ไลฟ์สไตล์

คำแนะนำและป้องกัน'โรคไข้หวัดนก'

คำแนะนำและป้องกัน'โรคไข้หวัดนก'

13 ก.พ. 2557

คำแนะนำและป้องกัน'โรคไข้หวัดนก' : ดูแลสุขภาพ สํานักโรคติดต่ออุบัติใหม่ กรมควบคุมโรค กระทรวงการสาธารณสุข

               จากสถานการณ์ไข้หวัดนก เอช10 เอ็น8 ในประเทศจีน รายงาน ณ วันที่ 26 มกราคม 2557 จากเว็บไซต์ Centre for Health Protection (CHP) พบผู้ป่วยยืนยันการติดเชื้อโรคไข้หวัดนก สายพันธุ์ (เอช10 เอ็น8) จำนวน 2 ราย เสียชีวิต 1 ราย ทั้งนี้ รัฐบาลจีนได้ดำเนินการสอบสวนโรค และมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง สำหรับประเทศไทย ยังไม่เคยพบรายงานการพบเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ เอช10 เอ็น8 นี้

การป้องกันและควบคุมโรคในประเทศไทย
 
               - เฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกในสัตว์ปีกและนกธรรมชาติ รวมถึงในคน และเพิ่มความไวในการตรวจจับการระบาด โดยเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ

               - ประชาสัมพันธ์การป้องกันโรคไข้หวัดนกให้กับประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึง และเผยแพร่ข้อมูลความรู้และแนวทางปฏิบัติในการคัดกรองและการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคไข้หวัดนกตามแนวทางกระทรวงสาธารณสุข ให้แพทย์ทั้งภาครัฐและเอกชนภายในจังหวัดทราบอย่างทั่วถึง และให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ดำเนินการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนก หากพบสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติ ต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข

               - การปรึกษาหารือผู้เชี่ยวชาญทั้งภายในและนอกกระทรวงสาธารณสุข เพื่อร่วมกันประเมินสถานการณ์ และให้คำแนะนำในการเตรียมความพร้อมรับมือการระบาด

               - จัดทำหนังสือสั่งการขอความร่วมมือดำเนินการเตรียมความพร้อมสำหรับโรคไข้หวัดนก ไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

               - ดำเนินการสอบสวนโรค และเก็บตัวอย่างส่งตรวจเพื่อหาสาเหตุ และตรวจสอบว่ามีประวัติเสี่ยงหรือไม่ เช่น ประวัติสัมผัสสัตว์ปีก หรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆ อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีสัตว์ปีกป่วย/ตาย ประวัติการเดินทางไปประเทศที่มีการระบาดของโรค หรือสัมผัสใกล้ชิด/ให้การดูแลผู้ป่วยปอดอักเสบ แจ้งหรือส่งรายงานสอบสวนโรคตามระบบ หรือแจ้งทันที กรณีเป็นผู้ป่วยเสียชีวิต หรือมีอาการรุนแรง

คำแนะนำสำหรับผู้เดินทางไปต่างประเทศ
          
               ประชาชนที่เดินทางไปยังพื้นที่ที่พบการเกิดโรค สามารถเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าวได้ตามปกติ ทั้งนี้ ควรรับประทานอาหารปรุงสุก ล้างมือบ่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนรับประทานอาหาร ในชีวิตประจำวันให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ปีก และหากจะไปตลาดค้าสัตว์มีชีวิตควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ รวมทั้งพื้นผิวที่สัตว์เหล่านั้นอยู่ หากมีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ให้รีบไปพบแพทย์พร้อมประวัติการสัมผัสสัตว์ปีก และประวัติการเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค

คำแนะนำสำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข
 
               - ควรมีการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรออกคำเตือนประชาชนเกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนก ดังนี้
     
               - หลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการไข้หวัดใหญ่ หากมีความจำเป็นควรสวมหน้ากากอนามัยและถุงมือ และไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้ป่วย

               - หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ปีกที่มีการป่วย

               - ไม่นำสัตว์ปีกที่ป่วยตายมาประกอบอาหาร

               - หากมีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ และอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน ให้รีบไปพบแพทย์พร้อมแจ้งประวัติการสัมผัสโรค

คำแนะนำประชาชนทั่วไปในการป้องกันโรคไข้หวัดนก

               - รับประทานเนื้อไก่และไข่ที่ปรุงสุก

               - หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ปีกที่มีอาการป่วยหรือตาย หากไปที่ตลาดค้าสัตว์ปีกมีชีวิต ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ รวมทั้งพื้นผิวที่สัตว์เหล่านั้นอยู่

               - ห้ามนำซากสัตว์ปีกที่ป่วยตายไปรับประทานหรือให้สัตว์อื่นกิน ต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข

               - หากต้องสัมผัสกับสัตว์ปีกในระยะที่มีการระบาดในพื้นที่ ให้สวมหน้ากากอนามัย และสวมถุงมือ

               - ล้างมือบ่อยๆ และทุกครั้งหลังการสัมผัสสัตว์ปีกและสิ่งคัดหลั่งของสัตว์ปีก ด้วยสบู่และน้ำ

               - การเดินทางระหว่างประเทศยังสามารถเดินทางได้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องจำกัดการเดินทาง

               - ผู้ที่จะเดินทางไปต่างประเทศ ให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ปีก รวมทั้งนกธรรมชาติ

               - หากมีอาการเป็นไข้ ไอ ปวดเมื่อยตามร่างกาย และเคยสัมผัสสัตว์ปีก หรือผู้ป่วยปอดบวม ให้รีบไปพบแพทย์พร้อมแจ้งประวัติสัมผัสโรค หรือแจ้งประวัติการเดินทาง