ไลฟ์สไตล์

ทำมาหากิน : สารพัน'ดอกไม้'ใยสับปะรด

ทำมาหากิน : สารพัน'ดอกไม้'ใยสับปะรด

15 ม.ค. 2557

ทำมาหากิน : สารพัน 'ดอกไม้' ใยสับปะรด หัตถกรรมรีไซเคิลสร้างรายได้

 

                          ปริมาณกากใยสับปะรดในโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปบางแห่ง ที่มีปริมาณมากถึง 200 ตันต่อวัน ซึ่งนอกจากโรงงานจะกำจัดของเหลือเหล่านี้ให้หมดไปด้วยจำหน่ายให้แก่เกษตรกรเพื่อนำไปผสมกับอาหารสัตว์แล้ว ล่าสุดมวลกากใยซึ่งดูเหมือนจะไร้ค่า ได้ถูกนำมารีไซเคิลผลิตเป็น กระดาษเชิงหัตถกรรม เพื่อนำมาประดิษฐ์เป็นไม้ดอกไม้ประดับ เป็นการเพิ่มมูลค่าอีกทาง ดังแนวคิดของ ผศ.สุจยา ฤทธิศร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ซึ่งได้สรรค์สร้างผลงานเพื่อสร้างอาชีพเสริมให้แก่ผู้สนใจ เพราะมองว่าทุกส่วนของสับปะรดนำมาดัดแปลงเพื่อใช้ประโยชน์ได้

                          ผศ.สุจยา ฤทธิศร อาจารย์ประจำสาขาวิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี บอกถึงที่มาของการนำกากใยสับปะรดมาผลิตเป็นกระดาษเชิงหัตถกรรมว่า เพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่กากใยสับปะรด สร้างรายได้เพิ่มให้แก่โรงงาน และส่งเสริมเป็นอาชีพเสริมแก่ชาวบ้านที่สนใจ เนื่องจากกระดาษ 1 แผ่น ใช้เยื่อการผลิตไม่มาก แต่สามารถขายได้ในราคาที่สูง โดยกระดาษเชิงหัตถกรรมส่วนใหญ่จะจำหน่ายแผ่นละ 10-25 บาท ซึ่งมีมูลค่ามากกว่าการจำหน่ายกากใยสับปะรดโดยตรง ที่ปัจจุบันจำหน่ายให้เกษตรกรไปผสมเป็นอาหารสัตว์ ในราคา 40 สตางค์ต่อกิโลกรัม ถึง 2.25 บาทต่อกิโลกรัม ขึ้นอยู่กับลักษณะของกากใย และปริมาณน้ำที่ผสมอยู่ในกากใย

                          ผศ.สุจยา กล่าวอีกว่า ที่คิดนำกากใยสับปะรดที่เหลือจากโรงงานมาผลิตเป็นกระดาษ ก็เพราะว่า ใบสับปะรดมีลักษณะเส้นใยที่ยาว จึงสามารถนำมาผลิตเป็นกระดาษได้ดี ส่วนเปลือกสามารถนำไปทำน้ำหมักชีวภาพและเป็นอาหารสัตว์ได้ แต่เปลือกสับปะรดจากอุตสาหกรรมแปรรูปสับปะรดส่วนใหญ่จะมีการบีบเอาน้ำหรือเนื้อที่ติดอยู่กับเปลือกออกจนหมด จึงทำให้เปลือกเหลือเพียงส่วนที่เป็นเส้นใย ทำให้เปลือกสับปะรดจากโรงงานจึงมีปริมาณสารอาหารที่เหลือในเปลือกน้อย

                          "ในการผลิตกระดาษกากใยสับปะรดเชิงหัตกรรมเริ่มจากการนำกากใยสับปะรดมาตากแดดจนแห้ง ในการตากแดดเพื่อให้เก็บเอาไว้ได้นาน จากนั้นนำมาแช่ในน้ำประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วนำไปต้มด้วยโซเดียมไฮดรอกไซด์ 2 ชั่วโมง ในอุณหภูมิ 80-90 องศาเซสเซียส หลังจากนั้นนำมาล้างในน้ำจนเยื่อหายลื่น นำมาฟอกด้วยไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ และล้างด้วยน้ำจนหายลื่นอีกครั้ง สุดท้ายนำมาเยื่อมาขึ้นเป็นกระดาษขนาด 40x60 เซนติเมตร" ผศ.สุจยา แจง

                          คุณสมบัติพิเศษของกระดาษกากใยสับปะรดเชิงหัตกรรม เหนียว เรียบ ใส ลักษณะคล้ายกระดาษแก้ว มีลวดลายสวยงามจากกากใยสับปะรด เนื่องจากกากใยของสับปะรดมีลักษณะเฉพาะตัว ที่สำคัญเป็นกระดาษเชิงหัตถกรรมจะมีคุณภาพมากกว่ากระดาษที่ผลิตในเชิงอุตสาหกรรม โดยกระดาษ 1 แผ่น สามารถขายได้ในราคา 20 บาท หรือสามารถนำมารังสรรค์เป็นของขวัญได้มากมาย เช่น นำมาผลิตเป็น ดอกกุหลาบ และ สารพันไม้ดอกประดิษฐ์ ที่สามารถวางจำหน่ายได้ในท้องตลาด สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่กระดาษ เป็นช่องทางเลือกใหม่

                          อย่างไรก็ตาม สำหรับกลุ่มแม่บ้าน หรือประชาชนผู้สนใจ ผศ.สุจยา บอกยินดีให้ข้อมูลรายละเอียด หรือเป็นวิทยากรพิเศษในการอบรมให้ความรู้ โดยติดต่อสอบถามได้ที่ โทร.0-2549-4177 หรือทาง  www.rmutt.ac.th