ไลฟ์สไตล์

กก.ตรวจสอบ'แท็บเล็ต'ส่อเอื้อ'บ.'เข้าอี-ออกชั่น

กก.ตรวจสอบ'แท็บเล็ต'ส่อเอื้อ'บ.'เข้าอี-ออกชั่น

12 ก.พ. 2557

กก.ตรวจสอบ'แท็บเล็ต' ส่อเอื้อ'บริษัท'เข้าอี-ออกชั่น(ตอน4) : แฉ!ทุจริตแท็บเล็ตปี56วงเงิน4,611ล้าน โดยกมลทิพย์ ใบเงิน เรื่อง/ภาพ

               การจัดซื้อแท็บเล็ตภาค 2 ในปี 2556 ตามทีโออาร์ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)  กระทรวงศึกษาธิการ กำหนดให้ จัดซื้อจัดจ้างด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-ออกชั่น (e-Auction ) แบ่งการจัดซื้อออกเป็น 4 โซน โดย โซนที่ 1 เป็นการจัดซื้อแท็บเล็ตสำหรับนักเรียน ป.1 ในภาคกลางและภาคใต้) จำนวน 431,105 เครื่อง 

               โซนที่ 2  นักเรียน ป.1 ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจำนวน 373,637 เครื่อง โซนที่ 3  นักเรียน ม.1 ในภาคกลางและภาคใต้ จำนวน 426,683 เครื่อง และ โซนที่ 4  นักเรียน ม.1 ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 402,889 เครื่อง  มีการมอบอำนาจให้ สพฐ. เป็นผู้ดำเนินการแทน 8 หน่วยงานที่ได้รับงบประมาณจัดซื้อแท็บเล็ต  
 
               ทีโออาร์ สพฐ.ระบุด้วยว่า ผู้เสนอราคาต้องไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายอื่น และต้องไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างผู้เสนอราคากับผู้ให้บริการตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์

                ดูเหมือนว่า สพฐ. เปิดเผยรายชื่อบริษัทยื่นซองแท็บเล็ตเพื่อชิงอี-ออกชั่นแท็บเล็ต ป.1 จำนวน 1.6 ล้านเครื่อง วงเงิน กว่า 4,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 4 โซน นั้น มีบริษัทที่ผ่านเข้าชิงอี-ออกชั่นเป็น "หน้าเดิม"
 
               นายเอนก  รัตน์ปิยะภาภรณ์  ที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สพฐ. เคยให้ข้อมูลผ่านสื่อว่า  สพฐ.ได้ประกาศผลการคัดเลือกผู้มีสิทธิ์เสนอราคาซื้อด้วย ระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-ออกชั่น เพื่อมีสิทธิ์ยื่นประกวดราคาทาง อิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-ออกชั่น แท็บเล็ตนักเรียนชั้น ป.1 ม.1 และครู จำนวน 1.6 ล้านเครื่อง วงเงิน 4,611 ล้านบาท แบ่งเป็น 4 โซน ประจำปีการศึกษา 2556

               โซน 1 มีผู้ยื่นซอง 7 ราย แต่ผ่านการตรวจสอบเอกสารต่างๆ แค็ตตาล็อก สเปกเครื่อง และการทดสอบการตกกระแทก (Drop Test) สามารถเข้าไปสู่กระบวนการอี-ออกชั่นได้ 3 ราย มี บริษัท เสินเจิ้น สโครป ไวแอนทิฟิก ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด, บริษัท สุพรีม  ดิสทิบิวชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด และ บริษัท เสิ่นเจิ้น อิงถัง อินเทลลิเจ้นท์ คอนโทรล จำกัด

               โซน 2 มีผู้ยื่นซอง 9 รายสามารถผ่านเข้าไปสู่กระบวนการอี-ออกชั่นได้ 4 ราย มี บริษัท เสิ่นเจิ้น อิงถัง อินเทลลิเจ้นท์ คอนโทรล จำกัด, บริษัทไฮเออร์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด, บริษัท ไทยทรานสมิชชั่น อินดัสทรี จำกัด และบริษัท สุพรีม  ดิสทิบิวชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด

               โซน 3 มีผู้ยื่นซอง 9 รายสามารถผ่านเข้าไปสู่กระบวนการอี-ออกชั่นได้ 2 ราย คือ บริษัท สุพรีม ดิสทิบิวชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด และ บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน)

               โซน 4 มีผู้ยื่นซอง 9 รายสามารถผ่านเข้าไปสู่กระบวนการอี-ออกชั่นได้ 1 ราย คือ  บริษัท เสิ่นเจิ้น อิงถัง อินเทลลิเจ้นท์ คอนโทรล จำกัด,

               จับพิรุธขั้นตอนการอี-ออกชั่นแท็บเล็ต ป.1 จากการตรวจสอบของ "นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์" เลขาธิการ คณะกรรมการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ (ภตช.) พบว่า โซน 1 ประมูลต่ำกว่าราคากลางกว่า 28.19% ลดลงจากราคากลาง 330 ล้านบาท, โซน 2 ประมูลต่ำกว่าราคากลางกว่า 22.66% ลดลงจากราคากลาง 230 ล้านบาท ในโซน 4 ประมูลต่ำกว่าราคากลางกว่า 25.72% ลดลงจากราคากลาง 302.5 ล้านบาท

               "ทั้งโซน 1 โซน 2 และโซน 4 ระหว่างอี-ออกชั่นมีการเคาะราคาให้ต่ำกว่าปกติมากกว่า 15 ครั้ง โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายที่จะเกิดกับภาครัฐ สังเกตได้ว่ามีการแข่งขันกันลดราคาที่ต่ำกว่าราคากลางมาก รวมเป็นเงินกว่า 862.5 ล้านบาท ซึ่งในทางการค้าถือว่าเป็นการดำเนินการที่ล้มเหลวของบริษัทที่ชนะการประมูล เพราะอาจจะขาดทุนได้ 

               ทำให้บริษัทที่ชนะการประมูลต้องลดสเปกคุณภาพอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ (แท็บเล็ต) ซึ่งจะต้องมีคุณภาพต่ำสุดตามทีโออาร์ ซึ่งจะทำให้เอกชนมีกำไร แต่ส่วนราชการจะได้ครุภัณฑ์ที่ไม่ได้คุณภาพ มีอายุการใช้งานสั้นลง เกิดความเสียหายต่องบประมาณแผ่นดิน 100% นับเป็นความเสียหายจำนวนมหาศาล" เลขาธิการ ภตช. ระบุ

               ว่ากันว่า ปกติการตั้งราคาที่ควรจะเป็นไปได้นั้น ส่วนราชการจะตั้งราคาให้เอกชนสามารถได้กำไรไม่เกิน 20%-30% จะเป็นราคากลาง ถ้ากรณีส่วนราชการและเอกชนจะอ้างว่าการชนะการประมูลวัดกันที่ "ราคาต่ำที่สุด" เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติมทุกฉบับ อาจจะไม่สามารถโต้แย้งได้ เนื่องจากถ้าประมูลแล้วมีการลดราคา" ต่ำกว่าราคากลางกว่า 20%-30% แล้วสามารถทำงานได้มีคุณภาพตามทีโออาร์ และบริษัทมีกำไร ก็แสดงว่า "เจ้าหน้าที่ของรัฐและเอกชนอาจจะร่วมมือกันกระทำความผิด ในการออกแบบราคากลาง ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา11"
 
               ตามมาตรา 11 ระบุว่า เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐผู้ใด หรือผู้ใดได้รับมอบหมายจากหน่วยงานของรัฐผู้ใด โดยทุจริตทำการออกแบบ กำหนดราคา กำหนดเงื่อนไง หรือกำหนดผลประโยชน์ตอบแทน อันเป็นมาตรฐานในการเสนอราคาโดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม หรือเพื่อช่วยเหลือให้ผู้เสนอราคารายใดได้มีสิทธิเข้าทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐโดยไม่เป็นธรรม หรือเพื่อกีดกันผู้เสนอราคารายใดมิให้มีโอกาสเข้าแข่งขัน ในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีถึง 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 1-4 แสนบาท

               เลขาธิการ ภตช. ตั้งข้อสังเกตว่าช่วงเวลาอี-ออกชั่นโซน 3 จากการตรวจสอบพบว่า มีการเคาะราคาเพียง 2 ครั้ง ภายในระยะเวลา 30 นาที  ทั้ง 2 บริษัท คือ บริษัท สุพรีม ดิสทิบิวชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด และบริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) จนเป็นที่ผิดสังเกต

               บทเรียนจากการจัดซื้อแท็บเล็ตปี 2556 ล่ม และส่อพิรุธจะไม่โปร่งใสหลายอย่าง ที่จะนำไปสู่การถลุงเงินงบประมาณแผ่นดิน เป็นเรื่องที่ "จาตุรนต์ ฉายแสง" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ต้อง "คุมเข้ม" ทุกขั้นตอน หากจะฟื้นจัดซื้อ "แท็บเล็ต ภาค 2"

..................................

(หมายเหตุ : กก.ตรวจสอบ'แท็บเล็ต'  ส่อเอื้อ'บริษัท'เข้าอี-ออกชั่น :  กมลทิพย์   ใบเงิน เรื่อง/ภาพ)