
เลิกพืชเชิงเดี่ยวสู่'เกษตรอินทรีย์'
ทำมาหากิน : เลิกพืชเชิงเดี่ยวสู่ 'เกษตรอินทรีย์' ต้นแบบวิถีเกษตรกรบ้านนาเจียง : โดย...สุรัตน์ อัตตะ
ผลจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวอย่างข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และมันสำปะหลังมาอย่างยาวนานของชาวบ้านนาเจียว ต.โคกงาม อ.ด่านซ้าย จ.เลย ทำให้ชาวบ้านต้องประสบปัญหาภาระหนี้สิน มีรายได้ไม่คุ้มค่าใช้จ่ายในแต่ฤดูการผลิต อันเนื่องมาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะราคาผลผลิตตกต่ำ ถูกกดราคาจากพ่อค้าและสภาพภูมิอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย
แต่ทว่าปัญหาดังกล่าวเริ่มหมดไป หลัง ธ.ก.ส. สาขา อ.ด่านซ้ายและหน่วยราชการในพื้นที่เข้ามาส่งเสริมการทำเกษตรผสมผสาน การปลูกพืชผักปลอดสารพิษ พร้อมนำแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน โดยไม่หวังรายได้แค่ฤดูการผลิตเดียวจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยว แต่สามารถมีรายได้เกือบทุกวันตลอดทั้งปี
"แต่ก่อนปลูกพืชเชิงเดี่ยว มีมันสำปะหลังกับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ต้องลงทุนเยอะ ทำให้เรามีหนี้ผูกพัน ปีหน้าฝนดี น้ำท่าดีก็ดีไป ถ้าปีไหนฝนแล้งก็จบเลย" พัชรี เอี่ยมประชา ประธานกลุ่มออมทรัพย์ชุมชนบ้านนาเจียง ต.โคกงาม อ.ด่านซ้าย จ.เลย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก ธ.ก.ส. สาขาด่านซ้าย และเกษตรกรต้นแบบปลูกพืชผักอินทรีย์ย้อนอดีตให้ฟัง
บนเนื้อที่กว่า 30 ไร่ในการปลูกพืชเชิงเดี่ยวอย่างข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และมันสำปะหลังในอดีตนั้น ทว่าวันนี้ได้กลายเป็นพื้นที่เกษตรผสมผสานแบบครบวงจร มีทั้งปลูกพืชผักหลากหลายชนิด เน้นอินทรีย์ มีไม้ผล บ่อเลี้ยงปลาและฟาร์มปศุสัตว์ ทำให้มีรายได้จากการเก็บเกี่ยวผลผลิตเกือบทุกวันเฉลี่ยวันละ 1,000-2,500 บาท เฉพาะหน่อไม้ฝรั่งได้เดือนละ 500-1,000 บาท
ประธานกลุ่มเล่าต่อว่า ล้มเลิกพืชเชิงเดี่ยวแล้วมาทำเกษตรกรผสมผสานตามคำแนะนำของ ธ.ก.ส. สาขา อ.ด่านซ้ายและหน่วยราชการในพื้นที่มาตั้งแต่ปี 2545 โดยเริ่มจากปลูกพืชผักอินทรีย์ อาทิ ผักกาดขาว กะหล่ำ คะน้า กุยช่าย หน่อไม้ฝรั่ง เป็นต้น โดยใช้พื้นที่ปลูกพืชผักแต่ละชนิดประมาณ 2 งานถึง 2 ไร่ สลับหมุนเวียนกันไปตลอดทั้งปี จากนั้นในปี 2550 ก็หันมาทำฟาร์มปศุสัตว์ เช่น เลี้ยงสุกร เป็ด ไก่และขุดบ่อเลี้ยงปลา แล้วก็นำผลผลิตพืชที่ปลูกบางชนิด เช่น อ้อย มาแปรรูปเป็นน้ำอ้อยสดบรรจุขวดอีกด้วย
"พืชผักปลูกมาตั้งแต่ปี 2545 พอปี 2550 ก็มาทำปศุสัตว์ และทุกอย่างเป็นอินทรีย์ทั้งหมด เพราะปุ๋ยเราผลิตเอง อาหารสัตว์เราก็ทำเอง รู้สึกว่าชีวิตดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก เพราะมีรายได้ตลอดทั้งปี ตลาดก็ไม่มีปัญหา ขายที่ด่านซ้าย ภูเรือและตลาดในท้องถิ่น ส่วนผักกาดขาวกะหล่ำส่งให้โรงพยาบาลด่านซ้ายอย่างเดียว มีเท่าไหร่เขารับซื้อหมด ส่วนราคาเราก็เป็นคนกำหนดเอง อย่างหน่อไม่ฝรั่งตอนนี้อยู่ที่กิโลละ 80-100 บาท"
แม้ว่าพัชรีจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลังเปลี่ยนวิถีเกษตรจากพืชเชิงเดี่ยวเป็นเกษตรผสมผสานตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ในขณะที่คนในชุมชนอื่นๆ กลับยังมุ่งมั่นในพืชเชิงเดี่ยวต่อไป อาจเป็นเพราะไม่มีน้ำอย่างเพียงพอ ซึ่งเป็นปัญหาหลักของชาวบ้านในตำบลโคกงาม โดยเฉพาะในช่วงหน้าแล้งจะขาดแคลนน้ำทั้งอุปโภคและบริโภค
"พื้นที่ของเราถือว่าโชคดี ที่ได้ขุดสระน้ำไว้เลี้ยงปลา ทำให้มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี ในฤดูแล้งน้ำก็ไม่แห้งขอดและสภาพพื้นที่แบบนี้ไม่ได้มีในทุกบ้านในชุมชน นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่คนในชุมชนยังไม่หันมาทำเกษตรกรผสมผสาน จำพวกพืชผักเหมือนกับเรา อีกอย่างถ้าเป็นข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หรือมันสำปะหลังก็มีตลาดรองรับแน่นอน เพราะมีบริษัทมารับซื้อผลผลิตถึงที่และมีความสะดวกง่ายในการดูแลรักษาด้วย" ประธานกลุ่มออมทรัพย์บ้านนาเจียงเผย พร้อมย้ำว่า รายได้จากการจำหน่ายผลผลิตทุกวันนี้เฉลี่ย 2.5-3 หมื่นบาทต่อเดือน สนใจผลผลิตโทร.08-1708-7684
พัชรี เอี่ยมประชา นับเป็นเกษตรกรต้นแบบของชุมชนบ้านนาเจียงในการพลิกวิถีเกษตรจากปลูกพืชเชิงเดี่ยวหันมาทำเกษตรผสมผสานอินทรีย์ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จนประสบความสำเร็จ ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นตามลำดับ
---------------------------
(ทำมาหากิน : เลิกพืชเชิงเดี่ยวสู่ 'เกษตรอินทรีย์' ต้นแบบวิถีเกษตรกรบ้านนาเจียง : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)



