
ซีอีเอส 2014 กับความกลัวในโลก(ยุค)ออนไลน์
12 ม.ค. 2557
ซีอีเอส 2014 กับความกลัวในโลก(ยุค)ออนไลน์ : คอลัมน์อินโนเทค : โดย...คนชอบเล่า
เพิ่งปิดฉากไปเมื่อวันศุกร์ที่ 10 มกราคม ที่ผ่านมา กับงานแสดงเทคโนโลยีและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ประจำปีงานใหญ่สุดของโลก CES 2014 ซึ่งยังเหนียวแน่นกับสถานที่จัดงานในเมืองลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา ต้อนรับบริษัทผู้ร่วมแสดงเทคโนโลยี 3,200 ราย และผู้เข้าชมงานอีกร่วม 150,000 ราย
จากการเกาะติดสื่อต่างประเทศหลายสำนัก ที่พากันไปย่ำงานนี้แบบทะลุปรุโปร่ง ทำให้เห็นแนวโน้มได้อย่างชัดเจนถึงบทบาท "อินเทอร์เน็ต" ที่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของทุกสิ่งทุกอย่าง และแทบทุกกิจกรรมในชีวิตประจำวันของมนุษย์ (ฝรั่งบัญญัติศัพท์ว่า Internet of Things)
บริษัทเทคโนโลยีรวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าและค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ ที่ตบเท้าร่วมงานในปีนี้ ต่างก็ขนนวัตกรรม หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่รองรับการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต มาประชันกันแบบไม่มีใครยอมใคร ที่เห็นได้ชัดอีกอย่างก็คือ ต่อไปนี้อย่าว่าแต่เราจะเผชิญความเสี่ยงต่อการถูกปล้นข้อมูลส่วนตัวที่เก็บอยู่ในสมาร์ทโฟน (ทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ) หากเราทำมือถือสูญหาย แต่แม้กระทั่งเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างตู้เย็น (อัจฉริยะ) ก็อาจทำให้เราเสี่ยงแบบนั้นได้เช่นกัน
บรรดานักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เข้าชมงาน CES 2014 เริ่มวิตกกว่าเดิม เมื่อพบว่าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์บ้านๆ หลายอย่าง เริ่มกลายเป็นอุปกรณ์จัดเก็บและส่งข้อมูลส่วนตัวของเจ้าของบ้าน เช่น เครื่องวัดอุณหภูมิเนื้อสัตว์ที่มาพร้อมบลูทูธ, ระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ, กล้องความละเอียดสูงเชื่อมต่อสไกป์ ที่สามารถแปลงร่างเป็นหน้าจอให้คอยเฝ้าดูลูกเล็กๆ ได้ เป็นต้น นี่คือ บางตัวอย่างที่ทำให้หลายคนเริ่มกังวลเรื่องความปลอดภัยในชีวิตส่วนตัว
เพราะทุกวันนี้ ผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่ค่อยทันคิดว่า ข้อมูลส่วนตัวทั้งหลายที่ปล่อยไว้ในเครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ ในอีกทางหนึ่งทำให้บริษัทผู้ผลิตสินค้าเหล่านั้น มีช่องทางเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ในเครื่องใช้ไฟฟ้าที่บ้านเราโดยอัตโนมัติ และสามารถดาวน์โหลดไปจัดเก็บไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในอนาคต ยกตัวอย่างง่ายๆ ก็เพื่อการตลาด แต่ทั้งนี้การที่ข้อมูลส่วนตัวของเรา หลุดออกไปนอกบ้านโดยเราไม่ได้ตั้งใจหรือรับรู้นั้น ย่อมมีความเสี่ยงต่อการถูกขโมยหรือลักลอบนำไปใช้ประโยชน์ต่อการก่ออาชญากรรมออนไลน์ได้
ปัจจุบัน มีบุคคลหลายฝ่ายในสหรัฐ (ประเทศที่เรียกได้ว่า ขี้ตื่นตระหนกที่สุดกับปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน) ต่างเริ่มเรียกร้องให้รัฐบาล "คุมเข้ม" จรรยาบรรณการทำธุรกิจของบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ในกลุ่มนี้มากขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่า ไม่มีการละเมิดข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์ไปใช้
ลองมาดูความเฟื่องฟูของยุค Internet of Things กันบ้าง ซีอีโอของยักษ์เทคโนโลยีระดับโลกอย่างซิสโก้ ประเมินตัวเลขมูลค่าอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องไว้ว่าอาจสูงได้ถึง 19 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า และแน่นอนว่า นี่คือโอกาสใหม่ๆ อันหอมหวนสำหรับทุกธุรกิจที่เกี่ยวข้อง รวมถึงคนไอที "มีความสามารถและไอเดีย" ที่อยากออกมาเป็นเจ้านายตัวเอง...
......................
(ซีอีเอส 2014 กับความกลัวในโลก(ยุค)ออนไลน์ : คอลัมน์อินโนเทค : โดย...คนชอบเล่า)



