ไลฟ์สไตล์

กก.สอบวินัย'ศศิธารา'ลุยหาข้อมูลเพิ่ม

กก.สอบวินัย'ศศิธารา'ลุยหาข้อมูลเพิ่ม

29 ม.ค. 2557

กก.สอบวินัย'ศศิธารา'ลุยหาข้อมูลเพิ่ม 2 ประเด็นตามใบสั่ง อ.ก.พ.กระทรวงฯ 'อภิชาติ' ย้ำไม่กลับผลการสอบสวน ถือว่าหมดหน้าที่แล้ว

 
                       29 ม.ค.57 นายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ในฐานะประธานกรรมการสอบวินัยร้ายแรง น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เลธิการสภาการศึกษา อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ในคดีเอกสารหายกรณีการจัดซื้อคุรุภัณฑ์อาชีวศึกษา ตามงบประมาณไทยเข็มแข็ง 2 มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท ว่า  ตามที่ที่ประชุม อ.ก.พ. สกศ. ทำหน้าที่แทน อ.ก.พ.กระทรวง ซึ่งมีรมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน มีมติเมื่อวันที่ 21 ม.ค.มอบให้กรรมการสอบสวนฯ ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมและสรุปผลรายงาน อกพ.กระทรวงภายใน 15 วันนั้น ตนได้เรียกประชุมกรรมการสอบสวนฯ ไปแล้วเมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเตรียมหาข้อมูลเพิ่มใน 2 ประเด็นที่ อกพ.กระทรวงต้องการ
 
                       นายอภิชาติ กล่าวต่อว่า  ประเด็นแรก อ.ก.พ.ฯ ต้องการให้กรรมการสอบสวนฯ ประสานไปยังกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง เพื่อขอข้อมูลว่า โดยทั่วไปการเบิกจ่ายเงินราชการจากกรณีการจัดซื้อจัดจ้างนั้น จะต้องใช้เอกสารขั้นต่ำอะไรบ้าง และมีขั้นตอนในการตรวจสอบเอกสารอย่างไร ที่ผ่านามากรรมการสอบสวนฯ ยึดตามระเบียบว่า จะต้องมีเอกสารอย่างน้อย 5 รายการจึงจะเบิกจ่ายได้ แต่ผลการสอบสวนพบว่า เอกสารทั้ง 5 ชิ้นที่ได้จากการอาชีวะนั้นเป็นสำเนาทั้งหมด ไม่มีเอกสารตัวจริง ซึ่งความจริงแล้ว สอศ.จะต้องมีการตั้งกรรมการมาสอบสวนกรณีเอกสารหายก่อน พร้อมกับพิสูจน์ว่าเอกสารที่ทำสำเนามาเป็นเอกสารที่ถูกต้องไม่มีการตกแต่งเอกสารให้ผิดไปจากเอกสารตัวจริง จึงจะสามารถเบิกจ่ายเงินได้ แต่ทาง สอศ.ยังไม่มีการดำเนินการตามขั้นตอนดังกล่าวเลยก่อนการเบิกจ่าย
   
                       "อย่างไรก็ตาม เมื่อมีความเห็นแตกต่างในเรื่องนี้ อ.ก.พ.ฯจึงต้องการให้กรรมการสอบสวนฯ สอบถามไปยังคนกลางคือ กระทรวงการคลังให้ช่วยยืนยันมาว่า เอกสารและขั้นตอนการเบิกจ่ายเงินมีอะไรบ้างตามระเบียบ ซึ่งในวันนี้ ได้ทำหนังสือไปยังปลัดกระทรวงการคลัง และอธิบดีกรมบัญชีกลางแล้ว  แต่ไม่สามารถตอบได้ว่ากรมบัญชีกลางจะให้คำตอบกลับมาภายในกำหนดเวลาสอบสวน 15 วันหรือไม่ หากไม่ทันก็ต้องขอขยายเวลาส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติมให้กับ อ.ก.พ.ฯ" เลขาธิการ กพฐ. กล่าว
 
                       เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่ออีกว่า ส่วนอีกประเด็นที่ อ.ก.พ.ฯ ให้ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมนั้นต้องการให้กรรมการสอบสวนฯ ทำการสอบสวนไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญว่ารายละเอียดการจัดซื้อจัดจ้างที่ปรากฏบนทีโออาร์ที่ประกาศกับรายละเอียดบนทีโอาร์แนบท้ายสัญญา ซึ่งใช้ในการตรวจรับนั้นมีความแตกต่างหรือไม่เป็นมูลค่าเท่าใด ขณะนี้ กรรมการสอบสวนก็ยังตอบไมได้ว่า มีความแตกต่างจำนวนเท่าไร แต่จะให้ทางมหาวิทยาลัยที่เป็นคนกลางและเคยจัดซื้ออุปกรณ์ในลักษณะดังกล่าวมาช่วยชี้ให้ ทั้งนี้ ความแตกต่างระหว่างทีโออาร์ 2 ฉบับนั้นจะสะท้อนได้ว่า เกิดความเสียหายกับราชการเป็นมูลค่าเท่าไร 
 
                       "หลังจากได้ข้อมูลครบถ้วนทั้งสองประเด็นแล้วก็จะรายงานให้ อ.ก.พ.ฯ รับทราบ ซึ่งเป็นหน้าที่ที่ อ.ก.พ.ฯ จะต้องนำข้อมูลดังกล่าวไปพิจารณาร่วมกับผลการสอบสวนที่กรรมการสอบสวนฯ ส่งให้ก่อนหน้านี้ และตัดสินโทษ น.ส.ศศิธารา แต่ในส่วนของกรรมการสอบสวนฯนั้นถือว่าหมดหน้าที่แล้วตั้งแต่ส่งผลการสอบให้กับ อ.ก.พ.ฯ และจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงผลการสอบสวนอีก" นายอภิชาติ กล่าว