
คาด'หลินฮุ่ย'ตกลูกหลัง10ม.ค.
หัวหน้าทีมสัตวแพทย์ ประจำสวนสัตว์เชียงใหม่ คาดการให้กำเนิดลูกน้อยของหลินฮุ่ย จะเกิดขึ้นหลังวันที่ 10 ม.ค.
4 ม.ค. 57 นสพ.บริพัฒน์ ศิริอรุณรัตน์ หัวหน้าทีมสัตว์แพทย์ประจำสวนสัตว์เชียงใหม่ แถลงข่าวความคืบหน้าในการตรวจการตั้งครรภ์ของแพนด้าหลินฮุ่ย ที่ตั้งครรภ์มาแล้ว 97 วัน ขณะนี้สามารถทำอัลตราซาวด์ ได้เพียง 5 นาที ซึ่งจากการอัลตราซาวด์ทางทีมสัตว์แพทย์ก็ยังไม่พบตัวอ่อนภายในท้อง แต่อย่างใด แต่จากการตรวจสอบโดยเครื่องมือการไหลเวียนของเลือด พบว่ามีการเคลื่อนไหวของเลือด ที่คาดว่าจะเป็นของตัวอ่อน ส่วนสาเหตุที่ไม่พบตัวอ่อน และอัตราการเต้นของหัวใจ คาดว่าน่าจะเกิดจากตัวอ่อนมีขนาดเล็กมาก จึงทำให้ไม่สามารถตรวจพบได้ ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกันกับช่วงของการอัลตราซาวด์หลินฮุ่ยในช่วงตั้งครรภ์หลินปิง แต่อย่างไรก็ตาม ทางทีมงานยังคงเชื่อว่าในท้องของหลินฮุ่ยมีตัวอ่อน อยู่อย่างแน่นอน
ขณะที่การตรวจสอบระดับฮอร์โมนโพรเจสเทอโรน พบว่า มีแนวโน้มที่จะลดลงตามลำดับ จากการใช้ข้อมูลอ้างอิงในการให้กำเนิดหลินปิง ซึ่งเป็นการบ่งชี้ว่าเข้าสู่ช่วงของการตั้งครรภ์ระยะปลาย และคาดว่าหลังจากนี้ปากมดลูกจะเริ่มขยายตัวมากขึ้น หลังพบว่าเต้านมของหลินฮุ่ย ทั้ง 4 เต้าเริ่มตั้งและมีน้ำนม แสดงภาวะความเป็นแม่สูง และเริ่มมีการเลียอวัยวะเพศ และทำความสะอาดตัวเองด้วยการเลียตามตัว คาดว่าหลินฮุ่ยจะให้กำเนิดลูกน้อย เร็วๆ นี้
นสพ.บริพัฒน์ กล่าวว่า หลังจากนี้ทางทีมสัตวแพทย์ จะไม่ทำการบังคับในการนำตัวหลินฮุ่ยมาอัลตราซาวด์ เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้หลินฮุ่ย อยู่ในภาวะเครียด แต่หากสามารถกระทำได้ ก็จะตรวจสอบหาคลื่นหัวใจของตัวอ่อน และขนาด เพื่อทำการวิเคราะห์ และคำนวณเวลาการตกลูก โดยจะใช้ข้อมูลของหลินปิง รวมทั้งในช่วงระยะนี้จะมีการเน้นการให้อาหารควบคู่กับการเพิ่มวิตามิน และอาหารเสริมเพื่อบำรุงให้หลินฮุ่ยสามารถผลิตน้ำนม ได้อย่างเต็มที่ เพื่อดูแลลูกน้อยที่จะเกิด เนื่องจากตนเองมองว่า น้ำนมแม่ในช่วง 3 วันแรกจะมีโปรตีน และแร่ธาตุที่มีประโยชน์มากที่สุด และจะให้หลินฮุ่ยเป็นผู้ให้นม และเลี้ยงลูก
นอกจากจะมีการนำหลินฮุ่ยออกไปยังส่วนจัดแสดง และบ้านสวนด้านหลัง เพื่อปรับเปลี่ยนบรรยากาศ และเพื่อให้หลินฮุ่ยอยู่ในภาวะที่ผ่อนคลาย เพื่อให้ร่างกายอยู่ในสภาพแข็งแรงสมบูรณ์ ส่วนเรื่องของการคาดการณ์การให้กำเนิดลูก เบื้องต้นทางทีมสัตว์แพทย์ยังไม่สามารถระบุได้อย่างแน่ชัด เนื่องจากโอกาสการตกลูก มีทุกเวลา เพราะแพนด้าจะต้องครรภ์และให้กำเนิดลูกที่แตกต่างกัน ไม่มีระยะเวลาที่แน่นอน แต่ทั้งนี้มีความเป็นไปได้ว่าหลินฮุ่ยอาจจะให้กำเนิดลูกน้อย ช่วงหลังวันที่ 10 มกราคมนี้
ส่วนกรณีที่กังวลว่าหลินฮุ่ยจะแท้งลูกหรือไม่นั้น มีโอกาสที่จะเป็นไปได้ เนื่องจากแพนด้าทุกตัวที่อยู่ในช่วงการตั้งครรภ์ ก็มีโอกาสแท้งสูง แต่จากที่ผ่านมาของการให้กำเนิดหลินปิง ก็เชื่อว่าหลินฮุ่ยจะสามารถดูแลลูกในครรภ์ได้เป็นอย่างดี ประกอบกับน้ำเชื้อที่แข็งแรง และสุขภาพของหลินฮุ่ยที่มีความพร้อม 100% รวมทั้งทางทีมสัตวแพทย์ได้มีการติดตามพฤติกรรมตลอด 24 ชั่วโมง
อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะมีการติดตั้งกล้องระบบ HD ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อถ่ายทอดให้นักท่องเที่ยว และประชาชน ได้เห็นทุกวินาทีของหลินฮุ่ย และช่วงเวลาสำคัญในการให้กำเนิดลูก



