
'DRAM'ตัวการทำแจกแท็บเล็ตป่วน!
'DRAM'ตัวการทำแจกแท็บเล็ตป่วน! (ตอน2) : แฉ!ทุจริตแท็บเล็ตปี56วงเงิน4,611ล้าน โดย สุพินดา ณ มหาไชยรายงาน
กระแสข่าวว่า DRAM ของ บริษัท SK hynix ประเทศจีน เป็นตัวการที่ทำให้การจัดซื้อแท็บเล็ตปี 2556 ป่วน จนล่มไปครึ่งโครงการ บริษัทผลิตแท็บเล็ตราคาถูก ส่วนใหญ่ชุมนมกันอยู่ที่เมืองเสิ่นเจิ้น ประเทศจีน มีเป็นร้อยโรงงานและนิยมใช้ DRAM ของบริษัท SK hynix เนื่องจากมีราคาถูกกว่า DRAM ยี่ห้อดังอื่น เพราะฉะนั้นเมื่อโรงงานของ SK hynix ถูกไฟไหม้ไปเมื่อช่วงปลายปี 2556 กำลังผลิตเหลือแค่ 3 ใน 4 เพื่อป้อนขายทั่วโลก
บริษัทเสิ่นเจิ้น อิงถัง อินเทลลิเจ้นท์ คอนโทรล ซึ่งชนะการประมูลจัดซื้อแท็บเล็ตในโซน 1 และ 2 ด้วยการทุบราคาลงกว่า 20% จนต่ำกว่าราคาทุน จึงออกอาการกระอัก สุดท้าย โดยปราศจากการส่งมอบเครื่องแท็บเล็ตสัก 1 เครื่อง บริษัทเสิ่นเจิ้นตัดสินใจชักดาบ ขายทอดทรัพย์สินปิดสาขาในประเทศไทย เพราะคำนวณแล้วว่าไม่คุ้ม
บริษัทเสิ่นเจิ้น อิงถัง อินเทลลิเจ้นท์ คอนโทรล ชนะการประมูลจัดซื้อแท็บเล็ตในโซน 1 (ป.1 ภาคกลางและภาคใต้) จำนวน 431,175 เครื่อง ซึ่งตั้งวงเงินไว้ 1,172,605,600 บาท แต่บริษัทเสิ่นเจิ้น อิงถัง เคาะราคาที่ 842,000,000 บาท เป็นราคาที่ลดลงจากราคากลางถึง 28.19% หรือ 330,605,600 บาทเฉลี่ยราคา 1,953.12 บาทต่อเครื่อง ส่วนโซน 2 (ป.1 ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) เคาะที่ 786,000,000 บาท จากราคาเริ่มต้น 1,016,898,640 บาท ราคาลดลง 22.66% หรือ 230,229,640 บาท เฉลี่ยราคา 2,103.64 บาทต่อเครื่อง โดยมีการลงนามในสัญญาจัดซื้อระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และบริษัทเสิ่นเจิ้น อิงถัง เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2556 กำหนดให้ส่งมอบแท็บเล็ตทั้งหมดภายใน 90 วัน หรือ 26 ธันวาคม
ราคามหัศจรรย์ ดังกล่าว จาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ยืนยันว่า เป็นการ "ทุบตลาด" หรือ "การขายสินค้าต่ำกว่าราคาต้นทุน" เพราะฉะนั้น ถ้า บริษัทเสิ่นเจิ้น อิงถัง ต้องเปลี่ยนมาใช้ DRAM (DRAM คือ Dynamic random access memory เป็นหน่วยความจำชั่วคราว (RAM) ที่ใช้โดยทั่วไปสำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และเวิร์กสเตชั่น)
จากยี่ห้ออื่นๆ ซึ่งราคาสูงกว่า SK hynix อาจเจอสภาพเข้าเนื้อ ไม่สามารถควบคุมราคาต้นทุนจริง ให้อยู่ภายใต้ราคาที่ประมูลมาได้ เพราะฉะนั้น บริษัทเสิ่นเจิ้น อิงถัง จึงพยายามต่อรองขอขยายเวลาส่งมอบแท็บเล็ตออกไปอีก 60 วัน โดยขอให้ไม่มีค่าปรับตามสัญญาวันละ 2.2 ล้านบาท เพื่อหวังรอ DRAM จาก SK hynix มาช่วยชีวิตทัน อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการประกวดราคาของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไม่สามารถทำตามข้อต่อรองได้ และจะเดินหน้าปรับค่าปรับวันละ 2.2 ล้านบาททันที ตั้งแต่วันครบกำหนด 26 ธันวาคม 2556
เมื่อไม่มีทางเลือก บริษัทเสิ่นเจิ้น อิงถัง จึงตัดสินใจ "ล้มโต๊ะ" ยอมเสียเงินค้ำประกัน 120 ล้านบาท ปิดสาขาในประเทศไทยเพื่อหนีค่าปรับตามสัญญาอีกก้อนใหญ่ ซึ่งสพฐ.จะต้องไปฟ้องร้องเรียกค่าปรับ ค่าเสียหายเอาเอง กับบริษัทแม่ในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน
ประเด็นที่คาใจของทุกคนคือ ทำไมเอกชนที่ความรับผิดชอบต่ำเช่นนี้ จึงเล็ดรอดเข้ามาชนะการประมูลได้ แหล่งข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ในข้อกำหนดของการประกวดราคานั้น กำหนดไว้ว่า บริษัทที่จะเข้าประมูลต้องมีเอกสารแสดงผลงานการขายสินค้าไอทีมูลค่า 100 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่ง บริษัทเสิ่นเจิ้น อิงถัง อ้างผลงานการวางระบบไฟเบอร์ออพติกและทำดาต้า เซิร์ฟเวอร์ ในประเทศรัสเซียมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท และเป็นเอกสารที่มีการรับรองอย่างถูกต้องจากทางการ
“ แต่จริงๆ แล้ว บริษัทจากประเทศจีนเหล่านี้ มีรายได้จากตลาดหุ้นด้วย หากบริษัทได้งานจากต่างประเทศ ทำให้โปรไฟล์บริษัทดี ราคาหุ้นในตลาดหุ้นจะพุ่งสูงขึ้น อาจฟันกำไรได้เป็นพันล้านบาท แม้จะโดนยึดเงินค่าประกัน 120 ล้านบาท ถือว่า เล็กน้อยมาก บริษัทเสิ่นเจิ้น อิงถัง จึงกล้าประกวดราคาแบบราคาทุบตลาด ขณะที่ บริษัทเสิ่นเจิ้น สโคป ไวแอนทิฟิก ประเทศจีน เพื่อนร่วมสัญชาติ ซึ่งเป็นผู้ขายแท็บเล็ตปี 2555 ให้ไทยกว่า 8 แสนเครื่องนี้ ก็เคาะราคาได้ต่ำเช่นกัน แต่แพ้ บริษัทเสิ่นเจิ้น อิงถัง แค่ประมาณ 30 บาท เพราะฉะนั้น ถ้ามีการเปิดประมูลโซน 1 และ 2 ใหม่อีกรอบแล้ว น่าจะมีบริษัทที่พร้อมมาเสียบแทนได้“ แหล่งข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ ระบุ
DRAM ของ SK hynix ส่งผลกระทบต่อการจัดซื้อในโซน 4 ซึ่งเป็นการจัดซื้อแท็บเล็ตให้นักเรียน ม.1 ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 402,889 เครื่อง โดยผู้ชนะการประมูลคือ บริษัท จัสมิน เทเลคอมซิสเต็มส์ ประเทศไทย เคาะที่ราคา 873,866,241 บาท จากราคาเริ่มต้น 1,176,435,880 บาท ลดลงจากราคากลาง 25.72% หรือ 302,569,639 บาท เฉลี่ยราคา 2,169 บาทต่อเครื่อง
ทั้งนี้ เพราะบริษัทจัสมินนั้นจ้างโรงงานที่เสิ่นเจิ้นผลิตแท็บเล็ตป้อนให้เช่นกัน ย่อมต้องได้รับผลกระทบจากปัญหากำลังผลิต DRAM ของ SK hynix ลดลง แต่บริษัทจัสมิน เป็นบริษัทในไทย จึงไม่สามารถเก็บข้าวของหนีไปไหนได้ จำเป็นต้องกัดฟันส่งสินค้าให้ครบถ้วนเพื่อรักษาเครดิตของบริษัท ซึ่งขณะนี้กำลังเตรียมส่งมอบแท็บเล็ตลอตใหญ่ลอตแรก 1.8 หมื่นเครื่อง แต่ก็ยังอีกไกลจากปลายทางกว่า 4 แสนเครื่อง ขณะที่ต้องแบกรับภาวะค่าปรับอีกด้วย ก็ต้องรอดูว่า บริษัทจัสมินจะไปได้สุดทางหรือ " ล่ม" กลางทาง เหมือนบริษัทเสิ่นเจิ้น อิงถัง
ถ้ามีการให้จัดซื้อแท็บเล็ตโซน 1 และ โซน 2 อีกครั้ง เร็วสุดที่แท็บเล็ตจะถึงโรงเรียนอย่างน้อยอีก 5-6 เดือน แต่อาจยืดเยื้อออกไปนานเป็นปีได้ ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงสเปกแท็บเล็ต รายละเอียดของวิธีการจัดซื้อ หรือเกิดเหตุไม่คาดฝันอีก เพราะฉะนั้นหนูๆ เจ้าของสิทธิ์รับแจกแท็บเล็ตทั้ง 1.6 ล้านคน ยังต้องรอไปอีกนาน
..............................
(หมายเหตุ : 'DRAM'ตัวการทำแจกแท็บเล็ตป่วน! : สุพินดา ณ มหาไชยรายงาน)



