ไลฟ์สไตล์

หมอกปุยที่'ปุยหลวง'

หมอกปุยที่'ปุยหลวง'

26 ม.ค. 2557

หมอกปุยที่'ปุยหลวง' : คอลัมน์ชวนเที่ยว : โดย...เรื่อง/ภาพ : นพพร วิจิตร์วงษ์

 
                   สายลมพัดความหนาวเย็นแทรกเข้ามาในเนื้อผ้า ขนาดว่าโปะเครื่องกันหนาวเต็มยศ ยังอดเย็นยะเยือกไม่ได้ ขอบฟ้าเริ่มมีสีระเรื่อ เมื่อดวงตะวันใกล้จะโผล่ขึ้นมา ทะเลหมอกที่เห็นขาวๆ ซีดๆ เริ่มมีน้ำมีนวลขึ้น
 
                   ฟ้าสว่างมองเห็นลงไปถึงแคมป์ที่พัก ใช่แล้วตอนนี้ ฉันอยู่ที่สูง บนยอดปุยน้อย ที่สูงแตะระดับ 1,100 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง นึกย้อนไปตามเส้นทางที่ผ่านมาเมื่อวานนี้ แม้ระยะทางเดินจะราวๆ 3-4 ชั่วโมง แต่ก็สวยงาม คุ้มค่ากับความเหนื่อยจริงๆ
 
                   ปุยน้อย เป็นแค่ก้าวแรก ไปสู่ ปุยหลวง ดอยที่สูงกว่า และเห็นวิวทะเลหมอกได้ใกล้ชิดกว่า ทั้งสองยอดอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติแม่เงา บ้านแม่เงา อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นอีกหนึ่งดินแดนที่ได้ชื่อว่ามีทะเลหมอกหนาแน่น ทิวเขาสวยงาม ใครคิดจะมาชมวิวรับรองไม่ผิดหวัง ขอแค่มีกำลังเหลือ พร้อมสำหรับการเดินป่าระยะไกล อุปกรณ์พร้อม คนพร้อม ก็ติดต่ออุทยานแห่งชาติแม่เงานัดหมายการเดินทางกันได้เลย
 
                   ทริปนี้ไปกัน 9 คน เราเลยเลือกใช้บริการรถตู้แบบสบายๆ ไม่เร่งร้อน จากกรุงเทพใช้เส้นทางขึ้นอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก จากแม่สอดใช้เส้นทางแม่สอด-แม่สะเรียง (ทางหลวงหมายเลข 105) ระยะทางราวๆ 190 กม. ถึงบ้านแม่เงา ไปตามป้ายบอกทางอุทยานแห่งชาติแม่เงา รับรองไม่มีพลาด แต่ถ้าใครไม่มีรถยนต์ส่วนตัวก็สามารถใช้บริการรถสาธารณะได้ มีสองแถวสีส้มวิ่งระหว่างแม่สอด-แม่สะเรียง ผ่านปากทางเข้าอุทยานแห่งชาติแม่เงา
 
                   แค่เห็นบรรยากาศภายในที่ทำการอุทยาน ซึ่งอยู่ติดกับแม่น้ำเงา ทั่งบ้านพัก ร้านอาหาร ช่างสุขสงบ น่ากางเตนท์นอนริมน้ำซะจริงๆ แต่เป้าหมายเราอยู่อีกไกล เพราะหลังจากจัดแบ่งเสบียงเสร็จ ต้องขึ้นรถกระบะแรงดีเดินทางกันต่อไปอีกกว่า 2 ชั่วโมง ฝ่าไอแดดร้อนๆ คนละเรื่องกับอากาศช่วงกลางคืนหรือช่วงเช้า รถเข้าไปส่งจนถึงทางที่ไปต่อไม่ได้แล้ว เป็นเหมือนแนวกันไฟ ริมเขา จากนั้นเราต้องขึ้นเป้ออกเดินเท้ากัน เริ่มสตาร์ทก็เจอกับทางชันๆ ซะแล้ว แถมด้วยอากาศร้อน ทางโล่ง สตาร์ทใหม่ๆ เครื่องหนืดจนต้องเดินไป พักไป ใครเดินเร็วก็มุ่งหน้าไปก่อน มีเจ้าหน้าที่อุทยานนำทางไม่ต้องห่วงว่าจะหลง
 
                   วิวเขาในเส้นทาง สุดสายตา บางช่วงผ่านต้นหญ้าสูงท่วมหัว บางช่วงก็หญ้าเตียนๆ กับแดดร้อนๆ แต่บางช่วงก็มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา ระยะทางช่วง 3-4 ชั่วโมง แต่ก็เดินผ่านเขาเป็นลูกๆ ตะวันคล้อยต่ำ เรายังเดินกันไม่ถึงไหน เพราะมัวแต่ถ่ายรูปเลยไปในรายทาง 
 
                   "เราจะไปทันดูพระอาทิตย์ตกมั๊ยเนี่ยะ" เพื่อนถามกันขึ้นมา สุดท้ายก็ได้ทันดูอยู่ตรงเนินเขาเตี้ยๆ ลูกหนึ่ง ก่อนถึงปุยน้อย จุดหมายของวันนี้ หลังจากลงความเห็นว่า คงไม่ทันแน่นอน ถ้าเดินต่อก็อาจจะไม่ได้เห็น เลยตั้งกล้องรอถ่ายรูปกันก่อน 
 
                   ฝั่งหนึ่งดวงอาทิตย์กำลังตก ขณะที่อีกด้านดวงจันทร์กลมโตโผล่ขึ้นขอบฟ้าแล้ว
 
                   จนใกล้จะมืดค่ำนั่นล่ะ ถึงได้เร่งๆ กันเดิน เลาะอ้อมปุยน้อยไปอีกด้วย ก็ถึงลานกางเตนท์ของเรา มีนักท่องเที่ยวอีกกลุ่มมาจับจองที่พักอยู่เลยไปข้างหน้า ส่วนพวกเรายึดสมรภูมิใกล้แนวต้นไม้ที่จะช่วยบังลมหนาวได้บ้าง แต่ละคนจัดแจงกางเตนท์ ตั้งแคมป์กลาง เตรียมหุงหาอาหาร บางทีการมาเที่ยวแบบนี้ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรหลยต่อหลายอย่าง โดยเแพาะหารดำรงชีพเบื้องต้นกับอุปกรณ์ที่มีไม่มากนัก 
 
                   หลังมื้อค่ำ ดวงจันทร์ทอแสงสว่างลงมาทักทาย จนอดไม่ได้ ชักชวนกันเดินขึ้นยอดปุยน้อย จันทร์สว่างจนแทบไม่ต้องส่องไฟเดิน เพราะยอดปุยน้อยเป็นยอดเขาโล่งๆ มีแต่ต้นหญ้าเตี้ยๆ คงจะด้วยเพราะสภาพของลมที่แรงอยู่เกือบจะตลอด ไม้ใหญ่เลยพากันไปโตอยู่ข้างๆ เขาซะหมด ช่วงที่เดินขึ้นแม้จะหนาวแต่ก็เกือบทำเอาเหงื่อซึม พอยืนบนยอดได้ไม่นาน ความหนาวก็กรูมาทักทาย จนต้องนั่งห่อตัว ...จะไม่หนาวได้ยังไง นี่มัน 4 ทุ่มแล้วนี่นา (ฮา)
 
                   ชมวิว ต้านลมหนาวอยู่ได้ไม่นานก็วิ่งลงเนินกลับที่พัก ไปนั่งคุยกันอุ่นๆ หน่อยดีกว่า
 
                   รุ่งเช้า ฟ้ายังไม่ทันสางถึงได้พากันปีนขึ้นมาบนยอดปุยน้อยอีกรอบ พร้อมกับหอบหิ้วหัวเตาเล็กๆ กับกาแฟขึ้นมาต้มกันบนยอดด้วยเลย ระหว่างรอเวลาดวงตะวันขึ้นมาให้แสงสว่างอีกครั้ง
 
                   ฉันนั่งชมวิวรอบๆ ตัว แสงอุ่นๆ ของตะวันสาดไปกระทบกับทะเลหมอกที่เห็นอยู่ไกลออกไป ขับให้สีนวลสวยมากขึ้น ทุ่งหญ้ากลายเป็นสีทองลาดไปตามไหล่เขา ลงไปถึงแคมป์ที่พัก ช่างเป็นห้วงเวลาที่ฉันชอบที่สุด แม้ก่อนหน้านั้นไม่นานจะเป็นช่วงที่ทรมานที่สุดกว่าจะฉุดตัวเองออกมาจากถุงนอนอุ่นๆ ได้
 
                   จนเริ่มสาย ถึงได้รีบลงมาจัดการหุงหาอาหาร เก็บแคมป์ ออกเดินทางกันต่อ
 
                   เป้าหมายของวันนี้ อยู่ที่ทะเลหมอกตรึมๆ ของยอดปุยหลวง ที่มีความสูงถึง 1,722 เมตร แถมด้วยระยะทางจากปุยน้อยไปปุยหลวง ใช้เวลาเดิน 6-7 ชั่วโมง กี่กิโลเมตรไม่ค่อยแน่ใจ ส่วนใหญ่เดินป่าของฉันจะนับระยะความไกลเป็นชั่วโมงเดินซะมากกว่า 
 
                   ราวๆ 9 โมงเช้า เราเริ่มออกเดินทางกันอีกครั้ง แรกๆ ก็ยังเดินเกาะกลุ่มกันไป แต่ยิ่งเดินก็ยิ่งกระจัดกระจายกันไป ค่อยไปนั่งรอกันตรงทางแยก เดินเส้นทางไปปุยน้อยว่าเหนื่อยแล้ว แต่เดินจากปุยน้อยมาปุยหลวงยิ่งเหนื่อยกว่าจะได้เวลาพักเที่ยง กินข้าวกินปลา มาเที่ยวแบบนี้ ต้องเดินกลางดิน กินกลางทางขนานแท้ พวกเราพักเหนื่อยกันนานหน่อย ก่อนจะเริ่มขยับเดินต่อก็เลยบ่ายไปแล้ว 
 
                   ขึ้นเขาสูงข้างหน้า นึกว่าจะอีกไม่ไกล ที่ไหนได้ เจ้าหน้าที่บอกว่า ยังต้องไปอีกไกล บร๊ะเจ้า!! น่าจะอีกราวๆ ชั่วโมงกว่าเชียว งั้นขอคอฟฟี่เบรกสักครู่แล้วกัน ระหว่างรอน้ำเดือดก็ถ่ายรูปเล่นกัน มุมนี้เห็นทิวเขาสลับซับซ้อน ซึ่งเจ้าหน้าที่บอกว่า ถ้าอากาศดีๆ มองเห็นได้ไกลถึงม่อนจอง แห่งอำเภออมก๋อยได้เลย เพราะเป็นเขตติดต่อกัน
 
                   จากยอดเขา ต้องตัดลงหุบ เส้นทางค่อนข้างชัน เลาะไปด้านข้างเขา ต้นไม้รกบ้าง ไม่รกบ้าง ถึงตอนนี้ทุกคนตั้งหน้าตั้งตาเดินกับคำปลอบใจ รีบไปดูแสงเย็นๆ ที่สาดส่องหน้าผาจะเห็นทุ่งหญ้าเป็นสีแดง ราวชั่วโมงที่เราโผล่ขึ้นเนินหญ้าอีกครั้ง เย้ๆๆๆ เสียงร้องด้วยความดีใจ ถึงซะที "ปุยหลวง"  แต่ก่อนที่จะดีใจไปกว่านั้น เพื่อนที่เคยมารีบบอก เราเดินไปตั้งแคมป์ใกล้ๆ แนวหน้าผาอีกด้านดีกว่า เดินขึ้นไปดูวิวนิดเดียว
 
                   ที่พักแม้จะอยู่ในหุบหน่อย แต่ก็ช่วยบังลมได้ แล้วยังเดินขึ้นไปนั่งเล่นชมวิวบนลานหินได้ไม่ไกล วันนี้เลยได้อิ่มเอมทั้งดวงอาทิตย์ตก และทะเลหมอกยามเช้าที่อยู้ใกล้แค่เอื้อม หมอกหนานุ่มกลบทุกสรรพสิ่งในหุบเขา ปล่อยให้ยอดเนินสูงๆ โผล่ขึ้นมาเป็นหย่อมๆ เหมือนเกาะกลางทะเล สวยสมใจอยาก
 
                   ช่วงขากลับต้องเดินลงด้านนี้  ช่วงแรกๆ เดินไปตามสันเขา เลาะเลียบไปกับทะเลหมอก ก่อนจะถึงทางชัน ที่เหมือนดิ่งลงไม่มีสิ้นสุด นึกในใจดีนะที่เราไม่ดันทุรังจะขึ้นกันด้านนี้ แม้เส้นทางจะใกล้กว่าแต่ชันขนาดนี้ ตายแน่ๆ ขาลงมันเร็วได้ใจ ใช้เวลาแค่ 2 ชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงบ้านแม่หลุยเหนือ เจ้าหน้าที่นำรถมารอรับอยู่แล้ว พร้อมกับข้าวมื้อเที่ยง เอ๊ะ..หรือว่าพวกเราหิวกันถึงรีบลงมาซะขนาดนี้ 555  ไม่ใช่แน่ๆ แต่เป็นเพราะสายน้ำใสๆ ที่อยู่ในมโน กวักมือเรียกต่างหาก เพราะหลังจากเหน็ดเหนื่อยมา 2 วันกว่าๆ วันนี้จะได้เอ้อระเหยในสายน้ำซะที ...
 
                   สัปดาห์หน้ามาเจอกันในสายน้ำแม่เงานะคะ
 
 
หมายเหตุ : ติดต่ออุทยานแห่งชาติแม่เงา 0-5307-1471
 
 
...........................
 
(หมอกปุยที่'ปุยหลวง' : คอลัมน์ชวนเที่ยว : โดย...เรื่อง/ภาพ : นพพร วิจิตร์วงษ์)