ไลฟ์สไตล์

เตือนเด็กและวัยรุ่นที่ชอบนอนดึกประจำจะเติบโตช้า

เตือนเด็กและวัยรุ่นที่ชอบนอนดึกประจำจะเติบโตช้า

21 มิ.ย. 2552

โฆษกกระทรวงสาธารณสุข เตือน เด็กและวัยรุ่นที่ชอบนอนดึกประจำ จะเติบโตช้า ประสิทธิภาพในการเรียนและการจดจำลดลง ส่วนผู้ใหญ่ที่ต้องทำงานกับเครื่องจักรหรือขับรถยนต์ มีสิทธิ์เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย เพราะสมองสั่งการช้า แนะประชาชนให้ความสำคัญกับการนอนหลับพักผ่อนให้เ

นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ปัจจุบันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อต่างๆ จากที่หนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่ง เกิดขึ้นได้ง่ายและรวดเร็ว เนื่องจากการคมนาคมที่สะดวก ทำให้ประชาชนมีความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อโรคและเจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น ซึ่งโรคติดต่อบางโรคเป็นโรคใหม่ ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน เช่น โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ เป็นต้น การดูแลสุขภาพตนเองให้แข็งแรง ไม่ติดเชื้อโรคได้ง่าย จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่สุด ทั้งนี้ การดูแลสุขภาพให้แข็งแรง นอกจากการกินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอแล้ว สิ่งสำคัญที่หลายคนมักมองข้ามไปก็คือ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอในแต่ละวัน เนื่องจากช่วงที่เรานอนหลับ ร่างกายจะมีการซ่อมแซมระบบต่างๆ ที่สึกหรอ และเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยมีงานวิจัยพบว่าคนที่นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ จะมีเซลล์เม็ดเลือดขาวที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย น้อยกว่าคนที่นอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่ ทำให้ร่างกายอ่อนแอ เจ็บป่วยง่าย และมีความเสี่ยงต่อโรคร้ายต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน เป็นต้น

 นายแพทย์สุพรรณ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ในระหว่างที่นอนหลับ ร่างกายยังมีการผลิตฮอร์โมนที่จำเป็นในการเจริญเติบโต ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับผู้ที่อยู่กำลังอยู่ในวัยเด็กและวัยรุ่น น่าเป็นห่วงว่าปัจจุบันวัยรุ่นมีพฤติกรรมในการนอนดึกมากขึ้นจากหลายสาเหตุ เช่น ติดเกม การสนทนากับเพื่อนทางอินเตอร์เน็ท รอดูถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอล การคุยโทรศัพท์ รวมทั้งเที่ยวกลางคืนเป็นประจำ เป็นต้น ทำให้เกิดผลเสียตามมา ที่เห็นได้ชัดคือ ร่างกายเจริญเติบโตช้า ไม่มีสมาธิในการเรียน ง่วงเหงาหาวนอน เรียนไม่รู้เรื่อง ประสิทธิภาพในการเรียนและการจดจำลดลง ส่วนผู้ใหญ่ หากนอนไม่พอจะมีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานเช่นกัน และยิ่งหากเป็นการทำงานที่ต้องเกี่ยวข้องกับเครื่องจักรเครื่องกล หรือการขับรถยนต์ อาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย เพราะระบบความคิดการตัดสินใจจะเชื่องช้าลง

   “ประชาชนควรให้ความสำคัญกับเรื่องของการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เด็กวัยรุ่นควรนอนอย่างน้อยวันละ 9 ชั่วโมง ส่วนผู้ใหญ่วันละ 7-8 ชั่วโมง และต้องนอนหลับให้สนิทจริงๆ โดยเข้านอนแต่หัวค่ำ หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมต่างๆ ก่อนเข้านอน 5 ชั่วโมง ไม่ควรแก้ง่วงด้วยการดื่มชา กาแฟ หรือน้ำอัดลม ก่อนเข้านอน เพราะเป็นเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นความตื่นตัวของร่างกาย โดยเฉพาะกาแฟจะมีฤทธิ์นานถึง 6-8 ชั่วโมง ทำให้ร่างกายไม่ได้พักเต็มที่ และยิ่งอ่อนเพลียมากขึ้น ” นายแพทย์สุพรรณกล่าว

เตือนวัยรุ่นนิยมขาเดฟเสี่ยงเกิดเชื้อราในร่มผ้า

นพ.จิโรจ สินธวานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กล่าวเตือนวัยรุ่นนิยมกางเกงขาเดฟเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาโรคเชื้อรา เนื่องจากเนื้อผ้าที่รัดแน่นแนบเนื้อตามขา ไม่มีที่ระบายอากาศอาจทำให้เกิดการเสียดสี เป็นรอยถลอกตามผิวหนัง และเมื่อเจอความอับชื้น ที่มาจากสภาพอากาศ เช่น ฝน หรือการรักษาความสะอาดไม่ถูกวิธี ใส่กางเกงซ้ำหลายวัน ทำให้ใยผ้ามีการสะสมของเหงื่อไคล ที่เป็นอาหารชั้นดีเชื้อรา ทำให้เกิดเชื้อแบคทีเรีย และเกิดเชื้อราในร่มผ้าได้ จึงอยากให้วัยรุ่นพิจารณาการใส่เสื้อผ้าให้เหมาะสมกับร่างกาย และรูปร่าง ไม่ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่นร่างกายจนเกินไป สำหรับลักษณะของโรคเชื้อราในร่มผ้าจะมีลักษณะคล้ายกลากเกลื้อน ขึ้นบริเวณรอบจุดที่ผิวหนังมีการเสียดสีกับเนื้อผ้าบ่อย หรือาจเป็นลักษณะรอยถลอกขึ้นขุย และผื่นตามข้อพับขา

 นพ.จิโรจ กล่าวว่า  นอกจากนี้ยังพบว่ามีผู้ป่วยบางรายมีอาการแพ้สารฟอกสีในเนื้อผ้า และแพ้น้ำยาอัดกลีบ ทำให้เกิดผื่นคัน และเกิดปัญหาเชื้อราเช่นเดียวกัน ทั้งนี้โรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อรา ถือเป็นกลุ่มโรคอันดับที่ 4 ที่คนส่วนใหญ่นิยมเป็น รองจากปัญหาผื่นแพ้ ที่มาเป็นอันดับ 1 และอันดับ 2 โรคสิว และอันดับ 3 โรคผิวหนังอักเสบ สำหรับการรักษาไม่ควรซื้อยามารับประทานหรือทานยาเอง เนื่องจากอาจทำให้แผลลุกลาม และยากแก่การวินิจฉัยโรค และรักษาไม่หายขาด ควรพบแพทย์ซึ่งจะจัดยารับประทานและยาทา ใช้เวลาอย่างน้อย 1เดือนในการรักษาเพื่อมิให้กลับมาเป็นซ้ำอีก