ไลฟ์สไตล์

กลุ่มทอผ้าสตรีนาหมื่นศรี ขอสวัสดิการผู้รับงานทำที่บ้าน

กลุ่มทอผ้าสตรีนาหมื่นศรี ขอสวัสดิการผู้รับงานทำที่บ้าน

07 ก.พ. 2557

กลุ่มทอผ้าสตรีนาหมื่นศรี ขอสวัสดิการผู้รับงานทำที่บ้าน : โดย... หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ

 
                   "การทอผ้าเป็นอาชีพเสริมของพวกเรา รองจากทำสวนยาง ทำนา และรับจ้าง โดยช่วงปกติในกลุ่มเราแต่ละคนจะมีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 4-5 พันบาท แต่ถ้าเป็นช่วงว่างจากการกรีดยาง คือราวปลายกุมภาพันธ์-เมษายน ก็จะเพิ่มขึ้นเป็น 7 พันบาท แม้งานทอผ้าจะเหนื่อย และใช้เวลา แต่พวกเราก็ภูมิใจในอาชีพนี้" อารอบ เรืองสังข์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนทอผ้านาหมื่นศรี จ.ตรัง กล่าว
 
                   งานทอผ้าของกลุ่ม ซึ่งรับช่วงต่อจากรุ่นแรกๆ ก่อนหน้านี้ ของกลุ่มที่ก่อตั้งมายาวนานกว่า 40 ปี คือตั้งแต่ปี 2516 จวบจนวันนี้ ซึ่งสามารถเป็นอาชีพเสริมให้แก่ชาวบ้านที่เป็นสมาชิกล่าสุดจำนวน 128 คน ได้อย่างมั่นคง เนื่องจากมีครบวงจรตั้งแต่ทอผ้า และตัดเย็บเสื้อผ้า โดยเฉพาะช่วงงานรับพระราชทานปริญญาบัตร และงานมงคลสมรส มักจะพากันมาตัดชุดไทยจากผ้าทอมือกันทั้งครอบครัว
 
                   อารอบ เล่าว่า สมาชิกที่ทอผ้า มีฝีมือ และมีความชำนาญของกลุ่มตอนนี้มีประมาณ 30 คน จากสมาชิกที่ทอผ้าทั้งหมดของกลุ่มประมาณ 70 คน โดยจะมาทอผ้าหลังว่างเว้นจากงานประจำ วันละ 3-4 ชั่วโมง ส่วนคนอื่นๆ ก็จะแบ่งหน้าที่กันทำงานต่างๆ กันไป และช่วยกันทำงานด้วยความสามัคคี
 
                   กลุ่มทอผ้านาหมื่นศรี นับเป็นงานในลักษณะของการรับงานไปทำที่บ้าน ซึ่งตามกฎหมายแรงงานจะไม่มีนายจ้างและลูกจ้าง จึงไม่สามารถเข้าสู่ระบบประกันสังคม มาตรา 39 เหมือนลูกจ้างทั่วไปได้ ดังนั้น ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนทอผ้านาหมื่นศรี จึงฝากเสียงสะท้อนไปถึงภาครัฐ โดยเฉพาะกระทรวงแรงงานว่า
 
                   “อยากให้ช่วยดูแลสวัสดิการของคนที่ทำอาชีพแบบเรา เพราะตอนนี้ไม่มีหลักประกันอะไร การเข้าประกันสังคม มาตรา 40 แบบไม่มีนายจ้าง ก็ให้ความคุ้มครองไม่ครอบคลุม และไม่มากเท่ากับ มาตรา 39 ที่คุ้มครองทั้ง 7 กรณี พวกเราจึงอยากให้กระทรวงแรงงานช่วยในเรื่องนี้ด้วย รวมทั้งอยากให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานเข้ามาดูแลเรื่องการพัฒนาศักยภาพด้านต่างๆ ว่าเราควรปรับปรุงตรงไหนบ้าง เพื่อให้เป็นที่ต้องการของตลาด เพราะพวกเราก็ทำแบบชาวบ้าน บางทีอาจจะขาดตกบกพร่องไปบ้าง” อารอบกล่าว
 
                   ขณะที่ พานิช จิตร์แจ้ง อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า กสร.มีนโยบายขยายความคุ้มครองไปยังกลุ่มแรงงานนอกระบบ โดยขณะนี้กำลังศึกษาข้อมูลว่าควรทำอะไรบ้าง ตลอดจนจัดทำประชาพิจารณ์โดยให้กลุ่มแรงงานนอกระบบ ซึ่งจะมี 3 กลุ่มคือ 1.การรับงานไปทำที่บ้าน 2.งานบริการ เช่น หมอนวดต่างๆ แคดดี้ในสนามกอล์ฟ และ 3.งานเกษตรพันธสัญญา มีลักษณะคือ เลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ โดยเกษตรกรออกทุนเอง แต่มีปัญหาคือ ไม่ค่อยได้รับความคุ้มครองเท่าที่ควร
                   
                   โดย กสร.ให้ความสนใจ และความกังวลกับกลุ่มงานบริการมาก โดยเฉพาะในช่วงที่จะเปิดเออีซี จะต้องเร่งดำเนินการให้มีความคุ้มครองอย่างชัดเจน โดยเบื้องต้นจะเก็บข้อมูลของแต่ละพื้นที่ที่มีคนทำงานลักษณะนี้จำนวนมากว่ามีประมาณเท่าไหร่ มีปัญหาอย่างไร และพวกเขาต้องการให้ความช่วยเหลืออะไรบ้าง 
 
                   อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มี พ.ร.บ.คุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน 2553 ซึ่ง กสร.จะทำให้มีการบังคับใช้อย่างเข้มงวด และชัดเจนขึ้น โดยกำลังจะออกกฎกระทรวงเรื่อง งานอันตรายที่ห้ามผู้รับงานไปทำที่บ้านทำ เช่น งานที่เกี่ยวกับสารเคมีอันตราย ดอกไม้ไฟ พลุ ตลอดจนสภาพแวดล้อมการทำงาน เช่น การทำงานในสภาพที่มีความร้อนสูง หรือเสียงดังอึกทึกเกินกว่ากำหนด รวมทั้งการห้ามแบกหามนำหนักมากเกินกำหนด 
 
                   ทั้งนี้เป็นกฎความปลอดภัยในการทำงาน ที่ดูแลลูกจ้างในระบบอยู่แล้ว โดย กสร.จะต้องดูแลคนทำงานนอกระบบให้ได้รับความคุ้มครองเท่าเทียมกัน จะเป็นการดียิ่งขึ้นหากจะเชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาหารือร่วมกัน และทำประชาพิจารณ์ เพื่อให้เกิดความชัดเจน และมีผลบังคับใช้อย่างรัดกุม เพื่อให้ผู้ใช้แรงงานทุกคนได้รับความคุ้มครองแรงงานตามมาตรฐานแรงงานโดยทั่วถึงกัน 
 
 
 
 
 
..............................
 
(กลุ่มทอผ้าสตรีนาหมื่นศรี ขอสวัสดิการผู้รับงานทำที่บ้าน : โดย... หทัยรัตน์  ดีประเสริฐ )