
ก.อุตสาหกรรม ส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียว
18 ม.ค. 2557
ก.อุตสาหกรรม ส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียว สู่'การตลาดแห่งอนาคต' : คอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษ : ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เน้นส่งเสริมภาคอุตสาหกรรม ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีกระบวนการผลิตที่สะอาด มีความรับผิดชอบต่อสังคม สามารถอยู่ร่วมกันร่วมกับชุมชนได้อย่างยั่งยืน ในการสัมมนา เรื่อง "Green Ocean : การตลาดแห่งอนาคต" ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา มีผู้แทนจากสถานประกอบการ ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมงานมากมาย
ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวในการสัมมนา เรื่อง "Green Ocean : การตลาดแห่งอนาคต" ที่โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2557 ว่า ปัจจุบันสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติมีแนวโน้มเปลี่ยนไปในทางที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพพลานามัย และความปลอดภัยของประชากรโลก ทำให้หลายประเทศร่วมกันหารือ ถึงแนวทางในการแก้ไขป้องกันความเสียหายที่เกิดจากการทำลายสิ่งแวดล้อม กระแสการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้
"ต้องมองวิกฤติให้เป็นโอกาส ซึ่งในเชิงธุรกิจ ผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ และกล้าที่จะเริ่มเปลี่ยนกระบวนการทางธุรกิจให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมก่อนใคร จะได้ประโยชน์จากประชากรโลก (ผู้บริโภค) ที่เริ่มหันมาให้ความสำคัญต่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมากขึ้น การปรับกระบวนการ และการพัฒนาสินค้า หรือบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จะต้องไม่ลืมนึกถึงต้นทุนที่จะเกิดขึ้น ต้องให้ความสำคัญกับการสร้างความแตกต่าง หรือการสร้างสรรค์ ให้มีเอกลักษณ์เฉพาะ ที่ให้สามารถดึงดูดใจกลุ่มตลาดเป้าหมายได้ด้วย"
ดร.วิฑูรย์ กล่าวอีกว่า ในช่วงกว่า 3 ปีที่ผ่านมา กระทรวงอุตสาหกรรมส่งเสริมและพัฒนาสถานประกอบการสู่อุตสาหกรรมสีเขียว ตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบัน มีสถานประกอบการอุตสาหกรรมเข้าร่วมเป็น อุตสาหกรรมสีเขียว แล้วมากกว่า 11,375 ราย แบ่งเป็นระดับที่ 1 ความมุ่งมั่นสีเขียว (Green Commitment) จำนวน 6,477 ราย ระดับที่ 2 ปฏิบัติการสีเขียว (Green Activity) จำนวน 2,713 ราย และระดับที่ 3 ระบบสีเขียว (Green System) จำนวน 2,155 ราย นอกจากนี้มีโรงงานที่ผ่านการประเมิน และได้รับการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียวระดับที่ 4 วัฒนธรรมธรรมสีเขียว (Green Culture) จำนวน 30 ราย และขณะนี้สถานประกอบการหลายรายเริ่มขอใช้ตราสัญลักษณ์อุตสาหกรรมสีเขียวแล้ว
"ในปี 2557 กระทรวงอุตสาหกรรมมีนโยบายและแผนงานที่จะส่งเสริมให้ภาคประชาชนหันมาสนใจบริโภคสินค้าและบริการ ที่เกิดจากระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย"
สำหรับการจัดงานสัมมนา "Green Ocean : การตลาดแห่งอนาคต" เพื่อส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมให้ความสำคัญต่อการพัฒนาสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีกระบวนการผลิตที่สะอาด มีความรับผิดชอบต่อสังคม สามารถอยู่ร่วมกันร่วมกับชุมชนได้อย่างยั่งยืน ตลอดจนสนับสนุนให้สถานประกอบการนำเกณฑ์ของอุตสาหกรรมสีเขียวทั้ง 5 ระดับไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวอีกว่า เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา แนวความคิดเกี่ยวกับ "กลยุทธ์บลูโอเชี่ยน" (Blue Ocean Strategy) ที่ฮือฮาในแวดวงการบริหารธุรกิจ (นำเสนอโดยนักวิจัยแห่ง INSEAD) ซึ่งเป็นสถาบันการบริหารจัดการชั้นนำของยุโรป ได้จุดประเทศให้เกิดกระแสการตื่นตัวในเรื่องของ "การสร้างความต้องการสินค้าในตลาดที่ยังไร้ซึ่งการแข่งขัน" โดยใช้แนวทางของการสร้างมูลค่าเพิ่มจากนวัตกรรมแบบใหม่ๆ ควบคู่กับการลดต้นทุนการผลิตในสิ่งที่ไม่ก่อให้เกิดคุณค่าต่อองค์กรและลูกค้า
"เมื่อสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติมีแนวโน้มเปลี่ยนไปในทางที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพพลานามัย และความปลอดภัยของประชากรโลก ทำให้หลายประเทศร่วมกันหารือถึงแนวทางในการแก้ไขป้องกันความเสียหายที่เกิดจากการทำลายสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเห็นได้จากการออกกฎบัตรเกียวโต (Kyoto Protocol) ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Green House Gas) โดยตั้งเป้าร่วมกันว่า จะลดลงร้อยละ 5.2 ภายในปี 2555 รวมทั้งการออกมาตรฐานสากลที่เกี่ยวกับการจัดการสิ่งแวดล้อม (ISO 14000) มาตรฐานความรับผิดชอบต่อสังคม (ISO 26000) หรือมาตรฐานการจัดการพลังงาน (ISO 50001) ทำให้วิธีคิดของนักธุรกิจเปลี่ยนไป กลยุทธ์ต่างๆ ก็ต้องเปลี่ยนไปด้วย"
จากจุดเริ่มต้นนี้ ทำให้เศรษฐกิจและสังคมของโลก เปลี่ยนไปสู่การพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพื่อเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้คนรุ่นหลังๆ ยังสามารถใช้ทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ ต่อไปได้ด้วย หากมองกระแสการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ให้เป็นโอกาสในเชิงธุรกิจ ผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์และกล้าที่จะเริ่มเปลี่ยนกระบวนการทางธุรกิจให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมก่อนใครอื่น จะได้ประโยชน์จากประชากรโลก (ผู้บริโภค) ที่เริ่มหันมาให้ความสำคัญต่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมากขึ้น
การปรับกระบวนการ และการพัฒนาสินค้าหรือบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จะต้องไม่ลืมนึกถึงต้นทุนที่จะเกิดขึ้น โดยต้องให้ความสำคัญกับการสร้างความแตกต่าง หรือการสร้างสรรค์ให้มีเอกลักษณ์เฉพาะที่ให้สามารถดึงดูดใจกลุ่มตลาดเป้าหมายได้ด้วย แนวคิดนี้เอง ที่เรียกว่า กลยุทธ์ "กรีนโอเชี่ยน" (Green Ocean Strategy) กลายเป็นกลยุทธ์เชิงธุรกิจที่น่าจับตามอง เพราะเกาะเกี่ยวกับกระแสสีเขียวอย่างใกล้ชิด
"กรีน โอเชี่ยน" ทำให้เกิดประโยชน์ทั้งกับภาครัฐและภาคประชาชน นอกจากจะเป็นการคืนความสมดุลให้แก่ระบบนิเวศแล้ว ยังเป็นโอกาสในการสร้างงานที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือที่เรียกว่า ตลาดแรงงาน "Green Job" หากทุกกิจการในประเทศจำเป็นต้องมีบุคลากรที่ต้องปฏิบัติงาน หรือประสานงานที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมแล้ว ตลาดแรงงานอาจจะมีขนาดใหญ่มากกว่าหนึ่งล้านตำแหน่ง ซึ่งจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตได้อีกด้วย ทุกวันนี้ กรอบการบริหารธุรกิจอุตสาหกรรม จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนให้ทันกับกระแสการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ทั้งในบริษัทของภาคธุรกิจเอง และบริบทของภาครัฐ
ส่วนของภาครัฐที่จะต้องให้ความสำคัญ ดร.วิฑูร กล่าวว่า ก็คือ กรอบทิศทางของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 ที่มุ่งเน้นในเรื่องการสร้างความสมดุลของการพัฒนา โดยให้มีการบริหารจัดการทุนอย่างสมดุล ประกอบด้วยทุนธรรมชาติ ทุนกายภาพ ทุนสังคม ทุนมนุษย์ ทุนวัฒนธรรม และทุนการเงิน ส่งเสริมความเป็นธรรมในสังคม สร้างภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงและความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายใน และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างมีคุณภาพ ดังนั้นการเตรียมรับมือแต่เนินๆ ต้องถือว่าเป็น "การสร้างโอกาส" มากกว่าการเป็น "ภัยคุกคาม"
"เป็นที่น่ายินดี ที่วันนี้เราได้รับฟัง และร่วมแบ่งปันความรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด ทำให้คิดถึงแนวทางการตลาด การพัฒนาสินค้า และบริการใหม่ๆ ตามกระแสความต้องการของผู้บริโภคในอนาคต และเป็นที่ทราบกันดีว่า ในปี 2558 ไทยจะก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนเต็มตัว ดังนั้นการพัฒนาภาคเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน จะทำให้ประเทศไทยได้เปรียบคู่แข่งในอาเซียน การปรับโครงสร้างการผลิตสู่อุตสาหกรรมฐานความรู้ นวัตกรรม และความยั่งยืน ตลอดจนแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเป็นเครื่องนำทางไปสู่เป้าหมายของการดำเนินธุรกิจต่อไป"
ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวส่งท้ายว่า หวังเป็นอย่างยิ่งว่า สถานประกอบการทั่วประเทศจะร่วมกันพัฒนาประเทศไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า และผู้บริโภคทั่วประเทศจะให้การสนับสนุนผู้ผลิตที่มีนโยบายและการบริหารจัดการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมต่อไปในอนาคต
.....................
(ก.อุตสาหกรรม ส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียว สู่'การตลาดแห่งอนาคต' : คอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษ : ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม)



