
แม่จอนหลวง : หุบเขาสีชมพู
12 ม.ค. 2557
แม่จอนหลวง : หุบเขาสีชมพู : คอลัมน์ชวนเที่ยว : โดย...เรื่อง // ภาพ : นพพร วิจิตร์วงษ์
ฤดูล่าเสือโคร่งมาถึงแล้ว... ยิ่งอากาศหนาวๆ นานๆ แบบนี้ โอกาสจะเห็นเสือโคร่งสวยๆ เป็นไปได้สูง
ตั้งแต่ก่อนช่วงปีใหม่ จนถึงตอนนี้ คำถามยอดฮิตในหมู่นักท่องเที่ยวตามล่าหาเสือโคร่ง เลยออกมาในรูปแบบ
“บานเยอะหรือยัง”
“บานกี่เปอร์เซ็นต์แล้ว”
ถ้อยคำถามไถ่ต่อกัน ไม่ใช่ว่าเสือโคร่งจะตัวบาน ตัวหุบ หากแต่หมายความไปถึงดอกไม้แสนสวย ที่จะบานสะพรั่งในช่วงฤดูหนาว “นางพญาเสือโคร่ง” หรือเราเรียกกันว่า ซากุระเมืองไทย ต่างหาก
ปีนี้ นางพญาเสือโคร่งบานเต็มที่ก็ช่วงสัปดาห์นี้ หลังจากอัดอั้นมาตั้งแต่ก่อนปีใหม่ กลายเป็นคนเรียกแขกให้ไปเยือนตามแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติหลายๆ พื้นที่ในภาคเหนือ โดยเฉพาะช่วงเดือนมกราคมนี้
แหล่งดูนางพญาเสือโคร่งยอดฮิต มีหลายพื้นที่ รวมถึง สถานีวิจัยเกษตรหลวงจังหวัดเชียงใหม่ หน่วยย่อยแม่จอนหลวง ที่อยู่ห่างจากสถานีวิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ขุนวาง แค่ 7 กม. ขุนวางนั้นติดลมบนไปแล้ว ด้วยถนนเส้นสวยที่เรียงรายด้วยต้นนางพญาเสือโคร่งขนาดใหญ่ เป็นทิวแถว ด้านในโครงการจนต้องจัดเป็นถนนคนเดิน ห้ามรถเข้าไปเกะกะกวนใจ
ส่วนที่หน่วยแม่จอนหลวง มาคราวนี้เดินทางเข้าไปสะดวกสบายไม่แพ้กัน เพราะทางลาดยางเข้าไปจนจะถึงหน่วย เหลืออีก 300 กว่าเมตรที่เป็นทางลูกรังแต่รถเก๋ง รถตู้ เข้าไปได้หมดแล้ว
วันเด็กปีนี้ หน่วยแม่จอนหลวงรองรับเด็กๆ มาท่องเที่ยวจัดงานวันเด็กกันเต็มที่
เอ่ยชื่อ แม่จอนหลวง หลายคนสงสัย อยู่ตรงไหนของภาคเหนือ แต่ถ้าบอกว่าดอยอินทนนท์ ก็คงร้องอ๋อ กันเป็นแถว เพราะเป็นดอยสูงที่สุดของประเทศ แถมยังเป็นแหล่งรองรับนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลมาสัมผัสอากาศหนาวกันทุกปี
จริงๆ แล้ว พิกัดชัดๆ ของแม่จอนหลวงอยู่ในเขต ต.แม่นาจร อ.แม่แจ่ม แต่ขึ้นทางดอยอินทนนท์สะดวกที่สุด ผ่านด่านเจ้าหน้าที่ด่านแรกขึ้นไปไกลพอสมควร จะมีทางแยกขวาไปบ้านขุนวาง (ทางเดียวกับป้ายน้ำตกสิริภูมิ) เข้าไปจนถึงหน้าสถานีวิจัยเกษตรหลวงขุนวาง แต่แยกซ้ายเลาะรั้วไปอีก 7 กม. ก็จะถึงหน่วยแม่จอนหลวง
ระยะทาง 7 กม. แต่ใช้เวลาพอควร กับการค่อยๆ ขับรถเข้าไป เพราะตามรายทางยังมีสีชมพูของดอกนางพญาเสือโคร่งแทรกอยู่ในป่าสนให้ละเลียดไปเรื่อยๆ
ถึงที่ทำการของสถานีวิจัยเกษตรฯแม่จอนหลวง เห็นลานกางเต็นท์โล่งๆ มีต้นเมเปิลใหญ่ๆ ล้อมรอบ แอบดีใจดูเหมือนนักท่องเที่ยวจะเหลือไม่กี่กลุ่ม ก่อนตั้งแคมป์ ก็ออกเดินสำรวจบริเวณ การตกแต่งสถานที่เหมือนสวนเมืองหนาว ต้นคริสต์มาสยอดแดง กอป๊อปปี้ ต้นอาร์คาเซีย รวมถึงไม้ดอกอื่นๆที่ฉันไม่รู้จักอีกเยอะ
ที่ตื่นตาเห็นจะเป็นแปลงกุหลาบหลากสี ทั้งขาว ชมพู ส้ม แดง ที่ดอกใหญ่มากๆ บางดอกแทบจะเท่าหน้าฉันทีเดียว แล้วยังมีดอกกุหลาบสีแดงเข้มจนเกือบดำ
และขาดไม่ได้ ต้นนางพญาเสือโคร่งที่กำลังออกดอก รวมถึงนางพญาเสือโคร่งสีขาวที่อยู่ตรงมุมศาลาชมวิวก็กำลังออกดอกแน่นต้น บ้านพักที่นี่ดูสวยงาม ไล่ระดับตามไหล่เขา ดูกลมกลืน ทั้งบ้านพักที่เป็นแถวๆ หรือบ้านเดี่ยวๆ สำหรับคนมากลุ่มใหญ่ รวมถึงเรือนแถวที่นอนรวมๆ กันครั้งละมากๆ
เสง เลาว้าง เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยย่อยแม่จอนหลวง บอกว่า ที่นี่เปิดรับนักท่องเที่ยวมาได้ตั้งแต่ปี 2545 ตามนโยบายรัฐบาลที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร รวมทั้งเปิดให้นักศึกษามาฝึกงานได้ ส่วนใหญ่คนเข้ามาก็บอกกันปากต่อปาก เพราะสภาพเส้นทางยังไม่ดีนัก และอยู่ลึก ยิ่งหน้าฝนนี่เหมือนถูกตัดขาด แต่เดี๋ยวนี้เดินทางสะดวกสบายแล้ว
"ที่นี่มีพื้นที่ดูแลทั้งหมด 1,250 ไร่ เมื่อก่อนแถวนี้เป็นไร่เลื่อนลอย ปลูกฝิ่น จนเมื่อในหลวงเสด็จฯ มาและทรงให้กรมวิชาการเกษตรเข้ามาช่วยส่งเสริมการปลูกพืช และไม้ผลเมืองหนาวทดแทนการปลูกฝิ่นและการทำไร่เลื่อนลอย ตอนนั้นเป็นช่วงปี 2522-2523"
ช่วงแรกของการเข้ามาของกรมวิชาการเกษตร ได้ทดลองปลูกชา กาแฟ มะคาเดเนีย ไม้ผลเมืองหนาวก็มี เช่นบ๊วย สาลี่ พลับ ซึ่งที่สถานีเกษตรนี้จะทดลองปลูก วิจัยจนได้ผลผลิตที่ดี ก็ให้กรมวิชาการเกษตรนำไปช่วยเหลือชาวบ้าน แนะนำส่งเสริมกันปลูก พอชาวบ้านได้ผลผลิตก็เอามาขายให้โครงการหลวง ช่วยทำตลาดต่อไป ส่วนที่หน่วยเองก็มีรายได้เล็กๆ น้อยๆ จากผลิตภัณฑ์ที่เพาะปลูก รวมถึงกล้าต้นไม้
“ตอนนี้ที่สถานีวิจัย กำลังเริ่มการวิจัยรอบใหม่ ทั้งไม้ผลเมืองหนาว แล้วก็พวกชา กาแฟ ที่นี่มีโรงงานแปรรูปชา มีส่วนที่แพ็กผัก ดอกไม้สำหรับส่งขายด้วย”
ส่วนนางพญาเสือโคร่งที่นี่ เสงบอกว่า จะไม่งามเท่าขุนวาง เพราะเป็นต้นแก่กว่า ถ้าจะดูก็ต้องมาช่วงนี้เลย รอถึงปลายเดือนก็น่าจะโรยแล้ว
จากสภาพพื้นที่ที่เป็นหุบเขานี่เอง ช่วงที่นางพญาเสือโคร่งบาน ที่นี่เหมือนเป็นหุบเขาสีชมพู ดูมีชีวิตชีวา มากกว่าปกติ แต่ถึงนางพญาเสือโคร่งจะร่วงโรยไป ก็ยังมีดอกไม้เมืองหนาวอื่นๆ ให้เชยชม ด้วยความที่อากาศที่นี่ค่อนข่างจะเย็นตลอดปีนั่นเอง แปลงดอกไม้เมืองหนาวเลยเกิดขึ้นทั้งเพื่อตกแต่งสถานที่ และส่งไปยังศูนย์ต่างๆ
แปลงไม้ผล ก็น่าสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะสาลี่ในยามที่ออกดอกราวๆ เดือนกุมภาพันธ์ ก็จะได้เห็นดอกสีขาวผลิบานเต็มต้น ดูสวยงาม หรือถ้ามาช่วงออกผล ก็อาจจะได้ชิมกันสดๆ เลยทีเดียว ต้องติดตามซะแล้ว
ฉันอ้อยอิ่งกับบรรยากาศรายรอบ ที่พักแม่จอนหลวง เดินถ่ายรูปได้ไม่รู้เบื่อ ชมวิวอาทิตย์ตกลับเหลี่ยมเขาที่เห็นได้ชัด เช้าตรู่ขึ้นมา ตามดงพญาเสือโคร่งในหุบ มีนกเล็กๆ ออกหากินน้ำหวานเต็มไปหมด แม้ฉันจะไม่ใช่นักดูนกจนจำแนกได้ว่าตัวไหนเป็นนกอะไรก็ตามที บริเวณรอบๆ หน่วย มีถนนลาดยางเส้นเล็ก เลาะไปตามไหล่เขา มีต้นนางพญาเสือโคร่งเรียงรายแต่งแต้ม สายหมอกลอยอ้อยอิ่ง ดอกไม้สวยๆ เสียงนก เสียงลม เสียงธรรมชาติรอบตัว ราวกับที่นี่เป็นสวรรค์น้อยๆ จนอยากจะจมตัวเองอยู่ตรงนั้นนานๆ
แต่ที่นี่จะไม่ใช่สวรรค์แน่ๆ ถ้านักท่องเที่ยวทิ้งขยะไว้ที่นั่น เพราะการจัดการขยะในสถานที่ธรรมชาติเป็นเรื่องยุ่งยากจริงๆ ดังนั้นนักท่องเที่ยวควรนำขยะกลับออกมาทิ้งด้านนอกด้วยทุกครั้ง ก็ถือเป็นการช่วยกันเพื่อธรรมชาติที่สวยงามของเราทุกคน
มาเห็นนางพญาเสือโคร่งในช่วงพีคๆ ที่แม้จะออกตัวว่าต้นแก่ดอกไม่เยอะ แต่ดูบรรยากาศรวมๆ แล้ว แม่จอนหลวงไม่น้อยหน้าใคร แถมมาได้ในทุกฤดูกาลในบรรยากาศที่แตกต่างกันไป
(สัปดาห์หน้า จะพาไปสัมผัสอีกบรรยากาศที่แตกต่างของขุนเขานางพญาเสือโคร่ง "ภูลมโล" แหล่งท่องเที่ยวแห่งภูหินร่องกล้า)
หมายเหตุ : สถานีวิจัยเกษตรหลวงหน่วยย่อยแม่จอนหลวง มีร้านอาหารบริการ ติดต่อจองบ้านพัก 0-5311-4134-36
.......................
(แม่จอนหลวง : หุบเขาสีชมพู : คอลัมน์ชวนเที่ยว : โดย...เรื่อง // ภาพ : นพพร วิจิตร์วงษ์)



