
คำแนะนำและป้องกัน'โรคไข้หวัดนก'
คำแนะนำและป้องกัน'โรคไข้หวัดนก' : ดูแลสุขภาพ สํานักโรคติดต่ออุบัติใหม่ กรมควบคุมโรค กระทรวงการสาธารณสุข
จากสถานการณ์ไข้หวัดนก เอช10 เอ็น8 ในประเทศจีน รายงาน ณ วันที่ 26 มกราคม 2557 จากเว็บไซต์ Centre for Health Protection (CHP) พบผู้ป่วยยืนยันการติดเชื้อโรคไข้หวัดนก สายพันธุ์ (เอช10 เอ็น8) จำนวน 2 ราย เสียชีวิต 1 ราย ทั้งนี้ รัฐบาลจีนได้ดำเนินการสอบสวนโรค และมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง สำหรับประเทศไทย ยังไม่เคยพบรายงานการพบเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ เอช10 เอ็น8 นี้
การป้องกันและควบคุมโรคในประเทศไทย
- เฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกในสัตว์ปีกและนกธรรมชาติ รวมถึงในคน และเพิ่มความไวในการตรวจจับการระบาด โดยเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ
- ประชาสัมพันธ์การป้องกันโรคไข้หวัดนกให้กับประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึง และเผยแพร่ข้อมูลความรู้และแนวทางปฏิบัติในการคัดกรองและการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคไข้หวัดนกตามแนวทางกระทรวงสาธารณสุข ให้แพทย์ทั้งภาครัฐและเอกชนภายในจังหวัดทราบอย่างทั่วถึง และให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ดำเนินการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนก หากพบสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติ ต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
- การปรึกษาหารือผู้เชี่ยวชาญทั้งภายในและนอกกระทรวงสาธารณสุข เพื่อร่วมกันประเมินสถานการณ์ และให้คำแนะนำในการเตรียมความพร้อมรับมือการระบาด
- จัดทำหนังสือสั่งการขอความร่วมมือดำเนินการเตรียมความพร้อมสำหรับโรคไข้หวัดนก ไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- ดำเนินการสอบสวนโรค และเก็บตัวอย่างส่งตรวจเพื่อหาสาเหตุ และตรวจสอบว่ามีประวัติเสี่ยงหรือไม่ เช่น ประวัติสัมผัสสัตว์ปีก หรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆ อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีสัตว์ปีกป่วย/ตาย ประวัติการเดินทางไปประเทศที่มีการระบาดของโรค หรือสัมผัสใกล้ชิด/ให้การดูแลผู้ป่วยปอดอักเสบ แจ้งหรือส่งรายงานสอบสวนโรคตามระบบ หรือแจ้งทันที กรณีเป็นผู้ป่วยเสียชีวิต หรือมีอาการรุนแรง
คำแนะนำสำหรับผู้เดินทางไปต่างประเทศ
ประชาชนที่เดินทางไปยังพื้นที่ที่พบการเกิดโรค สามารถเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าวได้ตามปกติ ทั้งนี้ ควรรับประทานอาหารปรุงสุก ล้างมือบ่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนรับประทานอาหาร ในชีวิตประจำวันให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ปีก และหากจะไปตลาดค้าสัตว์มีชีวิตควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ รวมทั้งพื้นผิวที่สัตว์เหล่านั้นอยู่ หากมีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ให้รีบไปพบแพทย์พร้อมประวัติการสัมผัสสัตว์ปีก และประวัติการเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค
คำแนะนำสำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข
- ควรมีการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรออกคำเตือนประชาชนเกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนก ดังนี้
- หลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการไข้หวัดใหญ่ หากมีความจำเป็นควรสวมหน้ากากอนามัยและถุงมือ และไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้ป่วย
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ปีกที่มีการป่วย
- ไม่นำสัตว์ปีกที่ป่วยตายมาประกอบอาหาร
- หากมีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ และอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน ให้รีบไปพบแพทย์พร้อมแจ้งประวัติการสัมผัสโรค
คำแนะนำประชาชนทั่วไปในการป้องกันโรคไข้หวัดนก
- รับประทานเนื้อไก่และไข่ที่ปรุงสุก
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ปีกที่มีอาการป่วยหรือตาย หากไปที่ตลาดค้าสัตว์ปีกมีชีวิต ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ รวมทั้งพื้นผิวที่สัตว์เหล่านั้นอยู่
- ห้ามนำซากสัตว์ปีกที่ป่วยตายไปรับประทานหรือให้สัตว์อื่นกิน ต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
- หากต้องสัมผัสกับสัตว์ปีกในระยะที่มีการระบาดในพื้นที่ ให้สวมหน้ากากอนามัย และสวมถุงมือ
- ล้างมือบ่อยๆ และทุกครั้งหลังการสัมผัสสัตว์ปีกและสิ่งคัดหลั่งของสัตว์ปีก ด้วยสบู่และน้ำ
- การเดินทางระหว่างประเทศยังสามารถเดินทางได้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องจำกัดการเดินทาง
- ผู้ที่จะเดินทางไปต่างประเทศ ให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ปีก รวมทั้งนกธรรมชาติ
- หากมีอาการเป็นไข้ ไอ ปวดเมื่อยตามร่างกาย และเคยสัมผัสสัตว์ปีก หรือผู้ป่วยปอดบวม ให้รีบไปพบแพทย์พร้อมแจ้งประวัติสัมผัสโรค หรือแจ้งประวัติการเดินทาง



