ไลฟ์สไตล์

'พท.'หวั่นระเบิดถี่เปิดปฏิวัติ!

'พท.'หวั่นระเบิดถี่เปิดปฏิวัติ!

21 ม.ค. 2557

'พท.' ถาม ใครได้ประโยชน์จากระเบิด ระบุ ขอให้เปิดพื้นที่เพื่อการตรวจสอบ โดยให้ทุกฝ่ายยอมรับกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ หวั่นระเบิดถี่เพื่อเปิดทางให้เกิดปฏิวัติ

 

                          21 ม.ค. 57  นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี เกิดเหตุระเบิด 2 ครั้งใส่กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.ทั้งที่ขว้างบนถนนบรรทัดทองและเวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ว่าจนท.ตรวจและทำลายวัตถุระเบิด ระบุ ทั้ง2ที่เป็นระเบิดสังหารอาร์จีดี 5 ชนิดเดียวกัน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ก็คาดทีมก่อเหตุเป็นทีมเดียวกัน ศอ.รส.แถลง เปิดคลิปประกอบชัดเจนคนที่ติดตามการเมืองมองออกว่าใครเป็นผู้ได้ประโยชน์จากสถานการณ์ความรุนแรงนี้ ใครพยายามแสวงหาโอกาสจากความขัดแย้งและก่อเหตุรุนแรงแต่ก็ยังมีความพยายามกล่าวหารัฐบาลอยู่เบื้องหลัง ทั้งที่รัฐบาลเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง จะไปก่อเหตุความรุนแรงเพื่อทำร้ายตัวเองทำไม

                          "รัฐบาลพรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ ขอประณามการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงในครั้งนี้ และขอปฏิเสธอย่างเป็นทางการว่า รัฐบาลพรรคเพื่อไทย ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ในเหตุการณ์ความรุนแรงทุกเหตุการณ์ และไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใดก็ตามที่สร้างสถานการณ์ ถือว่าใจดำ อำมหิตมาก พรรคเพื่อไทยขอสนับสนุนให้มีการเปิดพื้นที่เพื่อการตรวจสอบ ขอให้ทุกฝ่ายยอมรับกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ และขอเรียกร้องอย่าใช้ความรุนแรงมาเป็นเครื่องมือเพื่อการบรรลุเป้าหมายทางการเมือง อย่าหวังชัยชนะจากการเหยียบศพประชาชนที่มาร่วมชุมนุม หยุดกล่าวหาองค์กร สถาบันใด โดยไม่มีหลักฐาน จากนี้ไปเชื่อว่า แนวโน้มสถานการณ์น่าจะออกมาใน 2 แนวทาง คือ 1. เหตุความรุนแรงลดลง เนื่องจากผู้ก่อเหตุกังวลว่าจะถูกจับกุมตัวได้ง่าย จากการดำเนินอย่างเข้มข้นของศอ.รส. ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีกล้องวงจรปิดที่ครอบคลุม ความตื่นตัวของประชาชนในโซเชียลเน็ตเวิร์ค 2. เหตุความรุนแรงจะเพิ่มขึ้น เพราะผู้สร้างสถานการณ์ไม่มีทางเลือก จำเป็นต้องก่อเหตุรุนแรง ต้องระเบิดมากขึ้น เพื่อกดดันทหารให้ออกมาดำเนินการตามที่ฝ่ายตนเองมีความประสงค์ "

 

 

หวั่นระเบิดถี่เพื่อเปิดทางให้เกิดปฏิวัติ  

 

                          พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงถึงเหตุการณ์ปาระเบิดใส่กลุ่มกปปส.ที่ถนนบรรทัดทองและเวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิว่า ดูจากพฤติกรรมและกล้องวงจรปิดนั้นขอฟันธงว่า ทั้ง 2 เหตุการณ์เป็นฝีมือของกลุ่มก่อกวนที่ต้องการให้เกิดความรุนแรงเพื่อให้รัฐบาลเสียหาย เป็นคนกลุ่มเดียวกันเพราะใช้ระเบิดชนิดเดียวกัน แต่ไม่น่าจะใช่ฝีมือกลุ่มผู้ชุมนุมหรือรัฐบาล ทั้งนี้คนที่ปาระเบิดก็วนเวียนอยู่ในกลุ่มผู้เดินขบวน มีการแฝงนกหวีดให้กลมกลืนกับผู้ชุมนุม ดังนั้นอยากให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เร่งทำความจริงให้ปรากฏ หาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยเร็วด้วย

                          ขณะที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตส.ว.สรรหา กล่าวว่า จากการติดตามข่าวในเว็บไซต์พรรคประชาธิปัตย์ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนธ.ค.56 จนถึงปัจจุบันนั้นพบว่า มีเนื้อหาข่าว 8 ชิ้นที่เข้าข่ายใส่ร้ายป้ายสีพรรคเพื่อไทย โดยเป็นการกระทำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ 2 ชิ้น และนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ 6 ชิ้น อาทิ กรณีที่นายชวนนท์ระบุเมื่อวันที่ 16 ม.ค.ว่า พรรคเพื่อไทยหากินบนคราบน้ำตาเกษตรกร มุ่งล้างผิดไม่คิดปฏิรูป หรือกรณีที่นายอภิสิทธิ์ระบุถึงพฤติกรรมนายกฯ รักษาการว่า ใช้สถานะนายกรัฐมนตรีทำกิจกรรมบริหารราชการแผ่นดิน มุ่งสู่ความได้เปรียบหรือคะแนนนิยมในการเลือกตั้ง ซึ่งข้อความเหล่านี้ปรากฏในเวปไซด์พรรคประชาธิปัตย์ น่าจะเข้าข่ายใส่ร้ายป้ายสีพรรคเพื่อไทยตามมาตรา 53 (5) ของพ.ร.บ.เลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว. มีโทษยุบพรรคและตัดสิทธิการเมืองของคณะกรรมการบริหารพรรค 5 ปี ดังนั้น ตนจะส่งเรื่องให้กกต.ตรวจสอบเพื่อยุบพรรคประชาธิปัตย์ โดยให้กกต.นำคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งในกรณีการแจกใบแดงนายการุณ โหสกุล อดีตส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย มาเทียบเคียง