ไลฟ์สไตล์

ชาวนาสะอื้น-ธุรกิจสะเทือน

ชาวนาสะอื้น-ธุรกิจสะเทือน

10 ก.พ. 2557

ชาวนาสะอื้น-ธุรกิจสะเทือน วิบากกรรม 'ภาคเกษตรไทย' : โดย...ดลมนัส กาเจ

 

                      จากที่รัฐบาลไม่สามารถหาเงินมาจ่ายค่าจำนำข้าวของชาวนาที่ร่วมโครงการรับจำข้าวเปลือกของรัฐบาลกว่า 1 แสนล้านบาท ส่งผลให้เกษตรกรชาวนาต้องออกมาชุมนุมประท้วงด้วยการปิดถนนมาสองระลอก โดยระลอกใหม่ปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2557 ที่บริเวณสามแยก ต.วังมะนาว อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี และขยายวงกว้างไปยังจังหวัดอื่น จนล่าสุดกลุ่มชาวนาบุกเมืองกรุง ล้อมกระทรวงพาณิชย์อยู่ขณะนี้ เป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นว่า สถานภาพของชาวนานั้นอยู่ในสภาพที่สิ้นเนื้อประดาตัว ชีวิตและครอบครัวมีแต่หนี้กับหนี้ที่ก่อขึ้นก่อนลงมือทำนาในฤดูกาลที่แล้ว ถึงขนาดบางคนต้องขายเครื่องอุปกรณ์การเกษตรเพื่อให้ครอบครัวอยู่ได้

                      การที่รัฐบาลไม่มีเงินจ่ายค่าจำนำข้าวให้ชาวนาในครั้งนี้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่เพียงจะเป็นในส่วนของแวดวงชาวนาเท่านั้น หากสร้างวิบากกรรมให้แก่ภาคกิจการหรือธุรกิจทุกภาคส่วน โดยเฉพาะธุรกิจการเกษตร เนื่องจากขาดเงินสะพัดในพื้นที่ บางกิจการต้องปิดตัวลงชั่วคราว อย่างธุรกิจการค้าและการผลิตปุ๋ยรอวันเจ๊ง หากรัฐบาลไม่สามารถหาเงินมาจ่ายให้ชาวนาได้ในเร็ววัน และสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ สถานภาพทางสังคมเริ่มเลวร้าย มิจฉาชีพ และโจรขโมยสิ่งของเริ่มอาวาด เนื่องจากเกิดภาวะที่หิวโหยนั่นเอง

                      นายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาไทย กล่าวว่า ปัจจุบันสถานภาพความเป็นอยู่ของชาวนาอยู่ภาวะที่ลำบากมาก ไม่เพียงแต่จะหาเงินจ่ายหนี้ค่าเช่าที่นา ค่าเก็บเกี่ยวข้าว ค่าปุ๋ย ค่าสารเคมี ที่ซื้อในระบบสินเชื่อเพื่อทำนาฤดูกาลที่แล้ว หากแต่จะกินแต่ละวันต้องอยู่อย่างประหยัด อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ที่สำคัญยังกระทบต่อภาคธุรกิจอื่นๆ เป็นลูกโซ่ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจร้านจำหน่ายปุ๋ย สารเคมี อุปกรณ์การเกษตร ร้านค้าของใช้ในครัวเรือน แม้แต่ตลาดนัดก็เงียบเหงา

                      "ลองคิดดู ชาวนาไทยมีถึง 37 ล้านคน จาก 7 ล้านครอบครัว ซึ่งถือเป็นคนหมู่มากของประเทศ เมื่อคนเหล่านี้ไม่มีเงิน กิจการอย่างอื่นจะอยู่อย่างไร ถ้ารัฐบาลไม่สามารถหาเงินได้ ฤดูกาลทำนาถัดไปเกษตรกรจะเอาเงินลงทุนมาจากไหน เพราะหนี้เก่ายังไม่จ่าย จะให้ชาวหยุดทำนาก็ไม่ได้ ถ้าชาวนาเลิกทำนาเศรษฐกิจพังพินาศแน่นอน แต่ถึงอย่างไรชาวนาก็ต้องทำนา ต้องหาวิธีจนได้ เพราะต้องจ่ายค่าเช่าทุกปี" นายประสิทธิ์ กล่าว

                      สอดคล้องกับการยืนยันของ นายเอนก สีเขียวสด นายกสมาคมผู้นำอาชีพก้าวหน้าพัฒนาชุมชน (สิงห์ทองภาคกลาง 25 จังหวัด) อดีตประธานหอการค้าจังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า หากใครไปสัมผัสกับชีวิตชาวนาในขณะนี้น่าสงสารมาก โดยเฉพาะชาวนาในภาคกลาง เพราะมีอาชีพทำนาเป็นหลัก เมื่อรัฐบาลไม่สามารถนำเงินค่ารับจำนำข้าวมาจ่ายให้ ทำให้ชาวนาเหล่านี้ไม่มีเงินติดตัวใช้จ่ายในครัวเรือน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกิจการอื่นเป็นลูกโซ่ เพราะชาวบ้านขาดกำลังซื้อ

                      "ชีวิตของชาวนา ก่อนจะทำนาต้องติดหนี้ค่าปุ๋ย ค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าสารเคมี และอุปกรณ์การเกษตร เมื่อขายข้าวได้เงินแล้วจะไปจ่ายหนี้เก่า เงินที่เหลือชาวนาไม่ค่อยเก็บ พอได้เงินซื้อโน่น นี่ นั่น ทั้งที่จำเป็นและไม่จำเป็น อยากได้อะไรก็ซื้อ แม้กระทั่งข้าวก็ขายหมด เวลาจะกินก็ซื้อมา เพราะเขาทำนาเพื่อขาย พอจะทำนารอบใหม่ก็สร้างหนี้ใหม่อีก ตอนนี้ขายข้าวไม่ได้ ทำให้เงินขาด ชาวนาจะกระดิกทำอะไรไม่ได้เลย เงินจะซื้อของใช้ในครัวเรือนก็ลำบาก  สิ่งที่ตามมาอย่างน่าเป็นห่วงขณะนี้คือ โจรขโมยของเพิ่มขึ้น เพราะไม่มีอะไรจะกิน แม้ปุ๋ยขี้นกกระทาของผมยังกระทบ" นายเอนก กล่าว

                      นายกสมาคมชาวนาไทย กล่าวอีกว่า ที่จริงรัฐบาลมีทางออก เพียงแต่จะทำหรือไม่ วิธีก็คือ นำข้าวในสต็อกที่มีอยู่ขายให้โรงสี ในราคาที่ยอมขาดทุน ทางโรงสีบางแห่งพร้อมจะช่วยเหลือชาวนาอยู่แล้ว อีกแนวทางหนึ่งรัฐบาลต้องนำงบประมาณลับของรัฐบาล ซึ่งมีอยู่จำนวนมาก มารวมกับเงินที่ขายข้าว เมื่อรวมกันแล้วก็สามารถจะนำไปจ่ายให้ชาวนาได้ในระดับหนึ่ง แต่ทางออกที่สวยงามที่สุดให้นายกรัฐมนตรีลาออก ปัญหาทุกอย่างจบ ให้รัฐบาลคนกลางมาดำเนินการช่วยเหลือต่อไป

                      ด้าน นายทวีศักดิ์ สุทิน นายกสมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทย กล่าวว่า ขณะนี้ธุรกิจการค้าการปุ๋ยกระทบอย่างรุนแรง เพราะสมาชิกของสมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทยกว่า 60% เป็นการผลิตปุ๋ยเพื่อนาข้าว เมื่อเกษตรกรยังไม่ได้รับเงินค่าจำนำข้าวมานานถึง 4 เดือน ทำให้ชาวนาไม่มีเงินจ่ายค่าปุ๋ยที่สั่งซื้อจากตัวแทนจำหน่ายรายย่อย หรือซาปั๊ว ตั้งแต่ฤดูการทำนาปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ซาปั๊วไม่มีจ่ายให้ระดับเอเย่นต์ หรือยี่ปั๊วของแต่ละจังหวัด บางรายจ่ายแล้วแต่เช็คเด้ง สิ่งที่ตามมาทางเอเย่นต์ก็ไม่จ่ายให้โรงงานผู้ผลิตปุ๋ย จนกลายเป็นปัญหาลูกโซ่ตั้งแต่ชาวนาจนถึงโรงงานผู้ผลิตปุ๋ยและอาชีพอื่นด้วย เพราะเงินสะพัดหายไปจากชาวนากว่า 1 แสนล้านบาท

                      "ชาวนาบ้านเราเป็นชาวนารายย่อย ที่ร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกกับรัฐบาลมีมากกว่า 80% เมื่อรัฐบาลไม่จ่ายเงินค่าจำนำข้าวนาปีที่ผ่านมา ชาวนาเหล่านี้ก็ไม่มีเงินจะซื้อปุ๋ย ซื้อเมล็ดพันธุ์ เพื่อทำนาปรังที่กำลังปลูกข้าวในขณะนี้ จะไปเชื่อจากตัวแทนจำหน่ายปุ๋ยก็ไม่ได้ เพราะยังไม่จ่ายหนี้เก่า ทางตัวแทนจำหน่ายปุ๋ยก็ไม่ขายให้ ยกเว้นต้องใช้เงินสด เพราะปุ๋ยมีน้อย เพราะผู้ผลิตลดปริมาณการนำเข้าหัวเชื้อเพื่อผลิตปุ๋ย เพราะขาดสภาพคล่อง เก็บเงินจากเอเย่นต์ไม่ได้ อย่างดีช่วงนี้เป็นช่วงนาปรังชาวนาปลูกข้าวน้อย ปัญหาอยู่ตรงที่ว่า หากรัฐบาลไม่จ่ายเงินค่าจำนำข้าวให้ชาวนาภายในปลายเดือนกุมภาพันธ์ หรือมีนาคม 2557 นี้ จะกระทบต่อวงการผลิตปุ๋ยอย่างหนัก เพราะช่วงปลายเดือนมีนาคมและเมษายนเป็นช่วงที่เกษตรกรต้องจัดหาปุ๋ยกันแล้ว หากชาวนาไม่มีเงินวงการผลิตปุ๋ยเจ๊งแน่แน่นอน" นายกสมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทย กล่าว

                      นี่คือผลพวงจากการที่รัฐบาลไม่สามารถหาเงินจ่ายค่าจำข้าว ไม่เพียงแต่ชาวนาเดือดร้อน หากแต่ส่งผลให้กระทบภาคธุรกิจอื่นอย่างทั่วหน้า และจะส่งผลภาคการเกษตรของไทย โดยเฉพาะการทำนาในฤดูกาลต่อไปต้องสะดุดลงอีกด้วย

 

 

-----------------------

(ชาวนาสะอื้น-ธุรกิจสะเทือน วิบากกรรม 'ภาคเกษตรไทย' : โดย...ดลมนัส กาเจ)