
ศิลป์แห่งแผ่นดิน : ลมหนาวโบกมา
26 ม.ค. 2557
ศิลป์แห่งแผ่นดิน : ลมหนาวโบกมา : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ
"ลมหนาวโบกมา แก้วตาพี่จากไป เจ้าคิดถึงพี่บ้างไหม เจ้าคิดถึงพี่บ้างไหม ร้างกันคราใด พี่เปลี่ยวฤทัยเงียบเหงา
ลมหนาวโบกมา แก้วตาพี่จากไป เจ้าทิ้งพี่ให้นอนหนาว เจ้าทิ้งพี่ให้นอนหนาว ร้างกันทุกคราวพี่ต้องนอนหนาวตรมใจ
เมื่อลมหนาวโบกมา หนาวเย็นอุรา น้ำตาไหลหลั่ง รักพี่ยังคอยได้ กลับมาเถิดหนามาสัญญากันใหม่ เห็นใจพี่เถิดแก้วตา
ลมหนาโบกมา แก้วตาพี่จากไป เจ้าทิ้งพี่ให้คอยหา เจ้าทิ้งพี่ให้คอยหา หนาวเย็นอุราพี่เที่ยวตามหาดวงใจ" เสียงเพลงคิดถึงพี่บ้างไหม ของสุเทพ วงค์กำแหง แว่วมาตามลมหนาว
ฤดูหนาวปีนี้หนาวเหน็บเจ็บเนื้อเหลือประทับใจจำ หนาวทั้งนอกทั้งใน นครสวรรค์บ้านผมซึ่งได้ฉายา "เมืองซอนตะวัน" เป็นจังหวัดที่อุณหภูมิสูงติดอันดับประเทศคู่กับจังหวัดกาญจนบุรี ทว่าปีนี้ ก็พลอยหนาวอย่างไม่เคยหนาวแบบนี้ อุณหภูมิตํ่าสุดของปีนี้ สถิติของผมเองนะครับ เมื่อปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ในเช้าวันหนึ่ง 11 องศาเซลเซียส ขณะที่ผมเขียนต้นฉบับนี้อุณหภูมิ 13 องศา ดูข่าวเช้าแจ้งว่า บนยอดดอยที่เชียงใหม่เกิดน้ำค้างแข็ง อุณหภูมิยอดหญ้า -4 องศา
ฤดูหนาวเป็นช่วงเวลาที่ฟ้าใสแดดสวย ดอกไม้งาม ทั้งอากาศและบรรยากาศโรแมนติก
นกนานาชนิดต่างขับขานบทเพลงรัก ดอกหญ้าเบิกบานดื่มซับนํ้าค้าง ยามเช้าฟ้าสดใสเรืองรอง ยามเย็นตะวันดวงกลมสีแดงละมุน กลางคืนดาวสุกสว่าง และเดือนก็ดวงโตกว่าฤดูอื่น
ผู้คนแห่กันไปขึ้นดอย คอยทัศนาแม่คะนิ้ง ที่พราวพริ้งบนใบหญ้า ส่วนคนที่อยู่บนดอย ก็ลงจากดอยมาหาซื้อผ้าห่มเครื่องกันหนาวบางพื้นที่หนาวยะเยือกเสียจนต้องประกาศเป็นเขตภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่งคนในเมืองตื่นเต้นจนทนไม่ได้ต้องแห่กันไปพิสูจน์ภัยพิบัติโดยพลัน ต้องพากันตื่นขึ้นตอนค่อนแจ้งมาคอยรับดวงตะวันและลุ้นตัวเลขอุณหภูมิตํ่าสุด
ความหนาวเย็นแบบนี้ไม่เคยมีไม่เคยเป็นมาหลายปี ตั้งแต่ผมพ้นวัยเยาว์มาผมไม่เคยรู้สึกว่าประเทศไทยมีฤดูหนาว อาจเป็นเพราะพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์บ้านผมเป็นเมืองชอนตะวัน หนาวไม่จริง ถึงหนาวก็ไม่นาน หนาววันสองวันแล้วเว้นไปหลายวันค่อยกลับมาหนาวนิดหนาวหน่อย มีปีนี้นี่แหละที่หนาวจริงหนาวต่อเนื่องสมกับเป็นหน้าหนาวหน่อย หนาวตั้งแต่ต้นธันวามาจนปลายมกรายังหนาว หนาวน่าประทับทรวงจริง
ที่ผมเกริ่นด้วยบทเพลง ลมหนาวโบกมาฯ ใช่ว่ามีความหลังอะไรหรอกครับ แค่ครึ้มอกครึ้มใจ ในช่วงเวลาที่สถานการณ์บ้านเมืองเราร้อนระอุ มวลมหาประชาชนบนท้องถนนย่อมหนาวแน่ แต่ก็คงอุ่นใจเพราะมีเพื่อนมิตรอยู่ร่วมกายใจ มีหนาวภัยที่ไม่คาดฝัน ไม่รู้ระเบิดจะปลิวมาใส่ตอนไหน ได้แต่ภาวนาให้ประชาชนชนะ อย่าถามนะว่าประชาชนคือใคร ใครคือประชาชน ประชาชนคือประชาชน เสียงของประชาชน คือเสียงสวรรค์อย่างที่ว่ากัน เพราะคือเสียงของความหวังของสังคม ไม่ใช่ของใครคนใดพวกใด ฝ่ายใด พรรคใด กลุ่มใด
ตั้งใจฟังเถิดครับ ฟังให้ได้ยินเสียงประชาชน แยกแยะให้ออก อย่าให้เสียงอื่นใดกลบเสียงที่แท้จริงของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสียงแห่งอคติ เสียงแห่งผลประโยชน์ส่วนตน ส่วนพวก ส่วนพรรค ส่วนฝูง
ได้ยินเสียงประชาชนก็ต่อเมื่อเราตั้งสติ ตั้งใจที่จะฟัง อย่างแน่วแน่ มุงมั่น และอย่างเป็นอิสระ จากรัก ชัง และมายาคติทั้งมวล ประชาชนยังคงต่อสู้ต่อไปตามวิถีของประชาชน คนใดคนหนึ่ง กลุ่มใด พวกใด พรรคใด ฝูงใด อาจคิดผิด แต่ประชาชนไม่มีวัน เสียงของประชาชนคือเสียงของความดี ความถูกต้อง นอกนั้นไม่ใช่
เสียงของฉันเป็นเพียงเสียงหนึ่ง เสียงของเธอ เขา หรือใคร ก็เป็นเพียงเสียงหนึ่ง
วันนี้ ฉันรู้สึกหนาวสะท้าน เธออาจว่าเธอหนาวกว่า หรือใครว่ามันร้อนระอุใกล้จุดเดือด
ความหนาวเหน็บภายในใจฉัน เปล่งเสียงแผ่วเบาว่า "อย่าดื้อด้านต่อความจริง และอย่าดื้อดึงต่อมโนธรรม"
------------------------------
(ศิลป์แห่งแผ่นดิน : ลมหนาวโบกมา : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ)



