
ชวนชิม-หลากสัญชาติกับอาหารจานโปรด
จะว่าไปแล้วในบ้านเราก็มีอาหารการกินให้เลือกสรรอยู่มากมายและหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทยทั้งในแบบฉบับดั้งเดิมรสชาติถูกปาก อาหารไทยประยุกต์ที่มีการปรับเปลี่ยนรสชาติไปบ้างตามความชอบของชาวต่างชาติที่พิสมัยอาหารไทย
หรือจะเป็นอาหารต่างสัญชาติที่หลั่งไหลเข้ามาสนองตอบความต้องการของคนไทยให้หารับประทานกันได้ง่ายขึ้น อย่างที่ "ฟู้ด ฮอลล์ นิว โซน@ ชั้น 5 ดิ เอ็มโพเรียม" ศูนย์อาหารที่รวบรวมร้านอาหารหลากสัญชาติมาไว้ในจุดเดียว ทั้งอาหารไทย จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เม็กซิกัน หรืออยากรับประทานอาหารชาติไหนลองไปดูรับรองได้ชิมชัวร์...
เมื่อเดินเข้าไปเหมือนเดินอยู่สหประชาชาติ เพราะดิเอ็มโพเรียมเข้าจัดการปรับปรุงใหม่หมด ร้านทุกร้านมีเอกลักษณ์ของตัวเองอย่างร้านอาหารญี่ปุ่นก็จะตกแต่งสไตล์แดนปลาดิบ หรือร้านอาหารจีนก็จะออกแนวไชนีสสุดๆ นั่นเองจึงต้องให้เราเยื้องย่างเข้าไปสัมผัสเป็นร้านแรกกับเมนู ข้าวอบหม้อดินชีเนส เมนูแนะนำจากร้านอาหารจีนชีเนส
ความพิเศษของเมนูนี้อยู่ที่ขั้นตอนการทำที่ต้องนำข้าวมาผัดกับเห็ดหอมและกระเทียม ก่อนโรยหน้าด้วยหมูกรอบ กุนเชียง แฮมก้อน แต่งหน้าด้วยกุ้งตัวโต๊ โต แค่นี้ก็ได้ข้าวอบหม้อดินที่กลิ่นหอม ยั่วยวน แถมรสชาติยังกลมกล่อมไม่จัดจนเกินไป ที่สำคัญคือวัตถุดิบที่ทางร้านคัดสรรมาอย่างดีไม่มันเหมือนกับร้านอาหารจีนทั่วไป เขยิบไปที่ร้านลิตเติ้ล ฮานอย ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนัก ที่นี่เขาเน้นไปที่อาหารเพื่อคนรักสุขภาพและผักสดเป็นหลัก จานแนะนำวันนี้จึงเป็น หมูย่างขนมจีน หรือที่ชาวเวียดนามเรียกขานกันว่า บุนชา ความพิเศษของจานนี้อยู่ที่การหมักหมูด้วยสูตรเฉพาะของทางร้านที่ไม่เหมือนใคร รับประทานคู่กับผักสด ราดน้ำจิ้มที่มีให้เลือกทั้งรสชาติแบบดั้งเดิมสำหรับคนที่ชอบเปรี้ยวหวาน และสูตรซีฟู้ดที่ทำขึ้นเอาใจคนไทยโดยเฉพาะ
ยังคงวนเวียนอยู่กับอาหารสไตล์เอเชียจึงต่อกันที่ร้านรอยัล อินเดีย ที่เปิดมานานกว่า 35 ปี และยังเป็นร้านอาหารสไตล์อินเดียตอนเหนือร้านแรกในประเทศไทยอีกด้วย ร้านนี้เขาแนะนำเมนูที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ คือ ชิกเก้นติกก้า มาซาล่า ทำจากเนื้อไก่ล้วนหมักกับเครื่องเทศนำเข้าจากอินเดียกว่า 26 ชนิด และย่างด้วยเตาทันดูรี ลักษณะคล้ายกับโอ่งบ้านเรา เพื่อให้ไก่สุกทั่วถึงกันโดยไม่ต้องพลิก ไก่ที่ออกจากเตาหอมตลบอบอวลและเนื้อกรอบนุ่ม รสชาติกำลังดีไม่เผ็ดจนเกินไป เป็นที่ถูกอกถูกใจชาวอินเดีย แต่สำหรับคนไทยหรืออินเดียที่ชอบรสเผ็ดมากๆ ก็ขอเพิ่มความเผ็ดกันได้เต็มที่ จานนี้แนะนำให้รับประทานกับ กาลิกนาน จะเข้ากันได้ดีทีเดียว
มาถึงร้านสไตล์เกาหลี ยูเรกวาน เขาแนะนำ คูจอลพันหรือนพเก้า ที่จัดมาด้วยสีสันสวยงาม ประกอบไปด้วยพริกหยวกดอง ไข่แดงซอย ปูอัด แตงกวาญี่ปุ่น เห็ดหอม แครอท และไข่ขาว เวลากินจะใช้แป้งห่อเครื่อง ลักษณะคล้ายกันเมี่ยงคำบ้านเรานี่แหละ ต่างกันก็แค่เครื่องและน้ำจิ้ม ที่มีให้เลือก 2 แบบตามชอบ คือดั้งเดิมที่มีกลิ่นฉุนจากวาซาบิ และน้ำจิ้มแจ่วสูตรพิเศษเหมาะกับคนชอบรสจัด
ไปต่อกันที่ราเมนสัญชาติญี่ปุ่น ที่ร้านเคกะ ราเมน ร้านนี้ได้ชิม เทนซูโมริ ราเมน ซึ่งเป็นเมนูที่ทางร้านการันตีความอร่อย เนื่องจากเป็นเมนูที่ขายดีที่สุด เมนูนี้เป็นการรวมเครื่องทุกอย่างของราเมนมาไว้ในชามเดียว ไม่ว่าจะเป็นหมูต้มซีอิ๊วที่ใช้เวลาเคี่ยว 3 ชม. หมูย่าง ผักดองภูเขาไฟสั่งตรงมาจากประเทศญี่ปุ่น และความพิเศษที่สุดอยู่ที่น้ำซุปที่ใช้เวลาเคี่ยวนานถึง 24 ชม.ปรุงด้วยน้ำมันมาหยุ (น้ำมันกระเทียมเจียว )ทำให้รสชาติออกหวานกว่าปกติเล็กน้อย ถูกปากชาวญี่ปุ่นเขาล่ะ
หรือถ้าไม่ชอบอาหารสไตล์เอเชีย แต่ถูกปากกับอาหารสไตล์เม็กซิกัน ไปดูกันที่ร้านซันไรส์ ทาโก้ กับจานที่ขายดีที่สุด นั่นคือ ยูเอสเอ คาวบอย ทาโก้ จานนี้เหมาะทีเดียวสำหรับคนชอบรับประทานเนื้อสัตว์ ยิ่งได้รับประทานคู่กับ เฟรช โทมาโท ซาซ่าและชีส รับรองว่าอร่อยถูกใจ แต่สำหรับคนที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์จะเลือกเป็นพริกหวาน มันฝรั่ง ข้าวโพดหรือถั่วแดงก็อร่อยได้ไม่แพ้กัน
ปิดท้ายที่ร้านอร่อยแท้เพื่อสุขภาพจากฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน โอลีฟ เคบับ แอนด์ คาเฟ่ กับเมนูแลมป์ ยีรอส (แกะย่างสไลด์) เสิร์ฟพร้อมด้วยขนมปังปิต้า ซอสซัทซิกิ ที่ทำจากโยเกิร์ตผสมแตงกวาขูดฝอยและกระเทียมบด เมนูนี้เพียงแค่ได้ชิมทำเอาวางช้อนไม่ลงกันเลยทีเดียว
เอาเป็นว่ามีร้านรวงให้เลือกมากขนาดนี้ ใครชอบแนวไหนเลือกกันได้ตามใจชอบนะจ๊ะ อ้อ...ฟู้ด ฮอลล์ นิว โซน ชั้น 5 ดิ เอ็มโพเรียม เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น.ทุกวันจ้า



