ไลฟ์สไตล์

ขี่จักรยานชมเมือง แบบสถาปนิกหนุ่ม

ขี่จักรยานชมเมือง แบบสถาปนิกหนุ่ม

18 ม.ค. 2557

ขี่จักรยานชมเมือง แบบสถาปนิกหนุ่ม : คอลัมน์คุยนอกกรอบ : โดย...สินีพร มฤคพิทักษ์

                    เพราะหลงรักการปั่นจักรยานมาตั้งแต่เป็นนักศึกษาอยู่ในนิวยอร์ก ครั้นกลับมาทำงานที่เมืองไทย ชุตยาเวศ สินธุพันธุ์ สถาปนิกบริษัท ไซต์ สเปซิฟิก อาจารย์พิเศษด้านสถาปัตยกรรม และนักวิจัยด้านสถาปัตยกรรมและผังเมือง ก็ยังใช้จักรยานเป็นพาหนะคู่ใจ
 
                    ในฐานะสถาปนิกผู้ชมชอบชีวิตเมือง เขากำลังทำงานวิจัยส่วนตัวชื่อ Tropical City Bike การออกแบบเลนสำหรับขี่จักรยาน 
 
                    ล่าสุด ชุตยาเวศ ได้ร่วมกับเพื่อน เปิด บริษัท โตเกียวไบค์ (ประเทศไทย) จำกัด นำเข้าจักรยานแบรนด์ "โตเกียวไบค์" จากญี่ปุ่น ที่เขาเห็นว่าเหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักปั่นในเมืองหลวง 
 
                    ระหว่างใช้ชีวิตในเมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ในปี 1993-2006 เพื่อศึกษาระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และทำงานอยู่ที่นั่นพักหนึ่ง ชุตยาเวศใช้จักรยานเป็นพาหนะประจำตัว ทั้งที่ในสมัยนั้นแทบไม่มีเลนจักรยานเลย ทว่า ปัจจุบันนิวยอร์กกลับเป็นเมืองที่มีเลนจักรยานเป็นเปอร์เซ็นต์เพิ่มสูงสุดในโลก เหตุผลคือ เมเยอร์ บลูมเบิร์ก นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก ให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านนี้มาก 
 
                    "นิวยอร์ก็ใช้เวลา 20 ปี ถึงจะได้มา รัฐบาลถึงได้มามองมากขึ้น อัมสเตอร์ดัม โคเปนเฮเกน ก็ไม่ได้เลนจักรยานมาง่ายๆ ขึ้นกับการเรียกร้องของประชาชน"
 
                    กลับมาทำงานที่กรุงเทพฯ เมื่อสิบปีก่อน เขายังเลือกที่จะใช้จักรยานในการเดินทาง  
 
                    "ตอนนั้นคนยังไม่ค่อยใช้กันเท่าไร มีแต่แม่บ้านกับพนักงานรักษาความปลอดภัย ผมขี่จักรยานจากออฟฟิศวงเวียน 22 กรกฎา ไปบางลำภู ขี่ไปกินอาหารกลางวัน ผมคิดว่ามันใกล้ (หัวเราะ) คนรู้สึกว่าประหลาด แต่เราเห็นว่ามันสำคัญ การใช้จักรยานในเมือง เราเป็นสถาปนิก ชอบเมือง อยากสนับสนุนการใช้จักรยานในเมือง พยายามลองดูว่า ทำยังไงคนจะหันมาใช้จักรยานในเมืองได้ ตอนนี้มีเทรนด์ขี่ในลักษณะสปอร์ต หรือแนวท่องเที่ยวมากกว่า แต่ผมคิดว่าทำไงให้คนขี่จักรยานในเมืองให้ได้ จึงลองทำงานวิจัยออกแบบเลนจักรยานว่าในเมืองต้องทำยังไง โดยพยายามขอแกรนท์จากยูเอ็น ทำไงให้คนขี่แล้วไม่ร้อน (จากแสงแดด) อีกส่วนที่พิจารณาคือ เรามีอีควิปเมนต์ในการขี่จักรยานในเมืองที่เหมาะสมหรือยัง"
 
                    นั่นเป็นเหตุให้เขาเปิดร้านขายจักรยาน โดยมาลงตัวที่โตเกียวไบค์ ซึ่งมีคอนเซ็ปต์ที่โดนใจคือ โตเกียว สโลว์ ความหมายคือ ขี่ช้าๆ หลังตรง ชมเมือง 
 
                    "คอนเซ็ปต์เขาคือโตเกียวสโลว์ ปกติคนญี่ปุ่นต้องเร่งรีบ และท่าในการขี่ก็เหมาะกับการขี่ในเมือง คนขี่จักรยานสามารถมองสิ่งต่างๆ รอบตัวได้ เหมาะสม ไม่เหมือนการใช้จักรยานเสือหมอบที่ต้องก้มมากๆ เวลาขี่ คิดว่าโตเกียวไบค์เป็นสิ่งที่เหมาะสม ก็พยายามติดต่อเอาตัวนี้เข้ามา"
 
                    เลนจักรยานควรมีหน้าตาเป็นเช่นไร ทำไมต้องโตเกียวไบค์ และว่าที่ชุมชนใหม่ของนักปั่นเป็นเช่นไร ลองไปฟังพร้อมๆ กัน
 
 
 
 
0 ชีวิตส่วนตัวปั่นจักรยานไปทำงาน
 
                    ไม่ครับ ต้องยอมรับว่ายังใช้รถยนต์อยู่ ไม่ใช้จักรยานร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะทำไม่ได้ แต่พยายามใช้จักรยานทดแทนให้มากสุด
 
 
 
0 คนยังมองแปลกๆ ไหมแต่งกายชุดไปทำงาน แต่ขี่จักรยาน
 
                    (หัวเราะ) ผมก็แต่งยังงั้นแหละครับ ผมคิดว่าการแต่งตัวในเมืองไม่ต้องใส่ชุดขี่จักรยาน สิ่งสำคัญคือเลนต้องไม่ร้อน จะออกแบบสำหรับเมืองในพื้นที่เขตร้อนเท่านั้น เช่น กทม. จาการ์ตา มิลาน จะใช้ต้นไม้ยังไง ออกแบบหลังคายังไงที่ทำให้เกิดลม...
 
 
 
0 บนถนนรถยนต์ไม่เป็นมิตรกับจักรยานเท่าไร
 
 
                    มีหลายความคิด อย่างผมขี่วันละ 22 กม. ถือว่าเป็นเรื่องปกติ (หัวเราะ) แต่บางคนบอกมันอาจเยอะเกินไป ผมพยายามให้จักรยานเป็นการใช้งานทางคมนาคมขนส่งจริงๆ ผมใช้จักรยานต่อบีทีเอสและค่อยมาขี่จักรยานต่อ การทำต้องมองภาพรวม การออกแบบเลนจักรยานสำคัญแน่นอน ขนาดลอนดอนยังออกแบบซูเปอร์ไฮเวย์ เพิ่งเผยแบบเมื่อสองอาทิตย์เอง
 
                    ปัจจุบัน กทม.เอาเลนจักรยานชิดซ้ายไว้ ความรู้สึกเราคือรถช้าต้องชิดซ้าย ปัญหาที่เกิดขึ้นคือรถจอดก็จอดตรงนั้น คนลงจากรถเมล์ แท็กซี่ ก็ลงซ้ายหมด เกิดปัญหาครอสแทรฟฟิกเยอะมาก ผมคิดว่าจักรยานต้องมาอยู่ฝั่งขวา เลนจักรยานอาจต้องพัฒนาเป็นเกาะกลางถนนแบบใหม่ แทนที่จะเป็นเกาะว่างปลูกต้นไม้ เอามาใช้เป็นเลนจักรยานเลยได้ไหม ผมเรียกว่า ไบซิเคิล ซูเปอร์ไฮเวย์  
 
 
 
0 ไม่ได้มองพื้นที่ฟุตบาทแล้ว
 
                    ครับ เราต้องมองสภาพถนนแบบใหม่เลย คนจะเข้าออกเลนจักรยานในฐานะ เข้าออกเพื่ออยู่ในเลนจักรยาน ติดไฟเหมือนคนอื่น มีเลนพิเศษให้ คุณไม่ต้องไปยุ่งกับรถยนต์ หรือแม่ค้าขายของ
 
 
 
 
0 ในแง่ความปลอดภัย คนขี่ต้องใส่ชุดสะท้อนแสง รถจักรยานต้องมีไฟ
 
                    ไฟนี่สำคัญ แต่ชุดสะท้อนแสง ถ้าในที่สุดคุณอยู่ในเลนจักรยาน แค่ไฟก็น่าจะพอแล้ว  สำหรับผมสิ่งสำคัญที่จะวัดความเจริญของเมืองไม่ใช่ว่าทุกคนมีรถ แต่ดูว่าระบบการขนส่งของคนดีแค่ไหน เมืองที่คนใช้จักรยานมาก คือเมืองที่เจริญแล้ว ระบบขนส่งดีๆ คนใช้จักรยาน อย่างนิวยอร์กน่าทึ่งมาก สมัยผมอยู่ปี 2539-2546 แทบไม่มีเลนจักรยาน ตั้งแต่กลับมาเริ่มมีการพัฒนา...
  
 
 
 
0 จุดเด่นของโตเกียวไบค์
 
                    เหมือนเมาเท่นไบค์ๆ ออกแบบสำหรับขี่บนภูเขา โตเกียวไบค์ใช้ขี่ในเมืองโตเกียว ซึ่งมีเนินมากพอควร ไม่สูงมากนัก สูงประมาณสะพานพระราม 3 ออกแบบให้มี 7-9 เกียร์ (ไม่ใช่ 28 หรือ 30 เกียร์แบบเสือหมอบ) พอสำหรับขี่ในเมือง ขึ้นสะพาน ขึ้นเนินได้สบาย ท่าขี่คนขี่นั่งแนวตั้ง ตัวตรง ทัศนียภาพในการขับขี่ดี มองเห็นได้ว่ามีรถอะไรสวนมา ไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมา หากเทียบกับการขี่เสือหมอบในเมือง ต้องเงยหน้ามองทาง สรีระเสีย ปวดหลัง ปวดคอ ขนาดล้อเล็กกว่าเสือหมอบ 50 มิลลิเมตร ล้อเล็กมีข้อดีคือทำให้ออกตัวง่าย ใช้แรงน้อยกว่า ยางใหญ่ออกแบบให้ออกตัวครั้งเดียวขี่ไปนานๆ ยางเล็กให้ออกตัวแล้วหยุดๆ หากล้อเล็กมากไป ใช้รอบขาสูงในการปั่น 
 
 
 
0 ก่อนเปิดร้าน ได้ทำวิจัยตลาดว่าคนเมืองต้องการจักรยานลักษณะนี้
 
                    จักรยานเออร์บานไบค์ในไทย มีเข้ามาแต่ราคาสูงพอสมควร จักรยานคุณภาพดี ราคาปานกลางไม่ค่อยมี โตเกียวไบค์เคยเข้ามาในไทย แต่ราคาสูงมาก ตอนนี้เราดีลเองกับบริษัทที่ญี่ปุ่นโดยตรง ทำราคาได้มาก รถยี่ห้อนี้ออกแบบสำหรับขี่ในเมืองที่ราคาไม่แพงนัก เราทำมาร์เก็ตติ้ง รีเสิร์ช กรุ๊ป สตัดดี้ ดูว่าตลาดในไทยมีจริงหรือเปล่า ร้านเพิ่งเปิดได้หนึ่งเดือน พิสูจน์ได้ว่าตลาดมีจริง 
 
 
 
0 ฟีดแบ็กที่ว่าดี พิจารณาจากยอดขายหรือคนเข้าร้าน
 
 
                    เมื่อก่อนแถบนี้มีร้านจักรยานไฮเอนด์ ตอนนี้ย้ายไปแล้ว พอเรามาเปิดกลายเป็นร้านเดียวในซอยอารีย์ เรารับซ่อมจักรยานทุกยี่ห้อ ช่วงแรกไม่คิดค่าแรง อีกหน่อยคงต้องคิด (แต่คิดค่าอะไหล่) ที่มันสนุกคือคนเข้ามานั่งคุยเฮฮากันตลอดเวลา ขนาดว่าตอนนี้เราไม่มีน้ำ หรืออาหารขาย คิดว่าพอมีน้ำ อาหารขาย คงมีความเป็นชุมชนขึ้นมาอีก เป็นชุมชนที่สร้างสรรค์พอสมควร เพราไม่ใช่การนั่งในบาร์เพื่อดื่มเหล้า...ตอนแรกเรา
 
                    ตอนแรกไม่คิดว่าจะมีความเป็นชุมชนเยอะขนาดนี้ คนแถวนั้นไม่ว่าไทย ฝรั่ง เข้ามาคุยที่ร้านตลอดเวลา บางคนขี่จักรยานเพื่อแวะเอาขนมมาให้ ทั้งที่เราไม่ใช่คนแถวนั้น ผมคิดว่าเป็นชุมชนที่อบอุ่นมาก 
 
 
 
 
๐ ยอดเฉลี่ยคนเข้าร้านต่อวัน
 
 
                    เสาร์-อาทิตย์น่าจะมีคนมาลองจักรยาน 40 คนต่อวัน วันธรรมดาช่วงเย็นๆ 20-30 คน รู้จักจากเฟซบุ๊ก และสื่อต่างๆ ทางบริษัทที่ญี่ปุ่นมาดูงานยังทึ่ง บอกว่าคนไทยรู้จักจักรยานยี่ห้อนี้มากกว่าในญี่ปุ่นเอง เขาเซอร์ไพรส์มากกว่าคนไทยไปร้านที่ญี่ปุ่นเยอะมาก ถ้าไม่นับคนญี่ปุ่นเอง แทบจะมีคนไทยไปอย่างเดียว ในญี่ปุ่นไม่ถือว่าเป็นแบรนด์ใหญ่ เขาขายปีละ 6,000 คัน ในไทยคิดว่าน่าจะขายได้ปีละ 1,200 คัน ญี่ปุ่นคิดว่าไทยจะเป็นตลาดอินเตอร์ที่ใหญ่ที่สุด แถวนี้มีตัวแทนขายที่อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ไทย นอกนั้นอยู่ทางยุโรป เช่น อัมสเตอร์ดัม เบลเยียม อังกฤษ เบอร์ลิน และกำลังจะเปิดที่มิลาน นิวยอร์ก
 
 
 
 
0 มีบริการให้ลองขี่หรือเช่าไปลองที่บ้านด้วย
 
                    เรามีรถจักรยานให้ลองขี่ทุกขนาด ทุกรุ่น ตอนนี้มีแค่เซตเดียว แต่ต่อไปจะมากขึ้น อยากให้ลองขี่ ปกติคนลองครึ่งชั่วโมง ถ้าเวลาสั้นไปจะเช่ารถกลับไปขี่ที่บ้านก็ได้วันละ 500 บาท หากซื้อและไม่รู้ว่าจะเอากลับยังไง ใส่รถยนต์ได้ไหม บางคนนั่งรถไฟฟ้ามา บริการที่เรามีคือจะมีคนในทีมขี่ไปส่งคุณกลับถึงบ้าน ขี่ไปด้วยกัน เช่น บ้านคุณอยู่บางกะปิก็ขี่ไปกับคุณถึงบางกะปิ แม้กระทั่งลองจักรยาน หากไม่กล้าขี่ออกถนนคนเดียว เราก็ไปด้วยได้ เรามีบริการประหลาดๆ นิดหน่อย อยากสร้างประสบการณ์ให้ 
 
                    หลายคนเป็นดีลเลอร์ไม่มีรถให้ลอง แต่เราเป็นตัวแทนจำหน่ายมีรถให้ลอง สร้างประสบการณ์ว่า การซื้อจักรยานเป็นเรื่องง่าย ถ้าไลฟ์สไตล์การขี่ต่างกัน บางทีเพื่อนขี่เสือหมอบ พยายามแนะนำทางที่เขารู้ เราบอกให้ตัดสินใจเองดีกว่า ให้ลองขี่ไปนั่งกินกาแฟที่อื่นและนำกลับมาคืนก็ได้เราไม่ว่าเลย...
 
                    รถจักรยานสีสวยมาก ขี่ไปแล้วคนจะมองเพราะรถสีสวย (หัวเราะ)...เราเน้นสไตล์คนเมือง นอกจากนี้ในร้านยังมีบริการสินค้าสำหรับคนเมือง ที่คิดว่าคนเมืองสนใจ เป็นศูนย์รวมไลฟ์สไตล์คนเมือง เช่น สบู่ออแกนิกส์ เราอยากให้มีตลาดเกษตรอินทรีย์อาทิตย์ละวัน (ร้านอยู่ตรงข้ามสำนักงานเขตพญาไท) เป็นประโยชน์ของชุมชนตรงนั้น อีกหน่อยจะมีกาแฟออแกนิกส์ขาย จะมีตู้หนังสือเอาตู้เย็นเก่ามาใส่หนังสือไว้ให้คุณยืม ถ้าเอามาคืนเราจะดีใจ หรือใครจะเอาหนังสือมาบริจาคก็จะดีใจมาก เป็นเซอร์วิสให้แก่ชุมชนแถบนั้น พี่วินมอเตอร์ไซค์จะได้มีหนังสืออ่าน เราอยากให้มีกิจกรรมทั้งปี จะเริ่มภายในเดือนสองเดือนนี้ คนที่เอาของมาขายไม่เสียค่าเช่า
 
 
............................
 
(ขี่จักรยานชมเมือง แบบสถาปนิกหนุ่ม : คอลัมน์คุยนอกกรอบ : โดย...สินีพร มฤคพิทักษ์)