
'พรก.ฉุกเฉิน'ทำต่างชาติ'ช็อกเวฟ'
'สมศักย์' เผยต่างชาติเกิดอาการ 'ช็อกเวฟ' หลังไทยงัดใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ระบุ 'นายกฯ' สั่งกระทรวงการต่างประเทศจับมือกระทรวงท่องเที่ยวแจงนานาชาติ
12 ก.พ. 57 เมื่อเวลา 11.30 น. ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เเจ้งวัฒนะ นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แถลงภายหลังการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาและอุปสรรคด้านการท่องเที่ยวภายหลังการเลือกตั้ง ที่มีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน
โดยนายสมศักย์ กล่าวว่า การหารือในวันนี้เป็นในส่วนของการนำงบประมาณมาจ่ายให้กับนักกีฬาที่ได้รับเหรียญรางวัลที่ไปแข่งขันซีเกมส์ที่ประเทศเมียนมาร์ ส่วนงบประมาณโครงการอื่นยังดำเนินการได้ตามปกติ รวมทั้งยังได้รายงานนายกฯว่าช่วงของการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นการกระทบระดับหนึ่งที่เรียกว่า 'ช็อกเวฟ' ซึ่งต่างชาติตระหนกตกใจ
"ททท.ได้รายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบว่า จำนวนนักท่องเที่ยวมีผลกระทบในกทม.ในบริเวณที่มีการชุมนุม แต่พื้นที่อื่นๆ ในภูมิภาคต่างๆ ของไทย ยังมีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก"
นายสมศักย์ กล่าวด้วยว่า ตนเพิ่งกลับจากงานเทศกาลหิมะที่เมืองฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่นได้พูดคุยกับผู้ว่าการเมืองฮอกไกโด ซึ่งเดิมทีผู้ว่าการฯฮอกไกโด ระบุว่า มีกำหนดการต้องเดินทางมาไทยตามข้อตกลงที่ลงนามร่วมในเรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกันระหว่างฮอกไกโดกับททท. เเต่ก็หยุดชะงัก เพราะรอดูสถานการณ์ให้สงบก่อน รวมทั้งตนได้คุยกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่น พวกเขายังบอกว่าพวกเขาได้รายงานว่าประเทศไทยยังสามารถมาเที่ยวได้ตามปกติ แต่ทั้งนี้จากกรณีที่ประเทศญี่ปุ่นยกเว้นวีซ่าทำให้นักท่องเที่ยวของไทยเป็นที่ต้องการจากเมืองต่างๆ ของญี่ปุ่นจนมีนักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวญี่ปุ่นจำนวนมาก อีกทั้งการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นยังเผยแพร่เอกสารประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้มาท่องเที่ยวเป็นภาษาไทยอีกด้วย
นายสมศักย์ กล่าวยืนยันว่า คาดว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวและรายได้ท่องเที่ยวในปี 2557 แม้ว่าจะได้รับผลกระทบเล็กน้อย ซึ่งอาจจะมีรายได้ถึง 2.2 ล้านล้านบาท หรือมีจำนวนมากกว่า 2556 หรืออาจจะใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตามประเทศไทยเป็นฮับของอาเซียนถึง 50% ดังนั้นจึงไม่ใช่แค่ไทยที่ได้รับผลกระทบ แต่ประเทศอื่นๆ อาทิ ลาว กัมพูชา ก็ได้รับผลกระทบด้วย
เมื่อถามว่ามีการแจ้งถึงผลกระทบด้านท่องเที่ยวจากการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน อย่างไรบ้าง นายสมศักย์ กล่าวว่า ตนได้เรียนผลการหารือกับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวว่าการประกาศภาวะฉุกเฉินนั้นมีผลกระทบ แต่ว่ามาตรการของททท.ขณะนี้พยายามที่จะกระตุ้นหาตลาดอื่นมาชดเชยตลาดที่ขาดหายไป แต่ทั้งนี้ตนเรียนนายกฯว่าการสร้างความเข้าใจให้นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาไทยนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งนายกฯ ได้ให้แนวทางให้กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาควรจับมือกันช่วยกันชี้แจงกับผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวให้เข้าใจว่าประเทศไทยยังเที่ยวได้ในพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว และยังมีความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว
ด้านผู้ว่าฯททท. กล่าวว่า ตัวเลขการท่องเที่ยวที่ขาดหายไปช่วงเดือนมกราคม 2557 หรือช่วงเทศกาลตรุษจีน ตลาดที่หายไปคือตลาดของเอเชีย แต่ททท.ยืนยันว่ายังไม่ต้องปรับตัวเลขเป้าหมายของรายได้ เนื่องจากททท.กำลังปรับแผนการทำงานซึ่งยังมีไตรมาสที่ 3-4 ที่สามารถเรียกความเชื่อมั่นให้นักเที่ยวกลับมาเที่ยวได้เหมือนเดิม เพราะตลาดเอเชียที่หายไป ยังสามารถฟื้นกลับมาได้ง่าย
"ซึ่งในวันนี้ททท.ได้เรียกประชุมสำนักงานท่องเที่ยวมาเพื่อปรับแผนการตลาดและกลยุทธ์เพื่อเรียกความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวตลาดเอเชียกลับมา โดยเฉพาะจีน ญี่ปุ่น และรัสเซีย ดังนั้นคิดว่าเป้าหมายยังเหมือนเดิมและเดินหน้าได้ต่อ"
ผู้ว่าฯททท. กล่าวอีกว่า เนื่องจากมีการชุมนุมประท้วงในกทม.นั้น แต่พบว่าแหล่งท่องเที่ยวอื่น อาทิ ในเชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา เกาะสมุย นักท่องเที่ยวยังเดินทางไปตามปกติและมีตัวเลขเติบโตเป็นที่น่าพอใจ รวมทั้งเส้นทาง 3A จากคุณหมิง ประเทศจีน มาภาคเหนือของไทยนั้นพบว่าการขับรถเข้ามาท่องเที่ยวของชาวจีนก็เพิ่มสูงขึ้น แต่ในส่วนของตลาดอื่นๆ จะมีการปรับแผนเพื่อรองรับ อาทิ ตลาดทวีปยุโรป ตลาดตะวันออกกลางที่จะเริ่มเดินทางมาในเดือนพ.ค.-มิ.ย. ซึ่งจะเป็นตลาดที่มาเที่ยวในช่วงฤดูฝน ส่วนตลาดแอฟริกา ออสเตรเลียก็จะปรับมาเที่ยวในช่วงนี้มากยิ่งขึ้น
"เราจะไม่ปรับตัวเลขเลย แต่จะหาตัวเลขมาทดแทนให้ได้ รวมทั้งรายได้ด้วย วันนี้จึงมีการคุยว่าตลาดเอเชียที่หายไป 2 แสนกว่่าคน หรือรายได้ 1.6 หมื่นล้านบาท จะหาตลาดอื่นมาทดแทนได้อย่างไร ช่วงไหน มาเท่าไหร่ ถ้าทดแทนได้รายได้ก็จะเหมือนเดิม วันนี้จึงจะมีการปรับแผนการตลาดทั้งหมด"
นายธวัชชัย กล่าวอีกว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาจนถึงวันนี้ทางททท.ร่วมกับบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เชิญสื่อมวลชนทั่วโลก 30 กว่าประเทศ รวมทั้งประเทศที่ออกประกาศเตือนระดับ 4 คือ ให้พิจารณาและระมัดระวังการเดินทาง อาทิ ฮ่องกง โอมาน ฯ ก็จะเดินทางมาประเทศไทยในวันที่ 19 ก.พ.นี้ เพื่อมาดูสถานการณ์จริง เพราะภาพข่าวที่ออกไปเป็นภาพข่าวด้านลบ จึงเห็นว่าถ้าสื่อมวลชนทั่วโลกมาเห็นสถานที่ชุมนุมจริง เหตุการณ์จริง เพื่อให้เห็นว่าไม่มีอะไรน่ากลัว และพาไปสถานที่ท่องเที่ยวต่างจังหวัดด้วยว่ายังเที่ยวได้เหมือนเดิม เพราะการประท้วงก็ประท้วงโดยสงบ ภาพข่าวที่ออกไปเป็นภาพข่าวด้านลบเสียส่วนมาก แต่ความจริงไม่ได้มีอะไรเลย การชุมนุมก็ชุมนุมตามปกติ ยังสามารถท่องเที่ยวได้



