ไลฟ์สไตล์

อาหารแดนมังกรแห่งอนาคต@บรีซ

อาหารแดนมังกรแห่งอนาคต@บรีซ

26 ม.ค. 2557

อาหารแดนมังกรแห่งอนาคต@บรีซ : คอลัมน์ชวนชิม : โดย...เรื่อง : ณัฐธิดา ภูผิวผา

 
                  ตรุษจีนปีนี้ ถ้าอยากให้เข้ากับบรรยากาศก็ต้องเป็นอาหารจีนนี้ละเหมาะ ด้วยความที่คนไทยคุ้นชินกับรสชาติอาหารแดนมังกรมาช้านานหาทานกันไม่ยากนัก เพราะมีร้านอาหารผุดขึ้นมาตั้งแต่ตลาดยันโรงแรมห้าดาว หกดาว อย่าง ห้องอาหารบรีซ (Breeze) โรงแรมทาวเวอร์คลับ แอท เลอบัว จัดเมนู "ไชน่า ทเว้นตี้ทเว้นตี้" พร้อมการันตีว่ามีความแตกต่างไม่เหมือนใครเป็นเมนูอาหารจีนแห่งอนาคต เราเลยไม่รอช้า ขึ้นลิฟต์พามาสัมผัสถึงชั้น 52 ระหว่างย่ำเท้าผ่านสะพานแก้วมองเห็นกระจกใสขนาดใหญ่รูปทรงพีระมิด มุ่งตรงมาที่โต๊ะอาหาร ด้วยความสูงของสถานที่นั้นสามารถชมวิวรอบเมืองหลวงยามค่ำคืนและวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้สุดสายตา 
 
                  นึกในใจแค่บรรยากาศยังทำให้เราถูกต้องมนต์สะกดซะขนาดนี้ แล้วรสชาติอาหารจะขนาดไหน นึกได้แป๊บ เชฟแซม แปง ออกมาต้อนรับพร้อมเอ่ยถึงจุดเด่นของห้องอาหารนี้ว่า มีดีที่วัตถุดิบชั้นเลิศนำเข้าจากนานาประเทศและพิเศษกว่าทุกที่นั้นต้องเป็นเทคนิคการเสิร์ฟและเมนูอาหารที่เชฟครีเอทขึ้นเอง โดยเพิ่มการปฏิสัมพันธ์ระหว่างอาหารกับผู้ลิ้มรส เหมือนการทานอาหารของโลกอนาคต เพื่อลบความจำเจแบบเดิมๆ สร้างดินเนอร์ค่ำคืนนี้ให้มีสีสันสุดประทับใจไม่รู้ลืม 
 
                  เริ่มต้นที่เมนูยอดฮิต "แอพเพแรนซ์" ติ่มซำ 8 ชนิด จัดวางอย่างสวยงามคล้ายกลุ่มดวงดาวล้อมรอบพระจันทร์  คนจีนเชื่อว่าดวงจันทร์ที่กลมเสมือนสัญลักษณ์ของความสามัคคี กลุ่มดาวที่รายล้อมจึงเปรียบเสมือนความกลมเกลียว จานนี้ประกอบด้วย ติ่มซำกุ้งมังกรห่ออยู่ในแป้งนุ่ม นำไปนึ่งรสชาติหวานละมุน หอยนางรมในแชมเปญซอส ปลาหมึกทอดคลุกเคล้ากับซอสวาซาบิ  ตับห่าน ปูอลาสกายัดใส่ในลิ้นจี่ หอยเป๋าฮื้อตุ๋นซอสสมุนไพรจีนนำไปทอดวางบนอะโวคาโด  และไข่หอยเม่นผัดผงกะหรี่ใส่ลงเปลือกหอยนำไปเผาวางไว้ตรงกลาง แต่ละชิ้นนั้นให้รสสัมผัสลิ้นต่างกัน ต้องลองหั่นแบ่งทานกันคนละนิด
 
                  จานถัดมาอย่าง "เอ็กซ์ไซท์เมนท์" เพิ่มความสนุกด้วยการทอยลูกเต๋าเพื่อเลือกรับ 1 ใน 9 ซอสปรุงรสก่อนนำไปผัดกับเนื้อวัวโอมิที่นำเข้าจากญี่ปุ่น ผัดเข้ากับหอมหัวใหญ่ ต้นหอมและแครอท  ครั้งนี้คมชัดลึกเราทอยได้ ซอสบาร์บีคิวรสกลมกล่อม ส่วนซอสอื่นๆ นั้นต้องมาลองวัดดวงเอง ขณะที่พับจานนี้ไว้ก่อนมีกล่องไม้สุดหรูมาวางตรงหน้า เมนู "ดิสคัฟเวอรี่" ด้านในเป็นก้อนเกลืออบที่ต้องใช้ค้อนทุบออก  แหวกใบบัวออกภายในเป็นเป็ดย่างเนื้อนุ่มที่ใช้ส่วนอกและน่องผัดกับซอสไวน์จีนผสมด้วยเห็ดหอม เกาลัด และแปะก๊วย จานนี้มีรสค่อนข้างเค็ม
 
                  ใครที่ชื่นชอบแฮมเบอร์เกอร์เนื้อต้องลองสั่ง  "ยูธ" มีความพิเศษตรงแป้งเหนียวหนึบคล้ายปาท่องโก๋ที่นำไปนึ่งก่อน แล้วนำมาทอดอีกที โรยหน้าด้วยงาขาว งาดำ ลักษณะหยินหยาง สื่อถึงกฎแห่งความสมดุลของธรรมชาติ เป็นปรัชญาลัทธิเต๋าที่เชื่อว่าสรรพสิ่งบนโลกใบนี้จะต้องมีสิ่งคู่กันเสมอ  ส่วนเนื้อวัวไม่เหนียวเพราะบดละเอียดหมักซอสเฉพาะตัว แล้วมาปั้นเป็นก้อนแนบด้วยผักสลัดและมะเขือเทศ เครื่องเคียงเป็นผักทอดและน้ำจิ้มรสเด็ดที่ทำจากพริกเสฉวน นำมาปั่นผสมกับซอสมะเขือเทศเติมน้ำมันงา มีรสเปรี้ยวนำ
 
                  เสียงฆ้องดัง เหม่งๆ บริกรถือคานหาบแบกใส่บ่าออกมาเป็นการเสิร์ฟสไตล์ดั้งเดิมของจีนยุค 1920 จานแปลกนี้ คือ "แบคอินไทม์" ใช้ขาส่วนน่องของแกะมาตุ๋นกับซอสเห็ดสูตรลับ ผัดกับกะหล่ำปลีแล้วใช้ใบบัวหอมมัดไว้ ก่อนทานลูกค้าต้องเป็นคนใช้กรรไกรตัดเองและเสิร์ฟคู่กับแลมป์ซอสน้ำสต๊อกที่ได้จากการตุ๋นเนื้อแกะ เติมรสด้วยน้ำกีวี่ เกลือ พริกไทย  จานนี้รสชาติแอบคล้ายตุ๋นพะโล้มีรสหวานนำ ได้กับข้าวหลากหลายอย่างแล้วอย่าลืมสั่งข้าวด้วยนะคะ จะได้ไม่เลี่ยน 
 
                  เริ่มอิ่มมาปิดท้ายมื้อพิเศษด้วย "ช็อกโกแลตจิงเจอร์" ของหวานรสชาติเผ็ดนิดๆ จากเนื้อมูสขิง ทานคู่กับดาร์กช็อกโกแลตรสขมตัดกับความเปรี้ยวของวุ้นเสาวรส เข้ากันได้ไม่จำเจ สำหรับเครื่องดื่มนั้นมีให้เลือกด้วยกันถึง 5 ชนิด แตกต่างกันทั้งรูปลักษณ์ รสชาติรวมไปถึงวิธีการรังสรรค์ที่ให้มีส่วนร่วมมิกซ์เอง อย่าง ไฟร์ อโรม่า  เอ็กซ์เพอริเมนท์  ไลฟ์ และสวีทเนส  คอดื่มมิควรพลาด 
 
                  อย่าชักช้าเพราะห้องอาหารเต็มเร็วมากๆ ขนาดรองรับได้ถึง 130 ที่นั่ง ให้บริการทุกวันตั้งแต่ 18.00-01.00 น. กริ๊งกร๊างมาจองโต๊ะที่เบอร์โทร. 0-2624-9999 
 
 
 
...................
 
(อาหารแดนมังกรแห่งอนาคต@บรีซ : คอลัมน์ชวนชิม : โดย...เรื่อง : ณัฐธิดา ภูผิวผา)