
คมเลนส์ส่องพระ11มกราคมพ.ศ. 2557
คมเลนส์ส่องพระวันเสาร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2557 : แล่ม จันท์พิศาโล
••• อากาศในเมืองไทย ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะที่ กทม.เริ่มหายหนาวแล้ว หลังจากที่ได้ปล่อย “ลมหนาว” มาให้ชาวเมืองกรุงได้นุ่งห่มเสื้อผ้ากันหนาวโชว์กันหลายวันก่อน...ขณะเดียวกัน บรรยากาศทางการเมืองก็เริ่มทวีความร้อนระอุมากขึ้นเรื่อยๆ กำหนดแตกหักในวันจันทร์ที่ ๑๓ มกราคม นี้ รัฐบาล (รักษาการ) จะอยู่หรือจะไป คงรู้กันในไม่ช้านี้...อย่างไรก็ตาม ขอภาวนาให้จบลงด้วยดี อย่าได้มีการใช้ความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตกันเลย •• วันนี้เป็น วันเด็กแห่งชาติ ท่านที่มีลูกหลานควรจะพาเขาไปเที่ยวบ้าง เพื่อสร้างความรักความอบอุ่นของครอบครัวให้มั่นคงยิ่งขึ้น •• พรุ่งนี้...วันอาทิตย์ที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๗ มี...งานประกวดพระ ประเดิมเป็นงานแรกของปีนี้ที่ โรงเรียนอู่ทอง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี จัดโดย ชมรมพระเครื่องเมืองอู่ทอง ประธานจัดงาน อดีต ส.ส.นภดล มาตรศรี ประธานดำเนินงาน ไพโรจน์ ศิวะพรชัย (ใหญ่ อู่ทอง) พระที่จัดประกวด ๑,๓๘๘ รายการ รางวัลพระชนะเลิศแต่ละรายการ หนังสือ มรดกล้ำค่า พระสุพรรณภูมิ ปกแข็ง หนา ๔๐๐ หน้า รวบรวมพระสวยแท้หายากของเมืองสุพรรณที่มีมูลค่ารวมกันกว่า ๑๐๐ ล้านบาท...งานนี้เป็นการประกวดพระทั่วประเทศ ไม่ใช่มีเฉพาะพระท้องถิ่นเมืองสุพรรณเท่านั้น...เพียงแต่ว่ามีพระท้องถิ่นของจังหวัดต่างๆ ที่อยู่รอบ จ.สุพรรณบุรี มากหน่อยเท่านั้นเอง เพื่อเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมให้คนในท้องถิ่นได้เรียนรู้วิธีดูพระบ้านตัวเองว่าต้องทำอย่างไร ต้องอนุรักษ์และต้องหวงแหนพระท้องถิ่นอย่างไร
•• คมเลนส์ส่องพระ วันนี้ยังมีภาพพระพุทธรูปยุคเก่าจาก อ.ต้อย เมืองนนท์ รองนายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย คือ พระพุทธรูปปางนาคปรก ศิลปะนครวัด (ขอม) หน้าตัก ๗ นิ้ว สูง ๑๕ นิ้ว ๔ ถอด เนื้อสัมฤทธิ์ สนิมเขียวหยก สภาพสวยสมบูรณ์ทุกซอกมุม ตามประวัติศิลปะแบบนครวัด (Angkor Wat) มีอายุการสร้างราวพุทธศตวรรษที่ ๑๔๒๐-๑๔๔๐ เป็นยุคที่ขอมเรืองอำนาจที่สุด และมีความเจริญรุ่งเรืองในทุกด้าน ประติมากรรมทุกชิ้นงานในยุคนี้จึงเต็มไปด้วยความงดงามอลังการ และละเอียดประณีตเป็นพิเศษ จนเป็นที่ประทับใจและปรารถนาของนักสะสมโบราณวัตถุประเภทนี้
•• องค์ที่ ๒ พระสมเด็จ พิมพ์ฐานคู่ กรุใหม่บางขุนพรหม เป็นพระพิมพ์พิเศษอีกพิมพ์หนึ่งของกรุนี้ (พระพิมพ์นี้ของวัดระฆังไม่มี) สัญลักษณ์ของพระพิมพ์นี้ที่เป็นจุดเด่น คือ ฐานทุกชั้นมีลักษณะบาง ฐานชั้นแรกที่อยู่ใต้องค์พระมีลักษณะสั้นและเล็ก ฐานชั้นที่ ๒ และ ๓ อยู่ใกล้ชิดกันจนดูเหมือนกับเป็นเส้นคู่ อันเป็นที่มาของชื่อพิมพ์ ฐานคู่ เส้นซุ้มครอบแก้วไม่นูนหนา ปลายพระเกศตรงยาวจรดซุ้ม พระกรรณ (หู) ยาวประบ่า อกเป็นร่อง ผิวพระมีคราบกรุบางๆ ดูมีเสน่ห์ พระองค์นี้สันนิษฐานว่าขณะอยู่ในกรุ (เจดีย์วัดใหม่อมตรส) คงจมอยู่ในน้ำ (ที่ “นักตกเบ็ดพระ” เอาน้ำกรอกลงในองค์เจดีย์ทางช่องระบายอากาศ เพื่อให้องค์พระลอยออกมาจากชั้นตรงผนังเจดีย์ จะได้ “ตกเบ็ด” ง่ายขึ้น) ทำให้คราบกรุมีลักษณะสะอาดนวลตา และขอบพระมีรอยบิ่นเล็กน้อย ด้านหลังองค์พระมีรอยตรายางประทับรูป “เจดีย์” เห็นเพียงรางๆ ทำให้ทราบว่าเป็น “พระกรุใหม่” คือ พระที่ได้จากการ “เปิดกรุ” อย่างเป็นทางการ เมื่อปี ๒๕๐๐ ทางวัดจึงได้ประทับตรายางไว้ด้านหลังองค์พระ เพื่อเป็นหลักประกันว่า เป็นพระที่ได้มาจาก “วัดใหม่อมตรส” จริง แต่ก็มี “พระกรุใหม่” บางองค์ที่ไม่มีตราประทับนี้ จึงไม่ถือเป็นข้อยุติ...สมัยก่อน “พระกรุใหม่” มีค่านิยมถูกกว่า “พระกรุเก่า” แต่ทุกวันนี้ไม่ได้ยึดติดข้อกำหนดนี้แล้ว แต่จะยึดถือความสวยงามคมชัดและดูง่ายมากกว่า พระสมเด็จ พิมพ์ฐานคู่ องค์นี้เป็นพระนำฤกษ์ประเดิมชัยองค์แรกที่ ป๋อง สุพรรณ ได้มาช่วงปีใหม่ ๒๕๕๗ พอดี โดยจ่ายไปกว่า ๒ ล้านบาท
•• คนยุคเก่าก่อนให้ความสำคัญ พระผงสุพรรณ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.สุพรรณบุรี กันมาก จึงมีการสร้าง “พระล้อพิมพ์” ในสมัยต่อมา อย่างเช่นองค์ที่เห็นนี้ พระผงสุพรรณ กรุวัดสำปะซิว จ.สุพรรณบุรี แต่ไม่ได้ตัดขอบเหมือนกับ พระผงสุพรรณองค์ต้นแบบ ทิ้งส่วนขอบให้เป็นปีกกว้างเหมือนกับ พระกรุถ้ำเสือ หรือ พระชุดกิมตึ๋ง ของกรุวัดพระรูป (อาจจะเป็นค่านิยมของคนสมัยนั้นก็ได้)...พระผงสุพรรณ กรุวัดสำปะซิว องค์นี้เป็นพระของ ใหญ่ อู่ทอง ผู้จัดงานประกวดพระในวันพรุ่งนี้ ที่โรงเรียนอู่ทอง จ.สุพรรณบุรี เจ้าของคำพูดวลีเด็ดที่ว่า “พระเมืองสุพรรณ ก็ต้องอยู่กับคนสุพรรณ” สุดยอดจริงๆ...ด้วยเหตุนี้ ใหญ่ อู่ทอง จึงตระเวนเก็บ พระเมืองสุพรรณ ชนิดสวยแท้ดูง่าย จนมีแทบจะครบทุกกรุของเมืองสุพรรณ (หรืออาจจะครบแล้วก็ได้ ไม่ได้อัพเดทข้อมูล เพราะไม่ค่อยได้พบกันบ่อยนัก)
•• เหรียญพระเกจิอาจารย์ดังเมืองสุพรรณ อีกเหรียญหนึ่งที่นิยมกันอย่างกว้างขวาง คือ เหรียญหลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ อ.สามชุก พิมพ์รูปไข่ พิธีเสาร์ห้า ปี ๒๕๑๖ สร้างและปลุกเสกพร้อม พระกริ่งชัยมงคล โดยได้รับการสนับสนุนจาก พระครูผลอุตมเสโล (เดชบุญ) คณะ ต.๑๖วัดโพธิ์ ท่าเตียน กทม. เหรียญรุ่นนี้มีศิลปะงดงามมาก และมีความเหมือนหลวงพ่อมากที่สุด ด้วยฝีมือ ช่างเกษม มงคลเจริญ มี ๓ เนื้อ คือ ทองคำ นวโลหะ และทองแดงรมดำ (ไม่มีเนื้อเงิน) บล็อกทองคำและนวโลหะจะมี รอยแตก ที่ใบหูซ้ายของหลวงพ่อ ส่วนบล็อกทองแดงไม่มีเส้นแตกดังกล่าว ข้อสังเกตของเหรียญนวโลกหะอีกจุดหนึ่ง คือ ด้านหลังยันต์ตรงกลางจะบี้แบน...เนื่องจากเหรียญรุ่นนี้ไม่ได้สร้าง เนื้อเงิน คณะศิษย์ จ.สมุทรปราการ จึงได้ขอร้องผู้ใหญ่ สงัด ดวงประทีป จัดสร้างเนื้อเงินขึ้นมาอีกจำนวนหนึ่ง ผู้ใหญ่สงัดจึงสั่งให้ช่างปั๊มเหรียญรุ่นนี้เพิ่มขึ้น คือ เหรียญเนื้อเงิน ๒๕๐ เหรียญ เหรียญนวโลหะ ๕๐๐ เหรียญ โดยใช้แม่พิมพ์เดิมด้านหน้าเป็นบล็อกนวโลหะ (หูแตก) แต่ด้านหลังใช้บล็อกทองแดง...เหรียญรุ่นนี้ทั้งเนื้อเงินและเนื้อนวโลหะ พิมพ์ด้านหน้าเป็นบล็อกเนื้อนวโลหะ ส่วนด้านหลังเป็นบล็อกเนื้อทองแดง เมื่อปั๊มเสร็จแล้วได้ถวายเหรียญให้หลวงพ่อปลุกเสกเดี่ยวจนบริบูรณ์ และได้มอบให้คณะผ้าป่าจาก จ.สมุทรปราการ จำนวนหนึ่ง อีกจำนวนหนึ่งโดยเฉพาะเนื้อนวโลหะได้มอบให้ พระครูผล วัดโพธิ์ ด้วยเหตุนี้จึงไม่ค่อยพบเห็นเหรียญเนื้อนี้ที่ วัดดอนไร่ บ่อยนัก ทั้ง ๒ เนื้อนี้มีความนิยมไม่ต่างกัน ปัจจุบันนับเป็นเหรียญยอดนิยมอีกรุ่นหนึ่งซึ่งหาชมของแท้ยากยิ่งนัก ที่สำคัญจำนวนสร้างชัดเจน ค่านิยมในทุกวันนี้ เนื้อทองคำประมาณหลักแสนปลายขึ้นไปถึงหลักล้าน, เนื้อเงินประมาณแสนกว่าบาท, เนื้อนวโลหะประมาณหลักหมื่นกลาง, ส่วนเนื้อทองแดงประมาณหมื่นกว่าบาทถึงสองหมื่นบาท...เหรียญในภาพนี้เป็นของ วรวรรธน์ กาญจนศิลาโรจน์ ร้าน “เลิศ สุพรรณ”
•• ขอเชิญศิษยานุศิษย์ หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม ร่วมทำบุญเนื่องในวันคล้ายวันมรณภาพของหลวงพ่อครบ ๓๘ ปี ในวันจันทร์ที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๕๗ ณ ศาลาธรรมโสฬส วัดดอนยายหอม จ.นครปฐม งานเริ่มตั้งแต่เช้าทำบุญตักบาตรเลี้ยงพระเพล ช่วงบ่ายแจกทุนการศึกษาให้แก่เด็กนักเรียนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดย หลวงพ่อประพันธ์ เจ้าอาวาส และ พระสมุห์อวยพร รองเจ้าอาวาส วัดดอนยายหอม เป็นประธาน •• ขอขอบพระคุณ...ทุกท่านที่ได้ติดตามอ่านคอลัมน์นี้มาโดยตลอด...พบกันใหม่ในวันพรุ่งนี้...นะมัสเต •••



