
จับตา!72ชม.'หลินฮุ่ย'ตกลูก
สพ.เผยฮอร์โมน 'หลินฮุ่ย' ลดอวบ เข้าใกล้สู่ช่วงระยะให้กำเนิดลูกน้อย จับตา 72 ชม. พร้อมติดตั้งกล้องถ่ายวินาทีตกลูก
5 ม.ค. 57 เมื่อเวลา 14.30 น. นายสัตวแพทย์ ดร.บริพัตร์ ศิริอรุณรัตน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์วิจัยและการศึกษา องค์การสวนสัตว์ หัวคณะทำงานผสมพันธุ์โครงการวิจัยและจัดแสดงหมีแพนด้าในประเทศไทย แถลงความคืบหน้าการตรวจสอบฮอร์โมนของหลินฮุ่ย หลังจากเมื่อช่วงเช้าวันนี้ ได้มีการเก็บตัวอย่างปัสสาวะของหลินฮุ่ย ไป ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ฮอร์โมนโพรเจสเทอโรน ลดลงจากเมื่อวานนี้ จากเดิมอยู่ที่ 237 นาโนกรัม ต่อมิลลิกรัมครีเอตินิน เหลืออยู่ที่ 192 นาโนกรัม ต่อมิลลิกรัมครีเอตินิน ถือว่าระดับฮอร์โมนลดลงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังตรวจสอบพบพฤติกรรม การเลียที่อัวยวะเพศบ่อยครั้งมากขึ้น โดยทางทีมสัตวแพทย์ได้คาดการณ์การติดตามการให้กำเนิดลูกน้อย อย่างเข้มข้นในช่วง 72 ชั่วโมง อย่างใกล้ชิด พร้อมกับมีการติดตั้งกล้องเพื่อถ่ายทอดทุกวินาที เพื่อมิให้พลาดช่วงเวลาการตกลูกของหลินฮุ่ย
ทั้งนี้การเฝ้าติดตามพฤติกรรมดังกล่าว อาจจะมีการคลาดเคลื่อนได้ เนื่องจากการตกลูกของแพนด้าไม่มีระยะเวลาที่แน่นอน แต่จากการสังเกตพฤติกรรม หลินฮุ่ยมีพฤติกรรมและสัญชาตญาณของความเป็นแม่สูง โดยจะใช้ข้อมูลจากการให้กำเนิดหลินปิงมาเป็นฐาน ซึ่งครั้งที่ผ่านมา หลังจากที่คลอดหลินปิง หลินฮุ่ยรีบตรงเข้าไปคาบลูกและอุ้มขึ้นมากินนมทันที ซึ่งทางทีมสัตวแพทย์จะทำการตรวจสอบว่าน้องหลินปิงที่จะเกิดเร็วๆ นี้ จะได้กินนมจากหลินฮุ่ยจริงๆ หรือไม่ เพราะนมน้ำเหลืองในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มีคุณค่าทางอาหารสูง และยังมีภูมิคุ้มกันโรค โดยจะให้เวลาในช่วง 3 วันแรก จากนั้นจะทำการแยกลูกน้อย มาทำการตรวจสุขภาพ ว่ามีความผิดปกติหรือไม่ และจะคืนให้กับหลินฮุ่ยดูแลลูกน้อยต่อไป
อย่างไรก็ตาม ในช่วงระยะนี้ทางเจ้าหน้าที่ของสวนสัตว์เชียงใหม่ ได้มีการติดตั้งกล้องถ่ายทอดสดจากคอกกักของหลินฮุ่ย ให้กับนักท่องเที่ยวได้ชม และร่วมลุ้นกับการให้กำเนิดแพนด้าน้อยตัวที่ 2 ของประเทศไทยด้วย



