
'ทปอ.'เลื่อนเปิดเรียน57ส.ค.ทุกชั้นปี
04 ก.พ. 2557
ยันมหาวิทยาลัยสมาชิกทปอ.เลื่อนเปิดภาคเรียน ปี 2557 ไปเดือนสิงหาคมพร้อมกันทุกชั้นปี ด้าน'มศว.'เผยทุกคณะ ทุกชั้นปี เตรียมถกขยับปฏิทินแอดมิชชั่นส์ 23 ก.พ.นี้
4 ก.พ.57 จากกรณีที่ขณะนี้มีมหาวิทยาลัยหลายแห่งได้มีการปรับช่วงเวลาการเปิดะปิดภาคเรียนตามกลุ่มประเทศอาเซียนไปเดือนสิงหาคม แต่มีมหาวิทยาลัยบางแห่ง ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2557 นิสิตนักศึกษาชั้นปี 1 จะเปิดภาคเรียนในช่วงเดือนสิงหาคม แต่นิสิตนักศึกษาชั้นปี 2 ขึ้นไป เปิดในช่วงเดือนมิถุนายนตามเดิม โดยให้เหตุผลว่า เพื่อให้นักศึกษาสำเร็จการศึกษาและมีงานทำที่รวดเร็วกว่านักศึกษาที่จบจากมหาวิทยาลัยอื่นๆ นั้น
ล่าสุด ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวว่า เรื่องดังกล่าว ไม่น่าจะเป็นความจริง เพราะ ทปอ.มีมติชัดเจนอยู่แล้วว่า มหาวิทยาลัยที่เป็นสมาชิก ทปอ.จะเลื่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2557 ไปเป็นช่วงเดือนสิงหาคมพร้อมกัน และไม่ได้กำหนดว่าจะเลื่อนเปิดภาคเรียนเฉพาะนักศึกษาชั้นปีใด
ซึ่งมหาวิทยาทุกแห่งน่าจะเปิดพร้อมกันหมดทุกชั้นปีในช่วงเดือนสิงหาคม เพราะไม่เช่นนั้นจะไม่สะดวกต่อการบริหารจัดการและอาจทำให้ภาระงานของอาจารย์มากขึ้น อีกทั้ง การเรียนในบางวิชาที่ต้องคาบเกี่ยวกันก็อาจจะทำให้มีปัญหาในการบริหารจัดการของอาจารย์ อย่างไรก็ตาม การเลื่อนเปิดปิดภาคเรียน เป็นอำนาจของมหาวิทยาลัย แต่ก็ไม่ควรแยกชั้นปี เปิดเรียน
ด้าน ผศ.นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กล่าวว่า ภาพรวมของ มศว.การเปิดเรียนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2557 จะเปิดเรียนพร้อมกันในทุกชั้นปี ในวันที่ 18 สิงหาคม 57 แต่จะมีเพียงนักศึกษาคณะครุศาสตร์ชั้นปี 5 เท่านั้น ที่ มศว.จะเปิดเรียนตามปกติในเดือนมิถุนายน เนื่องจากนักศึกษากลุ่มนี้จะต้องไปฝึกปฏิบัติการสอนในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งโรงเรียนเหล่านี้จะเปิดสอนในเดือนพฤษภาคม
เตรียมถกขยับปฏิทินแอดมิชชั่นส์ 23 ก.พ.นี้
ศ.นพ.รัชตะ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะทำงาน ทปอ.ว่า ที่ประชุมได้มีการหารือถึงการปรับเลื่อนปฏิทินการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาโดยระบบกลางหรือแอดมิชชั่นส์ ประจำปี 2557 ที่เหมาะสม โดยยึดหลักการเดิมให้เด็กได้เรียนจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน คาดว่า จะได้ข้อสรุปถึงกำหนดเวลาเหมาะสมในการประชุมทปอ. วันที่ 23 ก.พ.ที่มม.นี้
ผศ.ดร.พงษ์อินทร์ รักอริยะธรรม ประธานคณะทำงานแอดมิชชั่นส์ฟอรั่มของทปอ.กล่าวว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้คณะทำงานฯได้หารือกรณีที่สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เลื่อนการทดสอบความถนัดทั่วไปหรือแพต และการทดสอบความถนัดทางวิชาชีพ/วิชาการหรือแกต ครั้งที่ 1/2557 จากเดิมสอบในวันที่ 7-10 ธันวาคม 2556 เป็นวันที่ 8-11 มีนาคม 2557 ประกาศผลสอบวันที่ 24 เมษายน 2557 ส่วนการสอบแกต/แพต ครั้งที่ 2/2557เดิมสอบ วันที่ 8-11 มีนาคม 2557 เป็นวันที่ 26-29 เมษายน 2557 ประกาศผลสอบวันที่ 29พฤษภาคม 2557 ซึ่งส่งผลกระทบกับระบบการคัดเลือกในระบบรับตรงผ่านเคลียร์ริ่งเฮ้าส์และการรับสมัครแอดมิชชั่นส์ ที่จะต้องขยับออกไปเช่นกัน
โดยที่ประชุมขอให้มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ไปดูช่วงเวลาที่คาดว่า จะสามารถส่งรายชื่อตัดสิทธิ์ผู้ที่สอบผ่านรับตรงของมหาวิทยาลัย และระบบโควตาที่เหมาะสมแต่มีเงื่อนไขว่าจะต้องไม่กระทบกับการประกาศผลสอบแอดมิชชั่นส์ ที่กำหนดไว้วันที่ 29 พฤษภาคม 2557 เพื่อไม่ให้กระทบกับการรายงานตัวและการเปิดภาคเรียนของมหาวิทยาลัย ซึ่งปีนี้ส่วนใหญ่จะเริ่มเปิดเทอมในช่วงกลางเดือนสิงหาคม-กันยายน และนำเข้าหารือร่วมกันในการประชุมทปอ.วันที่ 23 กุมภาพันธ์ ทั้งนี้ การหารือเลื่อนปฏิทินดังกล่าวเฉพาะในปีการศึกษา 2557 เท่านั้น ส่วนปีการศึกษา 2558 ยังไม่มีการหารือ
ทั้งนี้ สำหรับกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ขอความร่วมมือมหาวิทยาลัยจัดสอบรับตรงหลังเดือนมีนาคม เพื่อให้นักเรียนได้เรียนจบการศึกษาขั้นพื้นฐานและขอให้มหาวิทยาลัยไม่จัดสอบรับตรงเอง ให้ใช้ผลการทดสอบที่จัดสอบโดยหน่วยงานกลางที่ได้รับการยอมรับ โดยจะขอความร่วมมือให้สถาบันอุดมศึกษาเข้าร่วมระบบเคลียริ่งเฮาส์ และอาจจะมีการดำเนินการมากกว่า 1 รอบ นั้นเท่าที่ดูเป็นแนวทางที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการศธ.ย้ำมาตลอดว่า ไม่อยากให้มหาวิทยาลัยจัดสอบรับตรงเอง เพราะทำให้นักเรียนต้องวิ่งรอกสอบหลายที่ และเป็นภาระค่าใช้จ่ายกับผู้ปกครอง แต่ให้รับในระบบที่ไม่ต้องใช้การสอบ อาทิ ระบบโควตา ต่าง ๆ ได้ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ด้วย อย่างไรก็ตาม สำหรับข้อเสนอที่ให้มีการจัดเคลียร์ริ่งเฮาส์มากกว่า 1 รอบ นั้น ถือเป็นแนวคิดที่ดีและทางคณะทำงานฯก็เคยมีการพูดคุยถึงเรื่องนี้ เพราะจะเป็นการทำให้นักเรียนมีโอกาสเข้าหาวิทยาลัยได้มากขึ้น โดยสอบและยื่นคะแนนเพียงครั้งเดียว



