ไลฟ์สไตล์

เปิดโลกการศึกษามุสลิม : 6 ก.พ.57

เปิดโลกการศึกษามุสลิม : 6 ก.พ.57

06 ก.พ. 2557

คอลัมน์เปิดโลกการศึกษามุสลิม ตอน : เอกอัครราชทูต กรุงไคโร 'พีรศักย จันทวรินทร์'

 
                     วันนี้ "เปิดโลกการศึกษามุสลิม" เปิดใจเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ "พีรศักย จันทวรินทร์"   ซึ่งก่อนหน้านี้ประจำการคือ สอท.กรุงโรม ประเทศอิตาลี่ โปรตุเกส ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ การมาประจำการในประเทศอียิปต์ มีนักศึกษาไทยกว่า 2,000 คน รวมถึงคนไทยทั่วไป การดูแลและให้ความสำคัญกับนักศึกษาและคนไทย คือ เรื่องหลักๆ ของการดูแลสวัสดิภาพของนักศึกษาและความปลอดภัย ซึ่งอียิปต์ยังคงมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นอยู่เป็นระยะ  
 
                     โชคดีว่ามีสมาคมนักศึกษาไทยฯ ที่เป็นแกนกลางประสานงานกับนักศึกษาในการแจ้งข่าวสาร การประสานช่วยเหลือต่างๆ รวมทั้งการช่วยเหลือเรื่องการอพยพนักศึกษาไทย ที่ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และให้การประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตเป็นอย่างดี โดยเฉพาะสถานเอกอัครราชทูตมีฝ่ายกงสุลที่คอยดูแลนักศึกษาเป็นอย่างดี คอยประสาน ส่งข่าวสารต่างๆ กันอยู่เสมอ นี่คือสิ่งที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดที่สุด นอกจากนี้ในเรื่องชีวิตการเป็นอยู่และการศึกษาเล่าเรียน ขอให้นักศึกษาตั้งใจศึกษาเล่าเรียนให้เต็มความสามารถของตน
 
                     "สถานเอกอัครราชทูตให้การสนับสนุนกิจกรรมของสมาคมนักศึกษาไทยฯ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมการศึกษา กิจกรรมการกีฬา กิจกรรมทางด้านศาสนา กิจกรรมทางด้านวัฒนธรรมประเพณี และมีการติดต่อระหว่างกันเป็นระยะๆ เพื่อให้เกิดความรู้สึกสมัครสมานสามัคคีกัน และทำให้เกิดศักยภาพความสัมพันธ์ของตัวเอง เพื่อจะกลับไปสร้างความสัมพันธ์ต่อไปกับสังคมภายนอก ซึ่งที่ผ่านๆ มานักศึกษาก็ทำสำเร็จไปด้วยดี ดูแลเรื่องชีวิตการเป็นอยู่ของนักศึกษา ขณะนี้สถานเอกอัครราชทูตจัดสร้างหอพักให้นักศึกษา ซึ่งขณะนี้ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลแล้ว และตอนนี้ก็ต้องขอเวลาในการดำเนินการสักระยะหนึ่ง" เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงไคโร ประเทศอียิปต์  กล่าว
 
                     นอกจากนักศึกษาไทยในอียิปต์แล้ว ยังมีนักศึกษาอีกกลุ่มหนึ่งในประเทศซูดาน ซึ่งมีประมาณ 300 คน นักศึกษาชาย 190 คน และนักศึกษาหญิง 164 คน นักศึกษาหญิงทุกคนพักอยู่ในหอพัก ส่วนนักศึกษาชายพักอยู่ข้างนอกบ้าง ในหอพักบ้าง ในด้านความเป็นอยู่ทุกคนก็มีความปลอดภัย สถานเอกอัครราชทูตกำลังเชื่อมโยงหลายโครงการที่จัดที่อียิปต์ไปจัดที่ซูดานเหมือนกัน โดยนำอาจารย์ชื่อดังจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่จะมาจัดที่ไคโรแล้วจะต่อไปยังประเทศซูดาน จัดโครงการหมอฟันให้แก่นักศึกษาที่อียิปต์แล้วก็จะไปซูดาน
 
                     "ขอให้นักศึกษาทั้งในประเทศอียิปต์และประเทศซูาดาน ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนให้เต็มที่ เพราะนั่นถือว่าเป็นภารกิจหลักของนักศึกษา เพราะว่าความรู้ความสามารถที่ได้ไปจะนำไปใช้ประโยชน์ในการประกอบอาชีพ ช่วยเหลือครอบครัว และช่วยเหลือสังคมในวงกว้างต่อไป และนอกเหนือจากการศึกษาเล่าเรียนแล้ว ต้องเพิ่มพูนความรู้ความสามารถในด้านอื่นที่คิดว่าจำเป็น อย่างเช่นในเรื่องของทักษะด้านภาษา ความรู้รอบตัวในเรื่องอื่นๆ ที่คิดว่าจะเกิดประโยชน์ในการประกอบอาชีพ จะทำให้การเป็นนักศึกษาและเป็นคนที่สมบูรณ์ขึ้น แต่ก็ให้ยึดเรื่องการศึกษาเป็นเรื่องหลัก" 
 
                     นอกเหนือจากนั้นต้องมีกิจกรรมเสริมหลักสูตร ต้องมีกิจกรรมช่วยเหลือสังคม อยากให้ทุกคนทำตัวเป็นทูตวัฒนธรรมด้วย เพื่อสื่อความเป็นไทย บอกเล่าความเข้าใจในความเป็นไทยให้แก่นักศึกษาต่างชาติได้เข้าใจ นอกเหนือจากการศึกษาแล้ว ต้องดูแลสุขภาพตัวเองให้ดี ออกกำลังกาย และต้องระมัดระวังความปลอดภัย หลีกเลี่ยงการชุมนุมของผู้ประท้วง และขอให้นักศึกษาเกาะกลุ่ม สร้างเครือข่ายซึ่งกันและกัน เพื่อช่วยกันในเรื่องการรักษาความปลอดภัย การอยู่กันเป็นกลุ่มก้อนในประเทศอียิปต์น่าจะเป็นการดีในการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน 
 
                     ในส่วนของคนไทยที่เดินทางมาประกอบอาชีพในประเทศอียิปต์ ไม่ว่าจะเปิดร้านอาหาร ประกอบอาชีพสปา หรือ ช่างทอง ขอให้ประสบความสำเร็จในสาขาอาชีพของตัวเองในการนำชื่อเสียงไปสู่ประเทศไทยในหลายๆ สาขาอาชีพ ให้บริการที่ดี แล้วยังเป็นการแสดงความเป็นไทย ได้รับรู้และรักในความเป็นไทยและต้องการไปเที่ยวประเทศไทยกลายเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้แก่ประเทศไทยอีกด้วย สร้างเครือข่ายและการพบปะซึ่งกันและกัน และมีการจัดกิจกรรมเสริม เช่น การจัดงานสงกรานต์ เป็นต้น สื่อวัฒนธรรมไทย สืบสานประเพณีไทยให้ชาวต่างชาติรับรู้อีกด้วย 
 
                     โดยเฉพาะปีนี้เป็นปีแห่งการครบรอบ 60 ปีของความสัมพันธ์ไทยกับอียิปต์ จะจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ด้านวัฒนธรรม อาจจะมีกิจกรรมทางวิชาการด้วย นอกจากอียิปต์แล้ว ยังดูแลคนไทยในประเทศเอธิโอเปีย ปีนี้ก็จะเป็นการครบรอบ 50 ปี อาจจะจัดกิจกรรมข้าราชการและสื่อมวลชนเอธิโอเปียไปเยือนประเทศไทยอีกด้วย ในเดือนมีนาคน เพื่อให้เขาได้รู้จักประเทศไทยและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศอีกด้วย ส่วนประเทศซูดานและจิบูติก็เช่นเดียวกัน
 
 
 
..........................
 
(คอลัมน์เปิดโลกการศึกษามุสลิม ตอน :  เอกอัครราชทูต กรุงไคโร 'พีรศักย จันทวรินทร์')