
มวลมหา'ซาปา'ชน
19 ม.ค. 2557
มวลมหา'ซาปา'ชน : คอลัมน์เที่ยวนี้ขอเล่า : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง
จะกี่ปีผ่านไป ฮานอย (Hanoi) ก็ยังต้อนรับฉันด้วยฝูงมอเตอร์ไซค์ที่เหมือนผึ้งรังใหญ่เสมอ ใครแก่นแก้วเปรี้ยวซ่ากล้าพอ จะซ้อนมอเตอร์ไซค์มาจากสนามบินเลยยังได้
แต่เที่ยวนี้ข้าพเจ้าขอชิมรสชาติความหรูหราของฮานอยดูบ้าง นั่งชูคอบนพาหนะยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยูที่พาฝ่าฝูงมอเตอร์ไซค์ไปส่งถึงโรงแรมสุดหรูน้องใหม่ของฮานอยอย่างเจดับบลิว แมริออท ฮานอย (www.marriott.com)
เจดับบลิว แมริออท ฮานอยก็ปรนเปรอความสะดวกสบายมาให้อย่างเต็มเหนี่ยว ใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากเมืองเก่าอันแสนชุลมุน จะลองไปพักทางฝั่งศูนย์กลางธุรกิจ มีห้างสรรพสินค้าหรูๆ ให้เดินผึ่งแอร์ แนะว่าลองโฉบไปพักที่เจดับบลิว แมริออท ฮานอยดูบ้างก็ดีไม่น้อย
ฉันก็ทำแบบนั้นแหละ เป็นฮานอยเที่ยวที่แวะไปนั่งดูชาวเวียดนามพ.ศ.นี้ ก็พบว่า ในย่านศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ของฮานอยนั้น ถนนหนทางกว้างขวาง ห้างหรูผุดขึ้นกวาดผู้คนเข้าไปเดินแช่แอร์เย็นฉ่ำ แบรนด์เนมทุกยี่ห้อมาลงหลักปักฐานในฮานอย ได้ข่าวว่าคนเวียดนามกำลังเห่อเกาหลีอย่างแรง นอกจากจะตั้งชื่อลูกตามดาราเกาหลีแล้ว ท่วงทำนองของบทเพลงก็โหยหาอาวรณ์ซึ้งกินใจเหมือนเพลงกิมจิ อาภรณ์บนเรือนร่างหญิงสาวก็ละม้ายคล้ายสาวเกาหลีเข้าไปทุกที นั่นเป็นเหตุผลให้ห้างสัญชาติเกาหลีทยอยเข้ามาเปิดกวาดเงินด่องไปไม่น้อย
แต่น่าสนใจตรงที่คนมาห้าง แต่งตัวปิ๊งเชียว แต่ยังบิดมอเตอร์ไซค์ใส่หมวกกันน็อกมาจากบ้าน นั่นเป็นบทพิสูจน์ว่า มอเตอร์ไซค์กับคนเวียดนามนั้นผูกพันกันอย่างเหนียวแน่น ต่อให้มีรถไฟฟ้า หรือเกาหลีบุกเข้าไปแทรกในวิถีชีวิต ก็ไม่อาจพรากมอเตอร์ไซค์ไปจากชีวิตชาวเวียดนามได้ เรียกว่าเป็นอวัยวะชิ้นที่ 33 ก็ว่าได้
หอมปากหอมคอกับฮานอยเท่านั้น เพราะเที่ยวนี้มีนัดกับเพื่อนสนิทมิตรสหายอีก 2-3 คนที่จะบินมาสมทบ "มวลมหาซาปาชน" ไปตากหนาวที่ ซาปา (Sapa) ด้วยกัน
ที่จริงแค่ได้ยินชื่อของซาปาฉันก็ชิงหนาวไปล่วงหน้าก่อนแล้ว เพราะก่อนหน้าจะไปซาปาไม่กี่วัน ข่าวว่าเกิดมีหิมะตกในซาปาเป็นครั้งแรก ก่อนหน้านี้มีหิมะตกในเวียดนามก็จริง แต่ในซาปาไม่เคยมีหิมะเพราะอยู่บนระดับความสูงแค่ 1,500 เมตรเท่านั้น อย่างเก่งก็แค่มีแม่คะนิ้ง แต่อากาศคงแปรปรวนอย่างหนักจนเกิดหิมะในซาปา ทำเอานักท่องเที่ยวชาวเวียดนามแตกตื่นพากันแห่ขึ้นไปเที่ยวกันจนแน่นซาปาไปหมด
3 ทุ่มเป็นเวลาที่ม้าเหล็กเคลื่อนขบวน เวลานัดหมายของเราจึงอยู่ที่ 2 ทุ่มโดยประมาณ แต่นี่มัน 2 ทุ่มครึ่งแล้ว ยังไม่เห็นเงามิ่งมิตร จากยืนชิลๆ หนาวๆ อยู่หน้าสถานีรถไฟ เริ่มเปลี่ยนเป็นกระวนกระวาย มวนท้องเบาๆ ตั๋วรถไฟ 5 ใบอยู่ในมือข้าพเจ้าแบบมีเหงื่อซึมเล็กน้อยทั้งที่อุณหภูมิน่าจะหล่นมาแถวเลขตัวเดียวแล้ว
ขอบคุณเทคโนโลยีที่ทำให้การสื่อสารในโลกยุคนี้ง่ายดายขึ้น จิ้มลงในโทรศัพท์ประเดี๋ยวเดียวก็ได้ความว่า เราอยู่สถานีรถไฟฮานอยเหมือนกันนั่นแหละ แต่คนละฟาก
รถไฟเคลื่อนออกจากชานชาลาไปได้ซักพักแล้ว แต่อาการตื่นเต้นยังไม่คลายตัวดี ก็ต้องลุ้นกันอย่างเฉียดฉิวขนาดนี้ แถมเป็นรอบหลายปีที่ฉันจะได้หวนมาเที่ยวต่างประเทศกับก๊วนเพื่อนสนิทมิตรสหายอย่างครบแก๊ง
ค่ำนั้น จึงแทบไม่ได้สำรวจเตียงและห้องหับในรถไฟซักเท่าไหร่ เพราะเรื่องของเธอ เรื่องของฉัน เรื่องของพวกเรา เรื่องของชาวบ้าน ไปยันเรื่องการเมือง คือบทสนทนาอันเอร็ดอร่อย เมื่อบวกกับความคิดถึงที่ก่อตัวอยู่กลางรถไฟ ทำให้ค่ำคืนนั้นรถไฟโบกี้นี้เกือบถูกน้ำลายท่วม...
แค่หะแรกที่ย่างเท้าลงจากรถไฟ ลมหนาวของ ลาวไก (Lao Cai) ก็กรูกันเข้ามาตบตีใบหน้าอย่างไม่ลดราวาศอก
ไม่มีใครไปซาปาโดยเลยผ่านลาวไกไปได้ เว้นเสียแต่ว่าเมื่อไหร่ที่ซาปามีสนามบินนั่นแหละ คงไม่มีใครนั่งรถไฟมาลงที่ลาวไกแน่ เพราะรถไฟที่นี่เคลื่อนตัวแบบ 30-40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ป้ายของโรงแรม H’Mong Sapa Hotel (http://hmongsapahotel.com/ ) ปรากฏชื่อของฉันและมิ่งมิตรอยู่บนกระดาน พูดถึงเรื่องโรงแรมในซาปา จัดว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีโรงแรมให้เลือกเยอะมาก จนต้องใช้อโกดา(www.agoda.com) เป็นตัวช่วยเหมือนเคย กว่าจะมาลงเอยที่ H’Mong Sapa Hotel ก็คลิกกันเมื่อยเหมือนกัน
สำหรับนักเดินทางชาวไทย โรงแรมนี้จัดว่าเป็นที่พักยอดฮิตติดท็อปทรีของชาวขวานทองที่ไปเที่ยวซาปาก็ว่าได้ มากันจนคนที่โรงแรมนี้คุ้นกับคนไทยไปหมดแล้ว อาจจะเป็นเพราะเป็นเรือนพักที่มีระเบียงให้นั่งชมวิวทิวทัศน์อันแบบจุใจ แถมห้องพักตกแต่งอย่างน่ารักและน่าพัก มีทัวร์ไปเที่ยวตามจุดต่างๆ ของซาปา มีมอเตอร์ไซค์ให้เช่า และบริการฟรีไวไฟ ทั้งหมดนี้อยู่ในราคาที่ไม่ทำร้ายจิตใจ นั่นแหละเป็นเหตุผลที่ทำให้ที่นี่เป็นขวัญใจนักเดินทางชาวสยาม
คนมาเที่ยวที่นี่ ชอบไป หมู่บ้านกั๊ตกั๊ต (Cat Cat) กัน เพราะจะเดินไปหรือนั่งมอเตอร์ไซค์ก็แสนง่าย แต่เรามากันหลายคนเลยเช่ารถไปเที่ยว หมู่บ้านซินชัย (Sin Chai) กัน
รถยังโขยกเขยกไปบนทางลูกรังไม่ถึงหมู่บ้านซินชัย สารถีก็จอดแวะให้ดูขบวนผู้คนที่กำลังเคลื่อนอยู่บนถนน
พวกเขาไม่ใช่ม็อบนกหวีด ไม่ใช่ม็อบเสื้อแดงหรือเสื้อหลากสี แต่น่าจะเป็นม็อบเสื้อดำที่กำลังจะมุ่งหน้าไปที่ไหนซักแห่ง
สารถีกระซิบว่า ชาวม้งพวกนี้กำลังไปงานศพ เพราะมีผู้เฒ่าของหมู่บ้านเพิ่งสิ้นลม พูดยังไม่ทันขาดคำ ร่างไร้ลมหายใจของหญิงชราก็เคลื่อนผ่านรถของเราไป
ยังไม่ทันไร เมื่อไปถึงหมู่บ้านซินชัยก็อ้าแขนรับอาคันตุกะจากขวานทองด้วยความคึกคัก สืบสาวจากคนแถวนั้นได้ความว่า เขากำลังฉลองปีใหม่อยู่พอดี นาทีนี้จึงแทบไม่มีใครอยากขลุกอยู่ในบ้าน พวกเขาพากันออกมาดื่มเหล้าที่ต้มเอง ลานกลางหมู่บ้านริมนาข้าวถูกแปลงสภาพเป็นห้องครัว เด็กเล็กพากันออกมากระโดดโลดเต้นอย่างสนุกสนาน และแน่นอนว่าคนเมาเดินกันให้เกลื่อนหมู่บ้านเลย
ก็ถือว่าเป็นโชคดีของพวกเรา เพราะในวันปกติหมู่บ้านซินชัยคงจะอยู่กันอย่างเงียบเชียบกว่านี้
จากหมู่บ้านซินชัย มวลมหาซาปาชนก็เคลื่อนบวนไปหา น้ำตกเลิฟ เพื่อนผู้แบกน้ำหนักตัวเกินกว่าอายุไว้เท่าตัวทำท่าทีอิดออด เมื่อรู้ว่าต้องเดินเท้าเข้าน้ำตกและขึ้นเขากว่า 2 กิโลเมตร แต่ด้วยแรงเชียร์ แรงยุ แรงกดดัน แรงหลอกล่อของเหล่ามิ่งมิตร นางจึงแบกน้ำหนักไปสบตากับน้ำตกเลิฟได้สำเร็จ สวยสมราคายุจริงๆ
ขากลับผ่านน้ำตกซิลเวอร์ มวลมหาซาปาชนไม่ได้แวะ เราวงแตกแยกทางกันกลางเมือง ฝ่ายหนึ่งไปชมตลาดซาปา พวกหนึ่งไปนั่งแทะเกาลัดริมทะเลสาบกลางเมือง บางคนแบกร่างกลับไปเอนหลังที่เรือนพัก
คิดต่าง ความชอบต่าง สุดท้ายค่ำนั้นมวลมหาซาปาชนกลับมารวมตัวกันปาร์ตี้ปิ้งย่างกลางซาปากันอย่างเมามัน
.....................
(มวลมหา'ซาปา'ชน : คอลัมน์เที่ยวนี้ขอเล่า : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง)



