
ศิลป์แห่งแผ่นดิน : วิชาชีวิตในโรงเรียน
02 ก.พ. 2557
ศิลป์แห่งแผ่นดิน : วิชาชีวิตในโรงเรียน : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ
ผมได้รับเชิญให้ไปพูดให้เด็กมัธยมฟัง คุณครูที่เชิญผมไปให้หัวข้อประมาณ "วรรณกรรม ศิลปะ ดนตรี ชีวิต" ประมาณนี้ (บางโรงเรียนอับจนถ้อยคำที่จะตั้งเป็นหัวข้อ คิดอะไรไม่ออกก็ยืม "ดนตรี กวี ศิลป์ " ของโทรทัศน์มาใช้จนเป็นคำสาธารณะไปแล้ว)
ผมได้คุยกับคุณครูมัธยมอยู่เนืองๆ พยายามคุยกันถึงปัญหาการศึกษา ว่ามันมีปัญหา และตัวเราก็ต่างเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา
คุยกันนาน คุยกันยาว สรุปกันแบบขอไปทีว่า โรงเรียนไม่มีการเรียนการสอน "วิชาชีวิต"
เดือดร้อนต้องพึ่งพระล่ะทีนี้ ต้องจัดกิจกรรมนิมนต์พระมาเป็นวิทยากร ถ้าเช่นนั้น กวีขอแจมด้วยคน
เรื่องชีวิต ชีวี ชีวา นี่กวีถนัดนัก อะไรๆ ก็ลากเข้า "เพื่อชีวิต" ได้หมด กวี นักเขียน มีภาพนักคิดแนบไปด้วยก็เลยต้องทำหน้าที่สอนวิชาชีวิต ผมเองเจอหัวข้อประมาณนี้บ่อย ตลอดระยะเวลายี่สิบกว่าปีที่เดินสายเป็นวิทยากร
อย่าถามนะว่าแล้วกวีเอาชีวิตรอดมาได้อย่างไร ชีวิตกวีเป็นไงบ้าง สวยงามดีไหม ราบรื่นดีหรือ น่าพึงพอใจระดับไหนถึงได้กล้าดีมาบรรยายเป็นเรื่องเป็นราวพูดได้ดีพูดได้ยาวพูดได้ซึ้งตรึงใจ มีตลกอีกต่างหาก
ลองมาดูชีวิตจริงของเด็กหนุ่มสาวในโรงเรียนมัธยม พวกเขาเป็นอย่างไรกันบ้าง อยู่ดีไฉน ได้เรียนรู้อะไร ไม่รู้อะไร ไปโรงเรียนไปทำอะไร ทำกันท่าไหน เป็นอยู่อย่างไร มีอะไร ขาดอะไร ได้คิด ได้ฝัน ได้ลงมือทำ ได้ใช้เวลาในชีวิตกันอย่างไร เพื่ออะไร ทำไม ไม่ทำไม
ที่ต้องทำไม่อยากทำ ที่ต้องเรียนไม่อยากเรียน ที่ควรรู้ไม่ได้เรียน ไอ้ที่เรียนไม่อยากรู้
วิชาที่เรียนไม่ตอบคำถาม คำถามที่หัวใจอยากรู้ ชีวิตอยากเรียน ความรัก ความเศร้า ความเหงา ความน้อยใจ ความริษยา ความขลาดเขลา ความกลัว ความไม่มั่นใจ ความมุทะลุ ความอาย ความคิดถึง ความพิศวาส ความปรารถนา ความบ้า บ๊อง บวม งี่เง่า งอแง ความใฝ่ฝัน ความกังวล ความไม่เอาถ่าน ฯลฯ
กวีขอตัวก่อนนะครับหากใครจะชวนคุยเอาจริงเอาจังเรื่องวิชาชีวิตภาควิชาการ แต่ถ้าไปพูดคนเดียวให้คนหลายคนฟังล่ะก็ยินดี
พวกกวี นักเขียน มีความสัมพันธ์อันดีกับครูภาษาไทยและครูบรรณารักษ์ ก็อาศัยช่องทางผ่านประตูวรรณกรรม ศิลปะ ดนตรี นี่แหละครับ ได้สื่อสารกับคนหนุ่มสาวเยาว์วัยแบบใจต่อใจ ชีวิตต่อชีวิต พูดไปพูดมามีท่าจะทะลุทะลวงผ่านม่านหมอกออกไปสู่หนทางใหม่ๆ ของใครบางคน ที่เห็นหนทางเพราะถ้อยคำบางประโยคเช่นว่า "คนเราต้องเดินทางออกไปให้ไกล และเดินทางเข้าไปให้ลึก" หรือถ้อยคำเชยๆ อย่าง " โลกคือมหาวิทยาลัยอันกว้างใหญ่"
การศึกษาที่ตัดแยกความรู้ออกเป็นส่วนๆ จะต้องนำมาประกอบเข้าเป็นหนึ่งเดียวในนามวิชาชีวิต มนุษย์เรียนรู้เพื่อพ้นทุกข์ เป็นอีกจากพันธนาการ เรียนรู้ความรู้ เรียนรู้ความไม่รู้
ถ้อยคำที่ได้ยินจนชินชา เป็นคำคนที่ไม่คมแล้ว อย่างเช่น "หนังสือเล่มสำคัญที่สุดคือหนังสือที่ชื่อตัวเอง" ยังคงเป็นหนังสือที่ต้องช่วยกันส่งเสริมให้เกิดการอ่านกันอย่างเข้มข้น
การอ่านหนังสือเป็นเพียงการอ่านอย่างหนึ่งของมนุษย์ การส่งเสริมการอ่านต้องครอบคลุมครบมิติของการอ่าน
ช่วยกันคิด หาทางส่งเสริมการอ่านการเรียนวิชาชีวิตนะครับ ฟังกวีไว้แต่อย่าใช้กวีทำ
--------------------------
(ศิลป์แห่งแผ่นดิน : วิชาชีวิตในโรงเรียน : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ)



