
ธรรมะรถเมล์
ข้าพเจ้าขอโอกาสใช้เวลาโดยสารรถเมล์สาย ๑๕๖ ขณะเดินทางไปออกโทรทัศน์ทางไททีวี เขียนบันทึกความปรารถนาดี ส่งมาถึงท่านทั้งหลายเพื่อแบ่งปันสิ่งดีๆ ในชีวิต จากการออกเดินธุดงค์กลางเมืองกรุงสลับการนั่งรถเมล์สัมผัสชีวิตเพื่อนมนุษย์ทั้งหลายชายหญิงทั้งในและนอกรถเมล์น
แม้ข้าพเจ้าจะได้รับความสะดวกสบายดีในการเดินทางโดยรถยนต์ของมูลนิธิเพื่อนช่วยเพื่อน แต่ข้าพเจ้าก็มักหาโอกาสมาแสวงหาความเป็นอิสระเสรีจากรถยนต์บริการประจำเป็นอาจิณ ด้วยว่าชีวิตในรถเมล์เป็นชีวิตแห่งการเรียนรู้ของจริงจากผู้คนต่างๆ
อาทิเช่นวันนี้ ข้าพเจ้าและบุรุษผู้เดินตามสองคนยืนรอรถเมล์สาย ๑๕๖ อยู่นาน ระหว่างรอเกิดความคิดว่าจะขึ้นรถเมล์สายอื่นที่ผ่านไปบริเวณใกล้เคียงกัน แต่ก็รอจนได้เวลาขึ้นรถ ความใจเย็นเป็นผู้รู้จักรอคอยคือสิ่งที่รถเมล์มอบเป็นของขวัญตอบแทนให้แก่ผู้โดยสารรถเมล์ โดยที่ผู้โดยสารรถยนต์ส่วนตัวมักไม่ค่อยได้ลิ้มลองรสชาติแห่งการรอคอยที่อร่อยใจแบบผู้โดยสารรถเมล์ เมื่อขึ้นรถเมล์ได้แล้ว ก็เล็งแลไปยังเก้าอี้สำรองของพระภิกษุที่ข้าพเจ้ามักใช้นั่งเป็นประจำ คราวนี้มีเด็กหญิงสองคนนั่งอยู่ โดยปกติกระเป๋ารถเมล์จะบอกให้คนลุกเพื่อให้พระนั่ง แต่คราวนี้ไม่เป็นเช่นนั้น จึงเดินโหนรถเมล์จากประตูทางขึ้นด้านหน้าไปจนถึงเบาะหลังสุด พบชายหนุ่มคนหนึ่งทักทายข้าพเจ้าด้วยการเรียกขานอย่างคุ้นเคย และมีใบหน้ายิ้มแย้มเป็นอย่างยิ่ง การสนทนาธรรมบนรถเมล์ก็เกิดขึ้น
ชายหนุ่มวัย ๔๕ ปีคนนั้นถามว่าฉันทะกับศรัทธาแตกต่างกันอย่างไร ก็ตอบไปตามสมควร ชายหนุ่มตั้งประเด็นเรื่องการปลูกต้นไม้ซึ่งเป็นการพัฒนา แต่มีวินัยบัญญัติมิให้พระขุดดิน ไม่ให้ปลูกต้นไม้ รวมไปถึงพระผู้ทำงานเกี่ยวข้องกับกลุ่มออมทรัพย์จะผิดในฐานที่เกี่ยวข้องกับเงินหรือไม่ แม้กระทั่งพระทำงานสังคมสงเคราะห์เหมาะควรแค่ไหน ข้าพเจ้าก็ตอบตามที่เคยตอบ เน้นว่าพระควรเป็นหลักทางจิตวิญญาณให้แก่ญาติโยมมากกว่าการลงไปในรายละเอียดแบบเดียวกับฆราวาส ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลงมือปลูกต้นไม้ บริหารจัดการเงินทอง และงานเลี้ยงปากเลี้ยงท้องชาวบ้านไม่ใช่เรื่องของพระ
แม้มีเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างดีใช้งาน แต่ข้าพเจ้าก็เลือกที่จะมีชีวิตเป็นอิสระจากการใช้คอมพิวเตอร์ ด้วยการเขียนโดยใช้กระดาษ ปากกา และดินสอ พึ่งพาคอมฯเฉพาะในกรณีจำเป็นชนิดหลีกเลี่ยงมิได้ เป็นการอำนวยความสะดวกในการทำงาน แต่จะไม่ยอมให้เครื่องเทคโนโลยีเป็นตัวการบั่นทอนศักยภาพภายในของมนุษย์โดยเด็ดขาด เช่นเดียวกับการออกนั่งรถเมล์แทนการใช้รถยนต์ประจำ ณ วันนี้และวันไหนๆ ก็เป็นการประกาศอิสรภาพอีกนัยหนึ่งด้วย
ท่านจันทร์
www.prajan.com



