ไลฟ์สไตล์

ระวังขัดแย้งบานปลายประเทศพัง

ระวังขัดแย้งบานปลายประเทศพัง

10 ก.พ. 2557

เปิดวิสัยทัศน์ : ระวังขัดแย้งบานปลายประเทศพัง 'รศ.ดร.ประดิษฐ์ วรรณรัตน์' นิด้า : โดย...ชุลีพร อร่ามเนตร

 

                       “คนไทยที่ติดตามสถานการณ์ ผมเชื่อว่าไม่มีใครที่ไม่กลัวความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทุกคนต่างหวั่นว่า ก้าวต่อไปของประเทศไทยจะเป็นอย่างไร เศรษฐกิจของไทยจะตกต่ำลงขนาดไหน เพราะตอนนี้ค่าเงินบาทของเราก็ตกต่ำลง ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ก็ลดลง สังคมกำลังแย่ลง นี่คือสถานการณ์ประเทศที่ไม่ดี ถ้าคนไทยไม่ยอมกัน เรื่องไม่จบ อยากให้เสียสละมองว่าทำเพื่อบ้านตัวเอง เพื่อให้คนไทยทุกคนมีความสุข และถ้าเหตุการณ์ยังบานปลาย นานวัน ทุกคนจะแพ้ทั้งประเทศ สูญเสียทั้งประเทศ" รศ.ดร.ประดิษฐ์ วรรณรัตน์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ให้มุมมอง

                       รศ.ดร.ประดิษฐ์ เสนอว่า อยากให้ทั้ง 2 ฝ่ายรับฟังข้อเสนอของทุกฝ่าย ทั้งนี้ผลพวงที่เกิดขึ้นมีผลกระทบต่อคนไทย เพราะต่อให้อยู่เฉยๆ ความเป็นอยู่ก็ได้รับผลกระทบ เหมือนครอบครัวหนึ่งมีพี่น้องหลายคน และมี 2 คน ที่ทะเลาะกัน ที่เหลือก็ต้องได้รับแรงกระทบ ดังนั้น ถ้าให้ครอบครัวสงบสุข พี่น้องที่เหลือก็ต้องช่วยหาทางเจรจาให้คืนดีกัน ถ้าปล่อยให้ตึงเครียด เป็นไปได้คู่กรณีต้องพูดคุยกัน หาทางเดินร่วมกัน ประชาชนชาวไทยต้องตระหนักสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้และหลังจากนี้ เราอยากเห็นคนไทยแบ่งเป็น 2 ฝ่าย เห็นประเทศแตกแยกเหมือนเวียดนาม กัมพูชาในอดีตหรืออย่างไร

                       การที่นักวิชาการของประเทศที่ออกมาแสดงความคิดเห็นนั้น ต้องให้ความรู้ที่ถูกต้อง เสนอแนะทางออกที่มองถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก การที่นักวิชาการมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันเป็นสิ่งที่ดี เพราะจะได้ก่อเกิดองค์ความรู้ใหม่ๆ แต่ก็ควรอยู่บนพื้นฐานของการรับผิดชอบต่อสังคม การที่นิด้า ออกมาแถลงเสนอทางออกให้แก่ประเทศ เพราะมองแล้วว่า อนาคตของประเทศชาติจะเป็นอย่างไร ในฐานะเป็นเสาหลักด้านวิชาการของประเทศ มีนักวิชาการต้องเสนอข้อเท็จจริงให้แก่ประชาชน และช่วยประเทศชาติ

                       “ภาคการศึกษาได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ โดยเฉพาะการเรียนรู้เรื่องประชาธิปไตย การเมือง เด็กรุ่นใหม่ที่จะเติบโตไปเป็นอนาคตของชาติ เขากำลังได้มีส่วนร่วม มีโอกาส ซึมซับสิ่งที่เกิดขึ้น หากไม่มีการพลิกวิกฤติจากเหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นมาเป็นโอกาส ทำให้เด็กเข้าใจการเรียนรู้ระบอบประชาธิปไตย การเมืองที่แท้จริง ไม่ใช่ประชาธิปไตย ข้อมูลที่ถูกฝังจากข้างใดข้างหนึ่ง การแสดงออกถึงความต่างภายใต้ความก้าวร้าว รุนแรง หยาบคาย ถ้าครู ผู้ปกครอง ระบบการศึกษาไม่เข้ามาปรับการเรียนรู้ เมื่อพวกเขาเติบโตจะกลายเป็นพวกชอบความรุนแรง ชินชากับความวุ่นวาย โดยไม่ได้แสดงออกอย่างเข้าใจ ความรักของคนในชาติเดียวกัน ครู พ่อแม่ควรแสดงออกในการใช้ความคิดเห็นที่แตกต่างอย่างเป็นกลาง แสดงออกในทางที่เหมาะสม ทำอย่างไรให้เด็กยอมรับความคิดต่าง ความแตกต่างอย่างสันติ และให้เห็นคุณค่ามีความรักต่อกัน” อธิการบดีนิด้า กล่าว

                       พร้อมทั้งระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้เห็นได้ว่าคนส่วนใหญ่ตระหนักถึงเหตุการณ์บ้านเมือง เด็กเยาวชนไทยเข้ามามีส่วนร่วม แสดงความคิดเห็นทางการเมืองมากขึ้น แต่หน้าที่ของผู้ใหญ่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องมองด้วยว่าจะทำอย่างไรให้ระบบการศึกษาเอื้อให้เด็กรู้จักยอมรับคนอื่น ความคิดเห็นที่ต่างกัน ต้องรู้จักฟังและช่วยแก้ปัญหา ไม่ใช่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ต้องร่วมแก้ปัญหาระยะยาว ต้องมีการวางแผน คิดอย่างเป็นระบบ และที่สำคัญต้องอยู่ร่วมกันอย่างสันติด้วย

                       รศ.ดร.ประดิษฐ์ ชี้ว่า รัฐบาลต้องรีบแก้ไขคือ เรื่องจำนำข้าวของชาวนา เพราะถ้ารัฐบาลไม่เปิดเผยข้อมูล ปกปิดความจริง เหมือนหมอที่กำลังรักษาคนไข้ แต่ไม่ยอมบอกโรค วิธีการดูแลตัวเองแก่คนไข้ แก่ญาติคนไข้ โรคก็ยิ่งรุมเร้า คนไข้ก็ไม่รู้ว่าจะดูแลตัวเองอย่างไร ดังนั้นอยากให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูล ยอมรับความจริง เพราะถ้าปิดข้อมูลต่อไปก็มีแต่ความเคลือบแคลงใจ ความเสียหายก็ยิ่งทวีคูณ ถ้าวิธีการเดิมไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาก็ควรออกมาชี้แจง ดีกว่าปล่อยให้ปัญหายากขึ้นจนหมดทางแก้

                       “อยากวอนให้ทุกฝ่ายนึกถึงประเทศเป็นสำคัญ เพราะวันนี้ต่อให้ใครชนะ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล ถ้าชนะจะทำงานต่อไปได้อย่างไรเมื่อคนส่วนใหญ่ของประเทศไม่ยอมรับ ถ้าฝ่าย กปปส.ชนะ แล้วกระทำการอะไรไม่เหมาะสม ก็เชื่อว่าอีกฝ่ายก็ต้องออกมาเรียกร้อง ท้ายที่สุด ถ้าไม่มีใครมองถึงอนาคตของประเทศ ทุกคนทั้งประเทศก็แพ้ ไม่มีใครชนะ ประเทศไทยก็คงด้อยกว่าทุกประเทศ” อธิการบดีนิด้า กล่าว

 

 

------------------------

(เปิดวิสัยทัศน์ : ระวังขัดแย้งบานปลายประเทศพัง 'รศ.ดร.ประดิษฐ์ วรรณรัตน์' นิด้า : โดย...ชุลีพร อร่ามเนตร)