
'พระมหาสมปอง'ตั้งชื่อแพนด้าน้อย
'พระมหาสมปอง'อวยพรแก่'หลินฮุ่ย-ลูก'ให้เกิดอย่างปลอดภัย พร้อมทั้งตั้งชื่อใหม่ลูกแพนด้าล่วงหน้า เผยหากเป็นเพศผู้ชื่อ 'ช่วงชิง' เป็นเพศเมียชื่อ 'หลินเป็งปุด'
เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 6 ธันวาคม พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต พร้อม ดร.สิงห์ทอง บัวชุม กรรมการด้านนโยบาย และกำกับดูแลเพื่ออภิบาลแพนด้า องค์การสวนสัตว์ฯ ได้เดินทางมาที่สวนสัตว์เชียงใหม่ เพื่อเยี่ยมชมความน่ารักของครอบครัวแพนด้า ขณะเดียวกัน ได้ให้พรแก่หลินฮุ่ยที่กำลังตั้งครรถ์ลูกน้อยตัวที่ 2 ของประเทศไทย ให้คลอดลูกง่าย ปลอดภัยและเกิดมาภายใน 48 ชั่วโมง มีความสมบูรณ์แข็งแรง เหมือนกับที่เคยคลอดหลินปิง อีกทั้ง ยังขอให้ลูกของหลินฮุ่ยนี้ เกิดมามอบความสุขให้แก่คนทั้งในและต่างประเทศที่กำลังรอลุ้นวินาทีที่หลินฮุ่ยคลอดลูกน้อยอย่างใจจดใจจ่อ
ทั้งนี้ พระมหาสมปอง ยังได้กล่าวถึงการตั้งชื่อให้กับลูกของหลินฮุ่ยที่เกิดมานี้ว่า หากเป็นเพศผู้ จะตั้งชื่อให้ว่า "ช่วงชิง" โดยมีความหมายว่า การช่วงชิงช่วงเวลาที่มีความสุขต้อนรับปีใหม่ หากเป็นเพศเมีย จะตั้งชื่อให้ว่า "หลินเป็งปุด" โดยมีความหมายว่า การเป็นชาวพุทธ ธรรมะ ใกล้วัด จะได้ช่วยให้คนไปเข้าวัดทำบุญ อย่างไรก็ตาม ชื่อที่กล่าวมานี้เป็นเพียงชื่อเล่น ต้องรอให้ลูกแพนด้าเกิดก่อนจึงจะตั้งชื่อให้ใหม่อีกครั้ง
ในโอกาสนี้ พระมหาสมปอง ยังได้อวยพรแก่คนทั่วไปและสื่อมวลชนที่มาทำข่าวว่า โดยขอให้ปีพุทธศักราชใหม่นี้ ขอให้ทำงานอย่างมีความสุข ตั้งใจขยันทำงาน โดยขอให้ลูกแพนด้าที่จะเกิดมานี้ นำความสุขมาสู่ทุกคน และขอให้เจอแต่สิ่งดีๆ สิ่งใหม่ๆ ตลอดปีใหม่นี้
ขณะที่ เรื่องของสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ พระมหาสมปองได้มีการแนะนำและเตือนสติประชาชนให้ใช้หลักพรหมวิหาร ในการดำเนินชีวิตและสติ ซึ่งประกอบด้วย 1.เมตตา 2.กรุณา 3.มุทิตา และ 4.อุเบกขา พร้อมขอให้ทุกคนฝ่ายย้อนนำความสามัคคีที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์มาใช้ที่มีความรักความสามัคคีกันและขอให้ใช้สติ เพื่อให้การรักและปรองดองกัน
จับตา!48ชั่วโมง "หลินฮุ่ย" คลอดลูกน้อย
นายธนะรัตน์ วดีศิริศักดิ์ คณะกรรมการองค์การสวนสัตว์ นสพ.กาญจน์ชัย แสนวงศ์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ นสพ.ดร.บริพัต ศิริอรุณรัตน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์วิจัยและการศึกษา องค์การสวนสัตว์ หัวหน้าคณะทำงานผสมพันธุ์โครงการวิจัยและจัดแสดงแพนด้าในประเทศไทย แถลงความคืบหน้าการตั้งครรถ์ของหลินฮุ่ยว่า ตั้งแต่ช่วงเวลา 16.00 น.วันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา จนถึงช่วงกลางดึกที่ผ่านมา หลินฮุ่ยยังกินอาหารและไผ่ได้ตามปกติ หลังจากนั้นก็นอนพักผ่อนโดยช่วงเวลาประมาณ 03.00 น.หลินฮุ่ยก็มีอาการเลียอัวยวะเพศนานกว่าครึ่งชั่วโมง รวมทั้ง มีการทำรังจากเศษไผ่ จากนั้นก็นอนพักยาวมาจนถึงช่วงเช้าและมีการเฝ้าติดตามปกติ แม้ว่าระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ลดลงเหลือ 192 นาโนกรัมต่อคีเอตินิน
ขณะที่ เมื่อวานนี้ทางทีมสัตวแพทย์ได้มีการสร้างกิจกรรมส่งเสริมความสุขให้กับหลินฮุ่ยด้วยการนำแอปเปิ้ลใส่ในกระบอกไม้ไผ่ เพื่อให้หลินฮุ่ยกินและเล่นเพื่อผ่อนคลายความเครียด ส่วนในช่วงเช้าวันนี้ทางทีมสัตวแพทย์จะได้มีการจัดเตรียมห้องคลอด โดยเอาไผ่เดิมของหลินฮุ่ยที่จะทำรังจากห้องนอนไปยังห้องคลอด เพื่อให้หลินฮุ่ยคุ้นเคย และรู้สึกปลอดภัยในการคลอดลูกน้อย รวมทั้งได้มีการจัดเตรียมห้องนอนให้สว่างมากขึ้น ห้องคลอดให้มืดลง เพื่อสร้างความปลอดภัยรวมทั้งให้อยู่มุมเดิมกับที่เคยคลอดหลินปิง เพื่อให้เตรียมพร้อมสำหรับการปรับตัว และไม่มีการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม เพื่อมิให้กระทบกับสัญชาตญาณสัตว์
นสพ.ดร.บริพัต กล่าวว่า หลังจากนี้จะมีการรอผลการตรวจฮอร์โมนในช่วงเช้าวันนี้ ซึ่งจะออกในช่วงบ่าย เพื่อดูระดับฮอร์โมนว่าลดลงหรือไม่ แต่เบื้องต้นทางทีมสัตวแพทย์จะยังคงเฝ้าติดตามพฤติกรรมของหลินฮุ่ยต่อเนื่อง โดยช่วงเฝ้าระวังคือ 48 ชั่วโมง และมีแนวโน้มจะลดลง หากผลระดับฮฮร์โมนลดลง รวมทั้งตรวจสอบพฤติกรรมในการเลียอวัยวะเพศที่จะมีความถี่มากขึ้น และการกินอาหารที่ลดลง เหมือนกับช่วงที่ให้กำเนิดหลินปิง และทำการตรวจสอบน้ำนม ยังพบว่า ยังมีน้ำนมอยู่ แต่ทั้งนี้ทุกวินาที หลินฮุ่ยสามารถคลอดลูกได้ตลอดเวลา
ส่วนเรื่องของการเตรียมความพร้อมในการดูแลลูกน้อยนั้น ทางสวนสัตว์เชียงใหม่ได้มีการจัดเตรียมห้องเด็กอ่อนให้กับลูกน้อยของหลินฮุ่ย การจัดการแม่กับลูกจะใช้ข้อมูลจากต่างประเทศ และหลินฮุ่ย จะให้ลูกกินน้ำนมน้ำเปลือง จะมีการตรวจสุขภาพลูก การเตรียมห้องคลอดกับห้องเลี้ยงลูกอ่อน เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถทำงานได้ ทั้งการนำตัวอ่อนมาตรวจสุขภาพและการให้อาหารหลินฮุ่ย ด้วยการเสริมวิตามิน เพื่อให้หลินฮุ่ยสามารถผลิตน้ำนมในการดูแลลูกได้อย่างเต็มที่ และจะให้หลินฮุ่ยสามารถเลี้ยงลูกเองตามธรรมชาติ
นอกจากนี้ เพื่อความไม่ประมาททางทีมงานยังได้มีการจัดเตรียมแผนสำรองกรณีหากหลินฮุ่ยไม่สามารถเลี้ยงลูกได้ ด้วยการจัดเตรียมตู้อบ อุปกรณ์ทำความสะอาด นมสำรอง และพี่เลี้ยงที่ได้รับการอบรมในการดูแลลูกอ่อน และมีการเตรียมความพร้อม 100% แล้ว อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ทางทีมสัตวแพทย์จะยกเว้นการทำอัลตราซาวด์ เพื่อลดความตึงเครียดของหลินฮุ่ย พร้อมทั้งจับตาพฤติกรรมการแสดงอาการภาวะคลอดลูก คือ การกินอาหารน้อยลง และการเลียอวัยวะถี่ขึ้น รวมทั้งทางเจ้าหน้าที่ยังได้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด เพื่อถ่ายทอดทุกวินาทีของหลินฮุ่ยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ด้านนายธนะรัตน์ วดีศิริศักดิ์ คณะกรรมการองค์การสวนสัตว์ กล่าวว่า ส่วนขององค์การสวนสัตว์ หลังจากนี้จะมีการปรับปรุงพื้นที่ส่วนจัดแสดงแพนด้า ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับการดูแลแพนด้าที่เพิ่มมากทขึ้น โดยคาดว่า จะใช้งบประมาณจากกองทุนแพนด้าและงบประมาณจากรัฐบาล เพื่อให้เทียบชั้นกับประเทศสิงคโปร์
ขณะที่ เรื่องของการขอความอนุเคราะห์ในการส่งเจ้าหน้าที่ของศูนย์วิจัยแพนด้า ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนนั้น ขณะนี้ รอการยืนยันในการส่งเจ้าหน้าที่ของทางศูนย์วิจัยแพนด้า ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนอยู่ ซึ่งทางองค์การสวนสัตว์มีความพร้อมในการดูแลเจ้าหน้าที่ของจีนอย่างเต็มที่
ฮอร์โมน"หลินฮุ่ย"คงที่ เตรียมสังเกต 2 พฤติกรรมก่อนใกล้ออกลูก
เมื่อเวลา 15.30 น.นายฤทธิณรงค์ กุลประสูตร กรรมการองค์การสวนสัตว์ รักษาการผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ นายวิศิษฎ์ วิชาศิลป์ รองผู้ช่วยผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ นายธนะรัตน์ วงศ์ศิริศักดิ์ กรรมการองค์การสวนสัตว์ฯ น.สพ.ดร.บริพัตร ศิริอรุณรัตน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์และการศึกษา องค์การสวนสัตว์ หัวหน้าคณะทำงานผสมพันธุ์โครงการวิจัยและจัดแสดงแพนด้าในประเทศไทย ร่วมกันแถลงข่าวการตั้งครรถ์ของหลินปิง ที่ตั้งครรถ์มาแล้วจำนวน 99 วัน
นายฤทธิณรงค์ เปิดเผยว่า หลังจากที่ทราบข่าวทางองค์การสวนสัตว์ฯ มีความยินดีอย่างยิ่งประกอบกับในช่วงที่ผ่านมาได้มีการติดตามข่าวสารของสื่อมวลชนมาโดยตลอด จนถึงในขณะนี้ที่ถือว่าเป็นช่วงโค้งสุดท้ายที่จะต้องลุ้นอย่างสุดชีวิตว่า หลินฮุ่ยจะให้กำเนิดลูกน้อยในเร็วๆ นี้ รวมทั้งได้มีการจัดเตรียมแผนในการดูแลครอบครัวแพนด้าอย่างเต็มที่ ตลอดจนการให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการประกวดการตั้งชื่อ
ทั้งนี้ ในเบื้องต้นได้มีการเข้าไปพูดคุยกับบริษัทเอกชนในการถ่ายทอดสด ตลอด 24 ชั่วโมง และการพูดคุยกับทางบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ในการร่วมกันส่งไปรษณียบัตรประกวดการตั้งชื่อ รวมไปถึงชื่อออนไลน์ทั้งหมด เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชนมากที่สุด ซึ่งที่ผ่านมาในช่วงของการประกวดการตั้งชื่อของหลินปิง มีประชาชนร่วมส่งการตั้งชื่อกว่า 18 ล้านรายชื่อ และชื่อดังกล่าวจะเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์กับทางประเทศจีนด้วย
ขณะที่ เรื่องของการดูแลจะมีการทำห้องแรกออกลูกใหม่ให้กับแพนด้าน้อยตัวที่ 2 ของประเทศ พร้อมกับมีการปรับปรุงภูมิทัศน์ให้กับครอบครัวแพนด้าทั้งหมดให้เป็นระบบมากขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนนักท่องเที่ยวได้ชมความน่ารักอย่างใกล้ชิด ตลอดจนจะมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วย เพื่อให้เป็นปีอะเมซิ่งแพนด้า
ส่วนกรณีการขอแพนด้าไปยังสวนสัตว์ขอนแก่นนั้น นายฤทธิณรงค์ กล่าวว่า มีความเป็นไปได้เนื่องจากขณะนี้ทางสวนสัตว์ขอนแก่นได้เดินทางไปเจรจากับทางประเทศจีน เพื่อขอให้ส่งแพนด้ามาประจำอยู่ที่สวนสัตว์ และเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับเยาวชน ประชาชน และนักท่องเที่ยว ขณะที่ ทางองค์การสวนสัตว์จะเป็นผู้ให้องค์ความรู้ในการดูแลแพนด้า ซึ่งเรื่องดังกล่าวยังไม่มีความแน่ชัดในขณะนี้
ด้าน น.สพ.ดร.บริพัตร กล่าวว่า ส่วนการตรวจวัดระดับฮอร์โมนโปเจสเตอโรนของหลินฮุ่ย จากการตรวจปัสสาวะในช่วงเช้า พบว่า ระดับฮอร์โมน ยังไม่ลดลงจากเมื่อวานนี้ คือ อยู่ที่ 192 นาโนกรัมต่อมิลิกรัมคีเอตินิน จึงทำให้ทางเจ้าหน้าที่จะต้องมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับมีการตรวจสอบ 2 สิ่ง ที่จะบ่งชี้ว่า หลินฮุ่ยจะใกล้ออกลูก คือ พฤติกรรมกระวนกระวาย กินอาหารน้อยลง ติดต่อกัน และการเลียอวัยวะเพศที่นานขึ้น เนื่องจากการวัดระดับฮฮร์โมนเป็นเพียงค่าเฉลี่ยเท่านั้น
ส่วนเรื่องของความสมบูรณ์ของตัวอ่อนนั้น ในขณะนี้ไม่สามารถประเมินได้ เนื่องจากช่วงไข่ตกเป็นช่วงต้นฤดูหนาว จึงทำให้พัฒนาการของตัวอ่อนอาจจะช้ากว่าปกติ ประกอบกับทางทีมสัตวแพทย์จะทำการยกเลิกการอัลตราวาวด์ ในช่วงระยะนี้เพื่อลดการพบเจอคนของหลินฮุ่ย ขณะที่ การตรวจสอบพฤติกรรมในช่วงบ่าย พบว่า หลินฮุ่ยยังคงในสภาวะนอนหลับ และมีการเดินสำรวจหอพัก และห้องออกลูก ที่ทางเจ้าหน้าที่จัดเตรียมไว้ โดยจะให้มีความมืดจากปกติ เพื่อสร้างความปลอดภัย
น.สพ.ดร.บริพัตร กล่าวต่อว่า เรื่องของการให้กำเนิดลูกแฝดนั้น จากการปรึกษาทีมสูติสัตว์ และผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ พบว่า โอกาสที่เป็นไปได้มีน้อย เพราะที่ผ่านมาพบว่า มีการขยายตัวของปีกมดลูกเพียงข้างเดียว รวมทั้งที่ผ่านมาของการอัลตราซาวด์ไม่พบเงาซ้อน ที่จะบ่งชี้ว่า หลินฮุ่ยจะตั้งท้องแฝดแต่อย่างใด ซึ่งการจะให้ผลชัดเจนต้องมีการเอ็กซ์เรย์ ซึ่งต้องวางยาสลบหลินฮุ่ย ซึ่งทางทีมสัตวแพทย์จะเลี่ยงวิธีการตรวจสอบดังกล่าว เพื่อมิให้กระทบหลินฮุ่ยมากจนเกินไป
นอกจากนี้ เรื่องของการส่งหนังสือเชิญจากผู้เชี่ยวชาญจากประเทศจีน ในขณะนี้ยังไม่ได้รับการส่งหนังสือตอบรับแต่อย่างใด ซึ่งทางองค์การสวนสัตว์ฯ ได้มีการเร่งรัดในการจัดส่งเจ้าหน้าที่ เนื่องจาก ใกล้ช่วงให้กำเนิดแพนด้าน้อยแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานในช่วงเวลาประมาณ 16.15 น. เจ้าหน้าที่ของทางสวนสัตว์เชียงใหม่ ได้มีการสร้างกิจกรรมให้กับหลินฮุ่ยด้วยการนำแอปเปิ้ล ผลไม้ที่หลินฮุ่ยชอบใส่ลงไปในกระบอกไม้ไผ่ พร้อมกับน้ำแข็ง เพื่อให้หลินฮุ่ยได้เล่นและกินแอปเปิ้ล ผ่อนคลายความเครียด



