
ระบบ 2B2C มาแรงปี 57
19 ม.ค. 2557
ระบบ 2B2C มาแรงปี 57 ผลมาจากการใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์กที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคทีวีดิจิตอล
บริษัท ฮิตาชิ ดาต้า ซิสเต็มส์ พีทีอี ลิมิเต็ด (เอชดีเอส) ชี้แนวโน้มปี 2557 2B2C คือ ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) การสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity) โครงสร้างพื้นฐานไอทีแบบบูรณาการ (Converged Infrastructure) และการเพิ่มความคล่องตัวในการทำงานร่วมกัน (Collaboration and Mobility) มาแรง เนื่องจากการใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์กที่เพิ่มขึ้นและการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคทีวีดิจิตอล ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการลงทุนด้านสตอเรจและการจัดการข้อมูลเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจด้านโทรคมนาคมที่ต้องรองรับการเติบโตของข้อมูล รวมถึงภาครัฐที่ต้องลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานให้สอดคล้องกับภาคธุรกิจ
นายมารุต มณีสถิตย์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท ฮิตาชิ ดาต้า ซิสเต็มส์ พีทีอี ลิมิเต็ด เปิดเผยว่า ในปี 2557 นี้ แนวโน้มเรื่อง 2B2C จะมาแรง เนื่องจากมีการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์ก ทำให้บริษัทที่มีบริการด้านการทำโซเชียลเน็ตเวิร์ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจโทรคมนาคม ที่จำเป็นต้องลงทุนด้านสตอเรจและการจัดการข้อมูลเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตของข้อมูล รวมทั้งยังมีความร่วมมือระหว่างธุรกิจโทรคมนาคมไปสู่ธุรกิจอื่นๆ เช่น ธุรกิจธนาคาร เกิดบริการโมบายแบงกิ้ง บริการซื้อขายหุ้นทางมือถือ รวมถึงบริการประกันภัยต่างๆ ซึ่งก่อให้เกิดการเติบโตของข้อมูลสูงมาก ขณะที่ภาครัฐเองจะต้องเติบโตตามตลาดไปด้วยเพื่อรองรับโครงสร้างพื้นฐานให้สอดคล้องควบคู่ไปกับภาคธุรกิจ ทั้งนี้ตลาดโทรคมนาคมและภาครัฐเป็นลูกค้าหลักของฮิตาชิ ในขณะที่ภาคการเงินการธนาคารและประกันภัย เป็นส่วนที่ฮิตาชิจะบุกเข้าไปแข่งขันด้วยในอนาคต
นอกจากนี้จะเกิดธุรกิจใหม่ที่ต้องมีการลงทุนด้านไอทีและสตอเรจสูงแน่นอน คือ มีเดีย เอนเตอร์เทนเมนต์ โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคทีวีดิจิตอล ธุรกิจนี้ต้องการระบบคอมพิวเตอร์และสตอเรจอย่างมหาศาล ซึ่งเป็นแนวโน้มของประเทศไทย รวมถึงในภูมิภาคนี้ เมื่อมีการกระจายภาพและเสียงไปทั่วประเทศแล้ว ธุรกิจโทรคมนาคมจะถูกใช้เป็นโครงข่ายในการรับส่งข้อมูลระหว่างสาขา จึงต้องเกิดการขยายตัวตาม สุดท้ายภาครัฐจะตามมาเพื่อรองรับโครงสร้างพื้นฐาน ดังนั้นความต้องการใช้งานสตอเรจเพิ่มขึ้นแน่นอน
โดยทิศทางการทำธุรกิจของฮิตาชิ ดาต้า ซิสเต็มส์ ในปี 2557 นี้ จะมุ่งเน้นใน 4 โซลูชั่นในเรื่องของ 2B2C นี้เป็นหลัก เพื่อตอบสนองความต้องการของธุรกิจได้แก่
1.ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เป็นแนวโน้มสำคัญ ซึ่งถือว่าเติบโตอย่างรวดเร็วมาก แต่จัดการไม่ง่าย จำเป็นต้องมีโซลูชั่นมาสนับสนุนสำหรับงานประมวลผลข้อมูลมหาศาล โดยอาศัยพื้นฐานอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์แบบแพลตฟอร์มเดียว ทำงานสอดคล้องกับซอฟต์แวร์พื้นฐานส่วนการวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานไอทีแบบบูรณาการ (Converged Platform) และระบบบริหารการจัดเก็บทั้งข้อมูลแบบกึ่งโครงสร้างและไม่มีโครงสร้าง
2.การสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity) ที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินการต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยมีความต้องการมาก เนื่องจากความไม่มั่นคงทางการเมืองที่อาจส่งผลต่อโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งปัญหาภัยธรรมชาติ องค์กรควรคำนึงถึงตั้งแต่ การบริหารการจัดเก็บ สำรองข้อมูล เรียกข้อมูล เพื่อกู้คืนเมื่อเสียหาย และการใช้เทคโนโลยีลดพื้นที่ในการจัดเก็บ และสำรองใกล้เคียงเรียลไทม์ รวมถึงการป้องกันข้อมูลจากภายในระบบสตอเรจ การทำสำเนาเสมือนไปยังศูนย์สำรองข้อมูล
3.โครงสร้างพื้นฐานไอทีแบบบูรณาการ (Converged Infrastructure) แพลตฟอร์มที่รวมระบบเซิร์ฟเวอร์ ระบบสตอเรจ และระบบเครือข่าย เข้าด้วยกัน พร้อมซอฟต์แวร์ในการบริหารจัดการ ช่วยให้การติดตั้งและระบบงานทางไอทีเป็นได้อย่างรวดเร็ว ทำให้สามารถตอบสนองความต้องการทางเชิงธุรกิจได้เร็วกว่าการใช้งานแบบเดิม
และ4.การเพิ่มความคล่องตัวในการทำงานร่วมกัน (Collaboration and Mobility) ช่วยสนับสนุนการทำงานในทุกที่ทุกเวลา ทั้งจากอุปกรณ์โน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ มือถือ และการทำงานต่างสาขา อาทิ เทคโนโลยีแอพพลิเคชั่นเสมือน (Virtual Application - VAI) เดสก์ท็อปเสมือน (Virtual Desktop -VDI) รวมถึงHitachi Data Ingestor(HDI) ที่ช่วยเข้ามาบริหารข้อมูลระหว่างหลากหลายสาขาและส่วนกลางได้อย่างรวดเร็ว และ HCPAnywhere ที่เป็นสตอเรจแบบคลาวด์ส่วนตัวที่สามารถแชร์ข้อมูลกันภายในองค์กรได้อย่างปลอดภัย ลักษณะการทำงานคล้าย ดร็อปบ็อกซ์ ที่สามารถทำการย้ายข้อมูลได้ทันที



