
สธ.ห่วงวัยรุ่นส่งภาพหวิวผ่าน'ไลน์'
'สธ.' เผยพบวัยรุ่นชาย-หญิง อายุ 15-24 ปี ป่วยเอดส์กว่า 4 หมื่นราย ห่วงเยาวชนใช้ 'ไลน์' ส่งภาพโป๊เปลือย เสี่ยงกระตุ้นความอยากรู้อยากลองทางเพศ
12 ก.พ.57 นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า จากข้อมูลการเฝ้าระวังโรคโดยสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค พบว่า ประชากรอายุระหว่าง 15-24 ปี มีแนวโน้มอัตราป่วยด้วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2549 ซึ่งสะท้อนถึงปัญหาการไม่ใส่ถุงยางอนามัยป้องกัน ซึ่งหากป่วยด้วยกามโรคจะมีโอกาสติดเชื้อเอชไอวีมากกว่าคนปกติ 3-9 เท่า เนื่องจากจะมีแผลที่อวัยวะสืบพันธุ์ถือเป็นช่องทางให้ติดเชื้อง่ายมากขึ้น และปัจจุบันมีวัยรุ่นอายุระหว่าง 15-24 ปี ป่วยเป็นโรคเอดส์แล้วประมาณ 40,000 รายจากผู้ป่วยทั้งหมด 376,690 ราย
ส่วนสาเหตุของการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรของวัยรุ่น เกิดจากการอยากรู้ อยากลอง ซึ่งเป็นผลมาจากฮอร์โมนเพศ ค่านิยมการมีคู่นอนหลายคน หรือการมีเพศสัมพันธ์เพื่อแลกเปลี่ยนเงินหรือสิ่งของ การขาดทักษะในการต่อรอง/ปฏิเสธ เพื่อหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ พฤติกรรมการดื่มสุราและยาเสพติดจนขาดสติจนอาจเกิดการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกัน รวมถึงสภาพเศรษฐกิจและสังคมเปลี่ยนไปทำให้ค่านิยมในการรักนวลสงวนตัวน้อยลง อีกทั้งปัจจุบันสามารถเข้าถึงสื่อลามก อนาจารได้ง่าย
"การเข้าถึงสื่อลามกผ่านอินเตอร์เน็ตหรือแอพพลิเคชั่นไลน์ ที่สามารถส่งถึงตัวหรือถึงกลุ่มเพื่อน โดยบุคคลภายนอกไม่รู้เป็นเรื่องน่ากังวน ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการอยากรู้อยากลองมากขึ้น และเป็นอันตรายหากไม่ได้รับการปรึกษาแนะนำอย่างเหมาะสม" นพ.ณรงค์ กล่าว
ด้านนายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรมควบคุมโรค ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน กำหนดมาตรสำคัญในการป้องกันปัญหา โดยส่งเสริมการเรียนการสอนเรื่องเอดส์และเพศศึกษาในสถานศึกษา ส่งเสริมการเข้าถึงข้อมูล คำแนะนำ คำปรึกษา และบริการสุขภาพอนามัยการเจริญพันธุ์ ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพแกนนำเยาวชน รวมทั้งสนับสนุนถุงยางอนามัยฟรีแก่สถานบริการสาธารณสุขเพื่อแจกจ่ายแก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป
นอกจากนี้ ได้ส่งเสริมให้ประชาชนหรือวัยรุ่นที่มีพฤติกรรมเสี่ยง สามารถตรวจเลือดหาการติดเชื้อเอชไอวีได้ฟรีปีละ 2 ครั้งที่สถานบริการสาธารณสุขหรือโรงพยาบาลของรัฐทุกแห่ง หรือกลุ่มบางรักโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สำนักโรคเอดส์ วัณโรคและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เพื่อได้รับการรักษาตั้งแต่เบื้องต้นหากพบว่ามีเชื้อเอชไอวี
'กรมควบคุมโรค' ติดตั้งเครื่องแจกถุงยางอนามัยฟรี 1.4 หมื่นเครื่อง
ที่รพ.บางรัก จัดการแถลงข่าว เปิดศูนย์การเรียนรู้ Love Gallerly @Bangrak โดย นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวว่า จากการที่กรมได้ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนครั้งที่ 3 / 2557 เรื่อง "การใช้ถุงยางอนามัยเพื่อควบคุมป้องกันโรค" ในกลุ่มตัวอย่างจำนวน 2,921 ราพื้นที่ทุกภาคของประเทศไทยรวมทั้งหมด 25 จังหวัด ได้แก่กรุงเทพมหานคร ชลบุรี นนทบุรีสมุทรสาคร ราชบุรี สระบุรี อ่างทองสุพรรณบุรี เชียงใหม่ ลำปาง สุโขทัยเพชรบูรณ์ นครสวรรค์ ชัยภูมิมหาสารคาม ศรีสะเกษ นครราชสีมาขอนแก่น อุบลราชธานี อุดรธานี ชุมพร กระบี่ นครศรีธรรมราช สงขลาและยะลา เลือกสำรวจประชาชนบริเวณชุมชนรอบตลาดแหล่งชุมชนห้างสรรพสินค้าบริเวณสถานที่ราชการตลอดจนหมู่บ้านนอกเขตเทศบาลระหว่างวันที่ 1 ถึง 7 กุมภาพันธ์ 2557 ผลการสำรวจพบว่า 1. กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีความเห็นว่าการใช้ถุงยางอนามัยสามารถป้องกันการตั้งครรภ์และป้องกันโรคต่างๆจากการมีเพศสัมพันธ์ได้ 86.2 %
2. กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีความเห็นว่าชายและหญิงวัยทำงานที่พกถุงยางอนามัยเป็นคนที่ป้องกันตนเองและผู้อื่น 78.4 %และ 70 %ตามลำดับ เห็นว่าชายเป็นนักเที่ยว 22.7 % สำส่อน 7.6 % เซ็กส์จัด 8.6 % ส่วนหญิงเป็นผู้มีอาชีพขายบริการทางเพศ 18.5 % เซ็กส์จัด 9.2 % สำส่อน 9.3 % 3.กลุ่มตัวอย่างเห็นด้วยที่จะให้มีการติดตั้งเครื่องแจกถุงยางอนามัยฟรีในห้องน้ำนักเรียนหญิงระดับมัธยมศึกษาตอนต้นขึ้นไป 47.68 % ไม่เห็นด้วย31 %และกลุ่มตัวอย่างที่ไม่แน่ใจ20.2 % 4.เห็นว่าการแจกถุงยางอนามัยแก่นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นขึ้นไปในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์จะเป็นการกระตุ้นให้มีเพศสัมพันธ์กันในช่วงเทศกาล 53.4 % 5.เห็นว่าการแจกถุงยางอนามัยแก่นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นขึ้นไปในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์จะช่วยป้องกันการท้องก่อนวัยอันควรโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และโรคเอดส์ได้ 73.3 % 6.เห็นด้วยที่จะให้ผู้ปกครองหรือบุคคลในครอบครัวสอนให้บุตรหลานตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นขึ้นไปรู้จักวิธีใช้และพกถุงยางอนามัย 72.7% 7.ไม่มีความรู้สึกอายถ้าต้องซื้อถุงยางอนามัยในร้านสะดวกซื้อหรือร้านขายยา 44.3% รู้สึกอายเล็กน้อย 41.2% และ 8.ถ้ามีการแจกถุงยางอนามัยฟรี สะดวกที่จะไปรับที่ร้านขายยาคลินิก โรงพยาบาล 43.3 %และเครื่องแจกฟรีอัตโนมัติ 34.7 %
"จากการวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติมส่วนหนึ่งพบว่ากลุ่มตัวอย่างที่อายุ 60 ปีขึ้นไปคิดว่าชายวัยทำงานที่พกถุงยางอนามัยเป็นคนสำส่อน กลุ่มตัวอย่างอายุ 1 5-30 ปี และ 6 0 ปีขึ้นไปคิดว่าหญิงวัยทำงานที่พกถุงยางอนามัยเป็นคนเซ็กซ์จัด กลุ่มตัวอย่างเพศชายคิดว่าหญิงวัยทำงานที่พกถุงยางอนามัยเป็นคนขายบริการทางเพศกลุ่มตัวอย่างช่วงอายุ 15-30 ปี เห็นด้วยที่จะมีการติดตั้งเครื่องแจกถุงยางอนามัยฟรีในห้องน้ำนักเรียนหญิงระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและกลุ่มตัวอย่างที่เคยใช้ถุงยางอนามัยในขณะมีเพศสัมพันธ์เห็นควรด้วยที่จะมีการติดตั้งเครื่องแจกถุงยางอนามัยในห้องน้ำนักเรียนหญิงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น" นพ.โสภณ กล่าว
นพ.โสภณ กล่าวอีกว่า กรมควบคุมโรคได้ใช้ยุทธศาสตร์ป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ ได้แก่ 1.พัฒนาและส่งเสริมการเรียนการสอนเรื่องเอดส์และเพศสัมพันธ์ โดยการพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้เรื่องเพศศึกษาและอนามัยการเจริญพันธุ์ 2. พัฒนาและส่งเสริมการเข้าถึงบริการข้อมูลคำแนะนำปรึกษาและจัดบริการสุขภาพที่เป็นมิตรสำหรับเยาวชนกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายและกลุ่มหญิงบริการในพื้นที่ 57 จังหวัด 3. ส่งเสริมการใช้ถุงยางอนามัยในกลุ่มเยาวชนเพื่อป้องกันโรคด้วยการแจกฟรีส่งเสริมสนับสนุนการติดตั้งเครื่องจำหน่ายถุงยางอนามัยในสถาบันการศึกษาระดับอาชีวศึกษามากกว่า 14,000 เรื่องทั่วประเทศและ 4. พัฒนาศักยภาพแกนนำเยาวชนให้มีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
อนึ่ง ศูนย์เรียนรู้ Love Gallery @ Bangkok จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นแหล่งข้อมูลและเรียนรู้ให้กับเยาวชนเรื่องเพศศึกษาและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ คอลเซ็นเตอร์ 1330 กด 4,0-2941-2320 ต่อ 181,182 หรือสายด่วนกรมคร.1422



