงค์จะเสนอราคาเอาไว้ข้อ 2.6 นั้น เป็นการกีดกันผู้ประกอบการรายย่อย ไม่ให้สามารถเข้าร่วมประมูลแท็บเล็ตปี 2556 ได้ ผิดพ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 (พ.ร.บ.ฮั้ว) มาตรา 11 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีถึง 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 100,000-400,000 บาท
"บริษัทที่สามารถเข้าประมูลในวงเงิน 100 ล้านบาทได้ มีแต่บริษัทใหญ่ๆ เท่านั้น เพราะแค่วางเงินค้ำประกันแท็บเล็ต ตกโซนละ 60 ล้านบาท แต่ต้องวางเงินค้ำประกันถึง 4 โซน รวมวงเงิน 240ล้านบาท แค่เงินค้ำประกันบริษัทขนาดเล็กก็ไม่สามารถเข้าร่วมประมูลได้แล้ว หากกำหนดวงเงินในการประมูลประมาณ 50-80 ล้านบาท ผู้เข้าประมูลจ่ายเงินค้ำประกัน 4 ล้านบาท จะเปิดกว้างให้บริษัทผู้ผลิตแท็บเล็ตรายย่อยเข้าร่วมประมูลได้ เป็นการช่วยกันทำงาน ก็จะสามารถผลิตแท็บเล็ตได้ทันตามเวลาที่ศธ.กำหนด แต่กรณีนี้สุดท้ายทำไม่ทันก็พังกันทั้งยวง"
เลขาธิการ ภตช. จับพิรุธการประมูลด้วยว่า ทำไมการประมูลโซน 1 โซน 2 และโซน 4 ผ่าน แต่โซน 3 บริษัท เสิ่นเจิ้น อิงถัง อินเทลลิเจ้นท์ คอนโทรล ไม่ผ่านรอบ 2 แต่ผ่านรอบแรก คณะกรรมการเอาตรงไหนมาเป็นบรรทัดฐาน เพราะสุดท้ายก็เป็นการใช้ดุลพินิจ ใช้ความรู้สึกส่วนตัวตัดสิน แสดงว่าการทดสอบการตกกระทบ มนุษย์ทำ น้ำหนัก มุมไม่เท่ากัน มันทำให้เกิดการเลือกปฏิบัติ เป็นการทำที่ล้มเหลวเป็นอย่างมาก กระบวนการดังกล่าวไม่ควรนำมาใช้เป็นเเงื่อนไขในการผ่านคุณสมบัติเบื้องต้น
"ผู้ชนะประมูลยกเลิกสัญญาจัดซื้อแท็บเล็ตปี 2556 ทำให้ชาติเสียหาย เด็กไทยเสียโอกาส พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่เป็นคนคิด และ ยิ่งลักษณ์ เป็นคนกำหนด ส่วน จาตุรนต์ ฉายแสง เป็นคนปฏิบัติ ต้องตอบคำถามว่าท่านจะเอาอะไรมาแลกคืนกับโอกาสของเด็ก 1.7 ล้านคนที่เสียไป จะตอบที่ไหนก็ได้ ไม่ควรโยนภาระให้เลขาธิการกพฐ.เป็นคนตอบ จาตุรนต์อย่าหลบไปญี่ปุ่น ควรกลับมารับผิดชอบ เพราะสังคมไทยเราต้องการคนกล้า คนมีสติปัญญา ไม่ต้องการคนขลาดมารับผิดชอบบ้านเมืองในปัจจุบันและอนาคต" เลขาธิการภตช. กล่าว
ขณะที่ นายธานินทร์ เปรมปรีดิ์ รองผู้บัญชาการ สำนักคดีอาญาพิเศษ 2 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวกับ "คม ชัด ลึก" ว่า ดีเอสไอยังไม่รับเรื่องร้องเรียนกรณีการจัดซื้อแท็บเล็ตปี 2556 ล่ม หากมีการร้องเรียนมาก็ไม่ยากที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะการจะดูว่าฮั้วสเปก ฮั้วราคา หรือไม่ สามารถพิสูจน์ได้
"การฮั้วประมูลในประเทศไทยมีด้วยกันหลายแบบ ตั้งแต่ระดับนโยบายจากรัฐบาล ตามด้วยฮั้วกันในขั้นตอนระดับเจ้าหน้าที่ในส่วนกลาง และฮั้วกันในขั้นตอนระดับล่างในภูมิภาคต่างๆ ความจริงการจัดซื้อแท็บเล็ตควรจะกระจายการจัดซื้อ เพื่อเปิดช่องให้บริษัทขนาดเล็กสามารถเข้าร่วมประมูลได้ ก็ช่วยกันผลิต ซึ่งจะทำให้สามารถผลิตได้ทันที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด ความเสียหายก็จะไม่เกิดขึ้นกับชาติและเด็กไทย"
จับตา..การชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการจัดซื้อแท็บเล็ตภาค 2 ล่ม ในวันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์นี้ จะคุ้มค่ากับโอกาสที่เด็กไทยเสียไปหรือไม่
.................................................
(หมายเหตุ : 'แท็บเล็ต"ล่ม!เหตุฮั้วบริษัทรายใหญ่ จี้'แม้ว-ปู-อ๋อย'ตอบเด็ก (ตอน5) : แฉ!ทุจริตแท็บเล็ตปี56วงเงิน4,611ล้าน โดยกมลทิพย์ ใบเงิน เรื่อง/ภาพ)



