ไลฟ์สไตล์

'ไอโฟน'แพ้ใครในสนามสมาร์ทโฟน

'ไอโฟน'แพ้ใครในสนามสมาร์ทโฟน

02 ก.พ. 2557

'ไอโฟน'แพ้ใครในสนามสมาร์ทโฟน : คอลัมน์อินโนเทค : โดย...คนชอบเล่า

 
                       เมื่อพูดถึงโทรศัพท์มือถืออัจฉริยะหน้าจอระบบสัมผัส (ทัชโฟน) ชื่ออันดับต้นๆ ที่ทุกคนคิดถึง แน่นอนว่าต้องเป็น ไอโฟน ของค่ายแอปเปิล ที่เปิดตัวรุ่นแรกลงสู่ตลาดเมื่อปี 2550 และมีกระแสความนิยมท่วมท้นจนขยับบทบาทจากการเป็นอุปกรณ์สื่อสารพกพาขึ้นไปเทียบชั้นสินค้าแฟชั่น ที่ใครๆ ก็อยากมีโอกาสได้เป็นเจ้าของสักเครื่อง
 
                       และแม้ทุกวันนี้ ไอโฟน ยังครองตำแหน่งมือถือที่ใครๆ ใฝ่ฝันอยากซื้อหามาใช้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ด้วยข้อจำกัดด้านราคาเครื่อง ที่ติดทำเนียบระดับบน และความหลากหลายของจำนวนรุ่นและดีไซน์ กดดันให้ ณ วันนี้ ไอโฟน เปลี่ยนตำแหน่งจาก "ผู้นำ" มาเป็น "ผู้ตาม" ในตลาดมือถือสมาร์ทโฟนไปซะแล้ว
 
                       ผลสำรวจล่าสุดของบริษัทวิจัยการตลาดไอทีระดับโลก ไอดีซี ระบุว่า แม้ในปี 2556 ไอโฟน จะสร้างยอดขายทั่วโลกได้ถึง 135.9 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 13% แต่เมื่อเจาะลึกถึงอัตราการเติบโตแล้ว กลับเป็นฝ่ายตามหลังคู่แข่งรายสำคัญในตลาดสมาร์ทโฟน จากแดนโสมขาว คือ ซัมซุง ที่มียอดจำหน่ายมือถือสมาร์ทโฟนถึง 319.9 ล้านเครื่อง เติบโตแบบพุ่งพรวด 43% แซงหน้าอัตราการขยายตัวของภาพรวมทั้งตลาดที่อยู่ในระดับเพียง 38.4%
 
                       การขยายตัวแบบก้าวกระโดดของความนิยมสมาร์ทโฟนในตลาดทั่วโลก แน่นอนว่าปัจจัยสำคัญข้อหนึ่ง คือ หลากหลายยี่ห้อ มีการพัฒนารุ่นที่ราคาไม่สูงนักลงสู่ตลาด เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าตามสภาพกำลังซื้อ และความต้องการใช้งานหลักของแต่ละคน ส่งผลให้ปีที่แล้ว มือถือสมาร์ทโฟน สามารถทำยอดขายทั่วโลกทะลุหลัก 1,000 ล้านเครื่อง ขณะที่ในส่วนของมือถือในตระกูลที่เรียกว่า ฟีเจอร์โฟน คือใช้เพื่อโทรเป็นหลัก และไม่ใช่หน้าจอระบบสัมผัส มียอดจำหน่ายเพียง 800 ล้านเครื่อง
 
                       บริษัทวิจัยรายนี้ ไฮไลท์ถึงปัจจัยหนุนความนิยมมือถือสมาร์ทโฟนปีที่ผ่านมาให้แตะหลักพันล้านเครื่องเป็นปีแรก ว่าเป็นอานิสงส์มาจากหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น และการตั้งราคาถูกลงในหลายๆ รุ่น 
 
                       จากการสังเกตการณ์กระแสสมาร์ทโฟนในบ้านเรา ผู้เขียนเองเห็นด้วยกับการวิเคราะห์ข้างต้น เพราะดูจากการที่ซัมซุง ขยับเปิดตัวเครื่องในตระกูลซัมซุง แกรนด์ ที่เน้นหน้าจอใหญ่ ออกมาเป็นรุ่นที่ 2 แล้ว รวมถึงอดีตเจ้าตลาดมือถือโลกอย่าง โนเกีย ที่ล่าสุดก็เปิดตัวรุ่นที่หน้าจอใหญ่ร่วม 6 นิ้ว ในคอนเซ็ปต์มือถือลูกผสมที่เรียกว่า "แฟบเล็ต" (Phablet) ก็เชื่อว่าเทรนด์จอใหญ่ หน้าจะยังขายได้อีกนาน
 
                       ขณะที่ในเรื่องราคานั้น ผู้ผลิตหลายค่าย รวมถึงค่ายยักษ์ใหญ่ ก็ใช้กลยุทธ์การออกแบบจำนวนรุ่นให้หลากหลาย ตามความต้องการใช้งาน (มากเป็นพิเศษ) ของผู้ใช้มือถือ เช่น บางรุ่นรองรับการเชื่อมต่อโลกโซเชียลได้อย่างรวดเร็ว แต่คุณสมบัติด้านการอ่านไฟล์เอกสารอาจมีข้อจำกัด, บางรุ่นเอาใจคนชอบถ่ายรูปเป็นพิเศษ, บางรุ่นรองรับฟีเจอร์ดาวน์โหลดไฟล์เอกสารจากอีเมลมาอ่านได้อย่างคล่องตัว แต่อย่าคาดหวังนักกับความเร็วของการสื่อสารผ่านโลกโซเชียล เป็นต้น
 
                       ความหลากหลายของคุณสมบัติในตัวเครื่อง จะเป็นปัจจัยที่ทำให้ระดับราคาหลากหลายและถูกลงไปด้วย เพราะบางฟีเจอร์ที่หายไปหรือมีข้อจำกัดด้านการใช้งาน นั่นหมายถึงว่า ต้นทุนในการผลิตจะลดลง ทำให้กำหนดราคาขายมือถือได้ถูกลงด้วย
 
                       ดังนั้น ใครนิยมใช้บริการอะไรบนมือถือเป็นพิเศษ หรืออยากได้หน้าจอใหญ่ขนาดไหน ก็เลือกซื้อหาตามกำลังทรัพย์ในกระเป๋าโดยพลัน
 
 
 
...................
 
('ไอโฟน'แพ้ใครในสนามสมาร์ทโฟน : คอลัมน์อินโนเทค : โดย...คนชอบเล่า)