ไลฟ์สไตล์

'การปฏิรูปบ้านไม่บาน'ได้เริ่มแล้ว ณ ทุ่งหนองเหียง

'การปฏิรูปบ้านไม่บาน'ได้เริ่มแล้ว ณ ทุ่งหนองเหียง

18 ม.ค. 2557

'การปฏิรูปบ้านไม่บาน'ได้เริ่มแล้ว ณ ทุ่งหนองเหียง : คอลัมน์ บ้านไม่บาน โดย... อาจารย์เชี่ยว



    
          สวัสดีครับแฟนๆ ชาว “บ้านไม่บาน” ในขณะที่สังคมไทยกำลังแสวงหาความสมดุลในวิถีความคิดทางการเมืองถึงขนาดต้องปิด “กรุงเทพฯ” เพื่อ “การปฏิรูป” ก็ยากที่จะคาดเดาถึงผลกระทบที่จะตามมาว่าจะหนักหนาสาหัสแค่ไหน สุดท้ายแล้วจะลงเอยกันอย่างไร แต่ผมยังเชื่อมั่นว่าคงจะสามารถหา “ความเหมือนบนความแตกต่าง” ได้ในเร็ววัน แต่ต้องทำใจเหมือนกัน เพราะปัญหาเรื่องความขัดแย้งโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางความคิดได้ครุกรุ่นกันมานาน รอเวลาที่จะระเบิด หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีชัยชนะก็ย่อมไม่ใช่ชัยชนะที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ไม่ช้าหรือเร็วอีกฝ่ายหนึ่งที่แพ้พ่ายในยกนี้ก็ต้องออกมาเต็มท้องถนนกันอีกรอบ   
    
          ถ้ามองอย่างใจเป็นกลางก็ถือว่าเป็นพัฒนาการขึ้นอีกขั้นหนึ่งของระบอบ “ประชาธิปไตยแบบไทย” ที่ผู้คนมีความตื่นตัวทางการเมืองมากขึ้น ต่อไปใครจะเป็นรัฐบาลจะคิดฉ้อฉลหรือวางกลโกงแบบ “ศรีธนญชัย” คงทำได้ยากลำบากมากยิ่งขึ้น  เพราะจะถูกจับตามองจากหลายฝ่ายอย่างจริงจัง (โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากฝ่ายตรงข้าม) และมีการตรวจสอบในทุกมิติ
    
          ในขณะที่การต่อสู้ทาง “การเมือง” ได้เริ่มกระบวนการ “ปฏิรูป” ดังนั้น ทาง“การบ้าน” ต้องเข้าสู่กระบวนการ “ปฏิรูป” เช่นกัน ในสัปดาห์นี้ผมขอนำเสนอ “บ้านไม่บาน” ของชาว “คนรักบ้าน” ที่เป็นรูปแบบที่ผมเชื่อว่าน่าจะได้รับการนิยมอย่างสูง เพราะ “บ้านไม่บาน” ลักษณะนี้สามารถปลูกสร้างได้ง่าย มีราคาสุดประหยัด   สามารถใช้แรงงานท้องถิ่นหรือช่างรับเหมาหน้าปากซอยสร้างได้ เผลอๆ หากงบประมาณมีจำกัดจริงๆ เจ้าของก็ยังต้องลงมือกับเขาด้วย ผมมักจะพูดเสมอครับว่าการออกแบบ “บ้านไม่บาน” ในสไตล์ “อกาลิโก+ ไฮโซ+โลว์คอส” แบบนี้นั้นทำได้ยาก เพราะจะทำให้บ้าน สวยทน สวยทาน สวยนาน สวยอย่างประหยัด สวยแบบดูดีมีชาติตระกูล นั้น ทำได้ยากกว่าสวยที่มีราคาสูงในสไตล์ “ไฮโซ+ไฮคอส” ใช้วัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้างที่มีราคาแพงๆ
    
          “บ้านไม่บาน” ที่ผมได้นำเสนอแนวคิดในสัปดาห์นี้ เป็นโครงการจริงที่กำลังจะก่อสร้างขึ้นจริงครับ เพราะมีแฟนๆ ชาว “คนรักบ้าน” ที่ “ทุ่งหนองเหียง” ได้ติดต่อเข้ามาให้ออกแบบ “บ้านไม่บาน” ขนาด 3 ห้องนอน  2 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ที่เตรียมอาหารและทานอาหาร และ 1 ห้องนั่งเล่น พร้อมกับที่จอดรถในร่ม 1 คัน พอออกแบบเสร็จก็รู้สึกภูมิใจลึกๆ ครับ เพราะนานๆ ที จะได้มีโอกาสออกแบบ “บ้านไม่บาน” สำหรับคนส่วนใหญ่ของประเทศ  ซึ่งบรรดาคนเดินดินกินข้าวแกงเหล่านี้แหละที่มีจำนวนนับล้านครอบครัวกระจายไปทั่วทุกภูมิภาค จะเรียกว่าคนเหล่านี้เป็นชุมชน “ชายขอบ” ที่มักจะถูกลืม ไม่ได้เป็นผู้รากมากดีที่อาศัยอยู่ในตัวเมือง ไม่ได้มีโอกาสเข้ามาร่วมการ “ปฏิรูปการเมือง” ใน “กรุงเทพฯ” เพราะต้องทำมาหากิน ปากกัดตีนถีบ เป็นประเภท “เบี้ยน้อยหอยน้อย” คือ มีทุนทรัพย์จำกัดอย่างแท้จริง  และมิหนำซ้ำยังเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติ  เพราะอยู่ที่ฐาน “ปิรามิด”  ที่ใครๆ  มักจะมองข้ามความสำคัญ
    
          ผมได้พูดไว้ตั้งแต่ต้นปีแล้วครับ ว่าในการ “ปฏิรูป” ของสังคมไทยนั้น แท้จริงแล้วจำเป็นต้อง “ปฏิรูป” ไปทุกภาคส่วน ไม่เพียงเฉพาะ “การเมือง” แท้จริงแล้ว “การบ้าน” ก็จำเป็นต้อง “ปฏิรูป” เช่นกัน เพื่อการ “กินดีอยู่ดี”  รวมไปถึงการ “ปฏิรูป” วงการศึกษา,วงการตุลาการ, วงการทหาร,  ตำรวจ, บรรดาพ่อค้าวาณิช ฯลฯ  ไล่กันไปก็แทบจะทุกวงการครับที่ต้องการการ “ปฏิรูป” อย่างเร่งด่วน  ซึ่งผมไม่เคยเชื่อว่าและไม่มีวันเชื่อว่าการ “ปฏิรูปทางการเมือง” แต่อย่างเดียวจะเป็นผลให้สังคมไทยอยู่ดีมีสุขสงบ สันติขึ้นไปกว่าเดิม  
    
          ในความ “มืดมิด” ก็มี “แสงสว่าง” ที่ “ปลายอุโมงค์” เสมอ ผมเชื่อว่าสังคมไทยถึงแม้จะเละตุ้มเปะกันขนาดไหน วันพรุ่งนี้ย่อมต้องดีขึ้นกว่าวันนี้เสมอครับ ผมเชื่อว่าวันพรุ่งนี้เราจะมี “นักการเมือง” ที่มี “คุณธรรม”, “จริยธรรม” และ “เป็นทั้งคนเก่งและคนดีศรีสังคม” ที่เห็น “ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว”  ครับ  นอกจากนั้น เราจะมี “นักการบ้าน” ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการออกแบบอาคารบ้านเรือน วางผังเมืองเพื่อให้เป็นบ้านเมืองที่สวยงาม  มีมาตรฐานการใช้ชีวิตที่ดีขึ้น เทียบเท่านานาอารยะประเทศ  แต่อย่างน้อยการเดินทางไกลหมื่นลี้ก็ต้องเริ่มจากลี้แรก คือต้องเริ่มจากการ “ปฏิรูป” รูปแบบของ  “บ้านไม่บาน” ที่ “ทุ่งหนองเหียง” นี่แหละครับ  
    
          เริ่มจากการที่ทำอะไรแบบ “งามง่าย” และ “พอเพียง”  ใครมีหน้าที่ทาง “จริยธรรม” อะไรก็มุ่งมั่นทำหน้าที่กันไปตาม “กระแสพระราชดำรัส” ที่ “พ่อหลวง” ได้พระราชทานให้เราใน “วันเฉลิมพระชนมพรรษา” ที่ผ่านมา สำหรับผมขอเริ่มต้นอะไรจากการลงมือทำในสิ่งง่ายๆ ที่พอทำได้แบบนี้ก่อน  ไม่ต้องคิดไปไกลเกินตัว โดยเริ่มจาก “ปฏิรูป” สิ่งต่างๆ ใกล้ตัวก่อนแล้วค่อยคิดการใหญ่  มิฉะนั้นก็จะเป็นการทำงานแบบประเมินตัวเองผิดไป โดยนำเอาแนวคิดแห่งความ “พอเพียง” ของ “พ่อหลวง” มาเป็น “หลักชัย” เพื่อปรับประยุกต์ใช้  ผมเชื่อว่าหากชาว “คนรักบ้าน” คิดได้เช่นนี้   ไม่ว่าคิดจะ “ปฏิรูป” สิ่งใดก็จะประสบความสำเร็จหมดครับ     
    
          มาเถอะครับหมู่เฮาชาว “คนรักบ้าน” มาช่วยกันคนละไม้คนละมือครับ ไหนๆ ก็ไหนๆ ได้มีการ “ปฏิรูปการเมือง”แล้วก็ทำการ “ปฏิรูปการบ้าน” ไปพร้อมกันเลยก็น่าจะเข้ากับบรรยากาศดีครับ  สำหรับแฟน ๆ ที่สนใจก็สามารถดาวน์โหลดแบบ “บ้านไม่บาน” ในยุค “ปฏิรูปการบ้าน”  ณ  “ทุ่งหนองเหียง”  เพื่อนำไปปรับประยุกต์ใช้กันและสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์  www.homeloverthai.com ครับ

.......................................
(หมายเหตุ 'การปฏิรูปบ้านไม่บาน'ได้เริ่มแล้ว ณ ทุ่งหนองเหียง : คอลัมน์ บ้านไม่บาน โดย... อาจารย์เชี่ยว )