
'แท็บเล็ต'ไม่ล่ม!จัดซื้อจัดจ้างโซน3ต่อ
07 ก.พ. 2557
'แท็บเล็ต'ไม่ล่ม!มีมติให้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในโซน 3 ต่อเลิกแบนบ.สุพรีม ที่ประมูลได้ บอร์ดแท็บเล็ตมีมติฟ้องร้องบ.เสิ่นจิ้น
7 ก.พ.57 นายจาตุรนต์ ฉายแสง ปฏิรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบาย 1 คอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ต่อ 1 นักเรียน ว่า ที่ประชุมได้พิจารณากรณีที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) รายงานว่า บ.เสิ่นเจิ้น อิงถัง อินเทลลิเจ้นท์ คอนโทรล จำกัด ทำหนังสือขอยกเลิกสัญญาซื้อขายแท็บเล็ตมาเมื่อวันที่ 30 ม.ค.โดยให้เหตุผลถึงไม่ความแน่นอนของสถานการณ์การเมืองไทย ความเข้าใจต่อทีโออาร์ และสัญญาไม่ตรงกัน
นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า รวมถึงการติดต่อสื่อสารมีปัญหาอุปสรรคจนกระทั่งบริษัทส่งมอบของล่าช้าและถูกเรียกค่าปรับนั้น ที่ประชุมมีมติให้สพฐ.ทำหนังสือยกเลิกสัญญาโดยให้มีผลเป็นทางการวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พร้อมเรียกร้องค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.2 ของมูลค่าแท็บเล็ตที่ยังไม่ได้รับมอบ คำนวนออกมาแล้ว เป็นเงินวันละ 980,454.52 บาท สำหรับโซนที่ 1 (ภาคกลางและภาคใต้) และวันละ 1,320,311 .78 สำหรับโซนที่ 2 (ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) โดยค่าปรับนี้จะเรียกร้องตั้งแต่วันครบกำหนดการส่งสินค้าคือ ตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2556 จนถึงวันที่ สพฐ.บอกเลิกสัญญา คือ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557
“ขั้นตอนหลังจากนี้ สพฐ.จะไปติดต่อกับธนาคารผู้เก็บเงินค้ำประกันของ บ.เสิ่นเจิ้นฯ เพื่อขอริบเงินประกัน จำนวน 120 ล้านบาท แยกเป็นของสพฐ. จำนวน 57,519,157 ล้านบาท จากนั้น จะคำนวนค่าปรับออกมาว่าเป็นเงินเท่าไหร่ ถ้ายอดค่าปรับน้อยกว่าวงเงินค้ำประกันก็ต้องคืนเงินที่เหลือให้บริษัท เสิ่นเจิ้นฯ การเรียกร้องค่าเสียหายไม่ได้มีเฉพาะค่าปรับ จะมีการเรียกร้องให้ บ.เสิ่นเจิ้นฯ ชดใช้ส่วนต่างที่เกิดขึ้นจากการประกวดราคาครั้งใหม่ ทั้งนี้ เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีแพ่ง ทางอัยการจะเป็นผู้ฟ้องร้องแทนราชการ ซึ่งคงต้องใช้กฎหมายระหว่างประเทศในการตามไปฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกับบริษัทแม่ของบ.เสิ่นเจิ้นฯ ที่ประเทศจีน และจะนำรายชื่อบริษัทดังกล่าวขึ้นบัญชีผู้ทิ้งงาน หมายความว่า บริษัทดังกล่าวจะไม่มีสิทธิประมูลต่อไป ”นายจาตุรนต์ กล่าว
สำหรับการประมูลโซน 3 ชั้น ม.1 (ภาคกลางและภาคใต้) ที่บอร์ดแท็บเล็ตเคยมีมติให้ยกเลิกการทำสัญญากับ บ.สุพรีม ดิสทิบิวชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด ที่ชนะการประมูล และทางบริษัทได้อุทธรณ์นั้น ที่ประชุมมีมติว่า เหตุผลในการอุทธรณ์ฟังขึ้น ไม่พบหลักฐานความผิดที่ชัดเจนว่า มีการสมยอมราคาและที่มีการกล่าวหาว่า ราคาที่ประมูลได้ในโซน 3 สูงกว่าคนโซนอื่นนั้น ก็พบแล้วว่า ราคาประมูลที่ต่ำมากในโซน 1 และ 2 ไม่สามารถจัดซื้อได้จริง จึงมีมติให้ยกเลิกคำสั่งยกเลิกการประมูล และให้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างกับ บ.สุพรีมฯต่อไปได้ ส่วนโซน 4 ชั้น ม.1 (ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ขณะนี้ได้เริ่มทยอยส่งของไปบ้างแล้ว และคาดว่า จะสามารถดำเนินการต่อไปได้
“ที่ประชุมมีมติด้วยว่า ให้จัดประกวดราคาจัดซื้อแท็บเล็ตในโซน 1 และ 2 อีกครั้ง โดยใช้สเปคและทีโออาร์ตามเดิม แต่ให้สพฐ.ไปสรุปบทเรียนที่เกิดจากการจัดซื้อในปีที่ผ่านมาทั้งหมด มากำหนดเป็นเงื่อนไขเพิ่มเติม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นมาอีก และให้ไปพิจารณาด้วยว่า สเปคเดิมจะล้าสมัยไปหรือไม่ แต่คงจะมีการเปลี่ยนแปลงสเปคให้น้อยที่สุด เพราะจะมีผลต่อการเรียกร้องค่าเสียหายจากบ.เสิ่นเจิ้นฯ การเรียกร้องส่วนต่างที่เกิดจากการประมูลใหม่ จะทำได้ต่อเมื่อจัดซื้อตามสเปคเดิมเท่านั้น ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงสเปค จะเรียกร้องค่าเสียหายได้ลำบาก ทั้งนี้การประกวดราคารอบใหม่ในโซน 1 และ 2 คาดว่า จะใช้เวลาในการประกวดราคาประมาณ 45-50 วัน เมื่อทำสัญญาแล้วให้ส่งของให้ครบภายใน 90 วัน คำนวนแล้วนักเรียนน่าจะได้รับแท็บเล็ตครบภายในเดือนมิถุนายน โดยนักเรียนที่ได้รับแท็บเล็ตจะเป็นนักเรียนชั้นป.2 และม.2 ในปีการศึกษา 2557” นายจาตุรนต์กล่าว
นายจาตุรนต์ กล่าวต่ออีกว่า ที่ประชุมได้พิจารณาการจัดซื้อแท็บเล็ตในปีงบประมาณ 2557 และมีการเสนอให้ แต่ละหน่วยงานที่มีงบประมาณจัดซื้อแท็บเล็ตแยกจัดซื้อเอง รวมทั้งหน่วยงานที่มีโรงเรียนในสังกัดจำนวนมาก อย่างสพฐ.ก็อาจจะมีการซอยโซนให้พิ่มขึ้น เพื่อให้การจัดซื้อในแต่ละพื้นที่มีขนาดเล็กลง และให้แต่ละโซนแยกจัดซื้อเอง เหตุผลเพราะการจัดซื้อรวมในปี 56 เมื่อเกิดปัญหาขึ้น ทำให้เกิดผลกระทบทั้งหมด แต่ถ้าแยกจัดซื้อก็จะลดผลกระทบที่เกิดขึ้น แต่ต้องคำนึงถึงการป้องกันการทุจริตจากการกระจายจัดซื้อและต้องเปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย ระหว่างการจัดซื้อรวม ซึ่งได้ราคาถูกกว่ากับการแยกจัดซื้อและจะต้องมีการเพิ่มระเบียบในการป้องกันความเสียหาย หรือเรียกค่าเสียหายจากการส่งของล่าช้าด้วย



