ไลฟ์สไตล์

โคโรลาโด'ออเรนจ์ ร็อค'มิดไซส์ จอมพลัง

โคโรลาโด'ออเรนจ์ ร็อค'มิดไซส์ จอมพลัง

09 ก.พ. 2557

โคโรลาโด'ออเรนจ์ ร็อค'มิดไซส์ จอมพลัง : คอลัมน์เปิดโลกยนตรกรรม : โดย...ยุทธพงษ์ ภาษี

 
                  แนวโน้วกระบะเมืองไทย ต้องจัดให้บรรดากระบะใหม่ๆ นั้นเป้นกระบะไซส์กลางหรือเรียกว่า "กระบะมิดไซต์" เพราะว่าตัวอึดเหล่านี้ ขนาดไม่ได้เล็กอีกต่อไป บรรดากระบะเบ่งกล้ามเหล่านี้ไม่ได้โชว์แต่มัดกล้ามอันแข็งแกร่งแต่ยังได้พัฒนาขุมพลังให้เพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ในตลาดรถอย่าง โคโลราโด ที่จำหน่ายโดย บริษัท เชฟโรเลต เชลล์ (ประเทศไทย)จำกัด เสริมคุณสมบัติเท่านี้มาเต็มพิกัด
 
                 ในตลาดหากมองที่ขนาดเครื่องยนต์ดีเซลจะพบว่า กลุ่มรถเคื่องเล็กกับเครื่องใหญ่ คือ ไม่เกิน 3,000 ซีซีกับเกิน 3,000 ซีซี เครื่องเล็กไล่มาตั้งแต่ 2.2 ลิตรไปจนถึง 3,000 เทอร์ดบ ส่วนเครื่องใหญ่ก็คงจะเหลือแต่ 3.2 ของฟอร์ดและมาสด้าเท่านั้นที่วางในกระบะ แนวโน้มกระบะเคร่องจะเล็กลงอีกเราอาจจะเห็น 1.9 ดีเซลเทอร์โบ ในกระบะสำหรับอนาคตอันไม่นานนี้ก็ได้
 
                 ผมได้มีโอกาสลอง กระบะมิดไซส์ โคโรลาโด รุ่น ปี 2014 (โคโรลาโด 2,8L 4WD C-Cab AT LTZ Z71 ราคา 998,000.00) ซึ่งขายเป็นตัวท็อปจากทั้ง 2 เครื่องยนต์ 13 เกรด (เครื่อง 2.8 ลิตร 3 เกรด)
 
                 ถ้าเราดูพื้นฐานการออกแบบจะพบว่า โคโรลาโด คงแนวคิดของเขาไว้คือ แรงบิดสูงเมื่อเทียบซีซีต่อซีซี เนื่องจากว่า ทางตลาดอื่น ๆ ที่ใช้ กระบะเชฟ เขามีการลากจุงของหนักๆ หรือบรรทุกในทางชันมาก ส่วนบ้านเราการใช้กระบะลักษณะโดยสารโดยไม่มีภาระ วิธีการใช้งานต่างกัน
 
                 บ้านเราไม่ค่อยมีเรือ ไม่เล่นกีฬาทางน้ำ ไม่นิยมเอาเทรลเลอร์พ่วงรถ ปัญหานอกจากจะไม่เล่นแล้ว คงมีหลายคนรำคาญเรื่องการจราจร ถ้าพ่วงไปแล้วมันเหมือนเป็นตัวประหลาดบนท้องถนน เจ้าหน้าที่ชอบเรียกตรวจแบบพิเศษ แม้ว่าจะทำทะเบียนมีอุปกรณ์ควบครบก็ดูเป็นเป้าอย่างไรพิกล
 
                 สำหรับ โคโรลาโดใหม่ นอกเหนือจากเครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่มีสมรรถนะสูงขึ้นแล้ว ยังมาพร้อมกับมายลิงค์ ระบบอินโฟเทนเมนท์ของเชฟโรเลต ระบบเกียร์ธรรมดาแบบใหม่ และจอแสดงข้อมูลบนมาตรวัดเรือนไมล์ สำหรับหน้าตาของโคโรลาโดนั้น ถูกใจหลายคน สำหรับผมแล้วกลิ่นอายที่ให้เป็นอเมริกันแท้ๆ แบบนี้ ก็ถือว่าตรงตามแนวคิดที่วางไว้
 
                 มาดูหัวใจของการอัพเกรด โคโรลาโด "ออเรนจ์ร็อค" คันนี้ ขนาดเครื่อง 2.8 ลิตร 200 แรงม้า (147 กิโลวัตต์) ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวดันเมตรที่ 2,000 รอบต่อนาที ตัวนี้แรงที่สุดในรถระดับเดียวกัน เพราะว่า กำลังเพิ่มขึ้นจากของเดิม 11% เพิ่มแรงบิด 6%
 
                 ตัวเลขแรงบิดทำให้รถน่าสนใจมากกว่าตัวเลขไหนๆ อัตราส่วนแรงบิด 178 นิวดันเมตรต่อสิตร ผมคิดว่าหากปล่อย ทอร์ก ออกมาดิบๆ คันนี้กดคันเร่งแล้ว ท้ายจะสะบัดดีดดิ้น อย่างวนุกสนาน แต่ช่วงล่างต้องรับได้ด้วยไม่งั้นมันดื้อเอาเป็นเอาตายเลยทีเดียว แล้วเมื่อเอาระบบช่วยหน่วงต่าง ๆ ที่ทำงานด้วยอิเล็กทรอนิกเข้ามาช่วย เห็นได้ชัดว่า แรงขับลงล้อยังสั่งยางร้องโอดโอยได้สบายๆ
 
                 เมื่อเทียบรุ่น 2.5 ลิตร กับ 2.8 ลิตร ที่มีกำลังสูงสุด 163 แรงม้า (120 กิโลวัตต์) และแรงบิดสูงสุด 380 นิวดันเมตรที่ 2,000 รอบต่อนาทีแรงม้าแตกต่างกัน 22 เปอร์เซ็นต์ ขณที่ซีซีเพิ่มมาแค่ 12 เปอร์เซ็นต์ ส่วนแรงบิดนั้นต่างกัน 31.5 เปอร์เซ็นต์
 
                 กำลังได้มาเกิด คอมมอนเรลแบบแรงดันสูง (หัวฉีดเพียโซ่) ระบบเทอร์โบแปรผันที่หล่อเย็นด้วยน้ำ ระบบวาล์วหมุนเวียนไอเสียควบคุมด้วยไฟฟ้า ท่อร่วมไอดี และอื่นๆ อีกหลายส่วน โคโลราโดมีการพัฒนา ระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีดรุ่นใหม่ ส่วนเกียร์อัตโนมัติ เป็นระบบเกียร์ 6 สปีดไฮดรา-เมดิก ตัวเดิม
 
                 โคโลราโด "ออเรนจ์ ร็อค คันนี้ถูกใช้งานอย่างหนัก ด้วยการลองโหลดเต็มพื้นที่บรรทุก ราว 1 ตีน พิสูจน์กำลังน้ำหนักตามนี้ไม่รู้สึกว่าต้องเติมคันเร่งเมื่อเดินทาง เป็นรถที่กำลังกลางและปลายดีมาก ช่วงล่างไม่นิ่มเกินไป ออกแนวสปอร์ตเสียด้วยซ้ำ อย่างเดียวที่ยังไม่ได้ทำคือปีนทางชันๆ เท่านั้น กำลังเครื่องยนต์ ช่วงล่างเกาะถนนค่อนข้างดียกเว้นแต่เบาะนั่งแข้ง พื้นผิวสัมผัสให้มันนิ่มกว่านี้อีกเล็กน้อย ขับยาวๆ ไปไหนไปกันเลยทีเดียว
 
 
 
 
.........................................
 
(โคโรลาโด'ออเรนจ์ ร็อค'มิดไซส์ จอมพลัง : คอลัมน์เปิดโลกยนตรกรรม : โดย...ยุทธพงษ์ ภาษี)