
การปฏิรูปเกษตรกรรมสู่ผลิตภัณฑ์เกษตรสร้างสรรค์
08 ก.พ. 2557
การปฏิรูปเกษตรกรรม สู่ผลิตภัณฑ์เกษตรสร้างสรรค์ : คอลัมน์ อยู่สบาย โดย... ผศ.เอกพงษ์ ตรีตรง
ศักยภาพของดินแดนแห่งสุวรรณภูมินี้คือ การเพาะปลูกเกษตรกรรมดินแดนแห่งสุวรรณภูมินี้คือ การเพาะปลูกเกษตรกรรมดินแดน ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำต่างๆ ที่มีทรัพยากรทางธรรมชาติอันมั่งคั่งสภาพดินตะกอนปากแม่น้ำที่มีคุณภาพการพัฒนาสินค้าทางเกษตรจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของไทยและถือเป็นศักยภาพที่โดดเด่นแต่ที่ผ่านมานโยบายรัฐที่ส่งเสริมการพัฒนาอย่างสร้างสรรค์มีน้อยและการแปรรูปการเกษตรด้วยแนวทางสร้างสรรค์ก็ยังถือว่าน้อยมาก โดยแท้ที่จริงแล้วโอกาสของประเทศไทยที่ดีที่สุดคือ การนำความสามารถและความถนัดด้านเกษตรกรรมโดยประยุกต์สู่การเพิ่มมูลค่าด้วยไอเดียสร้างสรรค์ใหม่ๆ
ปัญหาของเกษตรกรรมและเกษตรกรของไทย คือ ขนาดกระบวนการส่งเสริมให้แปรรูปภาคการเกษตรกรต้นน้ำสู่อุตสาหกรรมเกษตรที่ทันสมัยก่อเกิดผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์มากมาย ตัวอย่างเช่น การปลูกยางจากน้ำยางดิบ สู่การแปรรูป ผลิตภัณฑ์จากยาง ภายในชุมชนการเกษตรให้ครบวงจรของยาง “ต้นไม้ กลางน้ำ ปลายน้ำ” มีการนำผลิตภัณฑ์ที่มีดีได้จากยางเช่น ของเล่นยางเฟอร์นิเจอร์แปรรูปจากยาง, เครื่องใช้สอยภายในบ้านที่มาจากยางโดยนำมาตั้งเป็นโรงงานผลิตมีสำนักการออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นสร้างสรรค์ประจำชุมชนและใกล้ชิดกับการเกษตรต้นน้ำขั้นพื้นฐาน
ผลิตภัณฑ์ที่มาจากข้าว ทั้งเมล็ดข้าว ข้าวโดยตรงที่ควรมีการแบ่งระดับคุณภาพข้าวในระดับต่างๆโดยมีการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้น่าสนใจ ผลิตภัณฑ์ตามวงจรการปลูกข้าวการทำนา เช่น การแปรรูปจากฟางข้าว, รำข้าว มาเพื่อประโยชน์ในผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่นไฟเบอร์ซีเมนต์ ที่มีส่วนผสมจากฟางข้าว, ผลิตภัณฑ์จากข้าวในการแปรรูปแบบต่างๆ กระบวนการเพื่อการปฏิรูปเกษตรกรรมที่มีคุณภาพให้มีมูลค่าเพิ่มเป็นกระบวนการที่ทำสำเร็จแม้ในประเทศต่างๆทั่วโลก เช่น กลุ่มยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ใต้หวัน โดยเขาสามารถยกระดับสินค้าของการเกษตรผลิตภัณฑ์อาหารการบรรจุหีบห่อผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่งดงามดึงดูด ไปจนถึงการดีไซน์ให้ผลิตภัณฑ์การเกษตรมีคุณภาพมีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ และสามารถเข้าสู่ตลาดโลกในระดับต่างๆ ได้ทั้งระดับพรีเมี่ยมไปจนถึงระดับแมส ประเทศไทยเรามีทรัพยากรเยอะมากและหลากหลายถ้าเรารู้จักการแปรรูปอย่างมีรสนิยมและใช้แนวคิดรอบด้าน 360 องศา ลงไปสู่การพัฒนาการเกษตรทุกชุมชนความสำเร็จจะเกิดขึ้นมหาศาล
โดยขั้นตอนในการแปรรูปอย่างสร้างสรรค์สามารถสรุปได้ดังนี้
1. การศึกษาประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาของการเกษตรในชุมชน นั้นอย่างลึกซึ้งถ่องแท้เพื่อนำไปเป็นข้อมูลในการแปรรูปและเป็นรากฐานสำคัญของชุมชนต่อไป
2. การปฏิบัติการคัดกรองและวางโครงสร้างชุมชน
โดยการยกตัวอย่างพืชแต่ละชนิดเพื่อนำมาเป็นจุดเด่นของชุมชนตลอดจนการวางแผนการบริหารครบวงจรเพื่อการเกษตรของชุมชนที่มีต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ในชุมชนเดียวกัน
3. การปฏิบัติการออกแบบครบทุกมิติ
เช่น การออกแบบวิธีการนำเสนอให้น่าสนใจการออกแบบนวัตกรรมใหม่ในอาหารจากการแปรรูปการเกษตรและนวัตกรรมในการนำวัชพืชมาใช้ประโยชน์ต่อวัสดุรุ่นใหม่ๆ การนำพืชพันธุ์จากการปลูกไปพัฒนาให้ก้าวหน้าและทดแทนวัสดุที่ทำร้ายโลก เป็นต้น
4. ปฏิบัติการด้านการตลาด
การวางแผนเพื่อนำสินค้าทางการเกษตรที่ได้รับการแปรรูปเข้าสู่ตลาดโลกในระดับต่างๆ โดยลดขั้นตอนของโครงการลง แต่โดยมีส่วนร่วมของชุมชนมากขึ้น เช่น การวางแผนให้เกิดโรงงานแปรรูป โรงงานปลายน้ำในชุมชนวางโครงสร้างระบบสหกรณ์ชุมชนให้มีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเกษตรกรรมสร้างสรรค์
5. ความร่วมมือของสถาบันการศึกษา และสถาบันต่างๆ ในการทำวิจัย
เป็นการปฏิบัติการเชิงรุกให้ในการวิจัย โดยนำภูมิปัญญาของชุมชนสู่การค้นคว้าหานวัตกรรมใหม่ๆ โดยควรมีเจ้าภาพมีงบประมาณการวิจัย งบประมาณการผลักดันแปรรูปผ่านสถาบันการศึกษาและหน่วยงานรัฐที่ต้องกระตือรือร้นมากที่สุดซึ่งสามารถทำได้ทันที
วิกฤตการณ์นี้ อาจจะไม่ใช่ชาวนา เพียงอย่างเดียวที่ได้รับผลพวงจากความล้มเหลวในการออกนโยบายการเกษตร เกษตรกรสาขาอื่นก็มีผลกระทบหลังจากนี้ เช่น พืชไร่ พืชสวน การประมง การปศุสัตว์ ถ้าตราบใดที่ผู้เกี่ยวข้องไม่นำแนวทางสร้างสรรค์แบบครบวงจรไปใช้ปัญหาใหญ่หลวงจะตามมาเป็นละรอกๆ โอกาสที่เราควรได้รับผลพวงจากความรุ่งเรืองจากสิ่งที่เรามี เราถนัด คือ การเกษตรก็จะน้อยลง คนส่วนใหญ่ในภาคเกษตรก็มิได้ลืมตาอ้าปากขึ้นและก็ยังคงจนและจนต่อไป การออกแบบอย่างสร้างสรรค์จะเป็นวิธีการเดียวหลังจากนี้ที่ปฏิรูป ปฏิวัติเกษตรกรไทยสู่คุณค่าและมูลค่ามหาศาลครับ
.......................................
(หมายเหตุ การปฏิรูปเกษตรกรรม สู่ผลิตภัณฑ์เกษตรสร้างสรรค์ : คอลัมน์ อยู่สบาย โดย... ผศ.เอกพงษ์ ตรีตรง)



