ไลฟ์สไตล์

'โมโกจู'ครั้งหนึ่งยังน้อยไป

'โมโกจู'ครั้งหนึ่งยังน้อยไป

05 ม.ค. 2557

ชวนเที่ยว : 'โมโกจู' ครั้งหนึ่งยังน้อยไป : เรื่อง / ภาพ ... สามจอ www.facebook.com/samjawPhoto

 

                          เกือบจะสี่โมงเย็นแล้ว ผมยังคงเดินไม่ถึงจุดหมาย ค่อยๆ เงยหน้ามองดูเส้นทางข้างหน้าที่สูงและชัน ถึงอย่างไรก็ต้องกัดฟันเดินให้ถึงจุดพักกางเต็นท์ อุณหภูมิที่ลดต่ำลงควงเอาม่านหมอกลอยละล่องอยู่ตรงหน้า กรรมละสิงานนี้ ฟ้าข้างบนคงปิด วันนี้คงอดเห็นพระอาทิตย์ตกแน่ๆ เสียงตัวเองบ่นพึมพำอยู่ในลำคอ ในขณะที่ต้องก้าวขาสู้กับการฉุดรั้งของแรงดึงดูดของโลกต่อไป บรรยากาศ ณ เวลานี้เหมาะสมกับชื่อของ "โมโกจู" เสียจริง

                          โมโกจู เป็นชื่อยอดเขาในภาษากะเหรี่ยง แปลว่า "เหมือนฝนจะตก" และเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดใน อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จ.กำแพงเพชร นักเดินทางรุ่นแล้วรุ่นเล่า ยกปริญญาดุษฎีบัณฑิตสาขาการเดินป่าระยะไกลให้แก่คนสามารถผ่านที่นี่ไปได้ เนื่องจากเส้นทางที่เดินนั้นมี โหด มัน ฮาให้ได้ลิ้มลอง ทั้งทางราบเดินตัวปลิว ทางเขาที่ลื่นลาดชัน มีทั้งตัวตัดจังหวะอย่างตัวคุ่น, เห็บลม และทาก ซึ่งแต่ละชนิดก็ให้สรรพโทษต่างกันไปแล้วแต่บุคคล ยิ่งถ้าผู้ที่มีอาการแพ้แมลงกัดต่อยดูด(เลือด)ด้วยแล้ว ต้องอาศัยเวลานานนับเดือนกว่ารอยแผลเหล่านี้จะหายไปอย่างสมบูรณ์ เรียกว่าฝากรอยไว้กันลืมเลยทีเดียว

                          เมื่อ 3 ปีก่อนก็ได้รับความอนุเคราะห์จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงาน จ.สุโขทัย เชิญชวนให้มาลองเดินป่าที่นี่สักครั้ง แต่เมื่อมีครั้งแรกก็ต้องมีครั้งที่สองตามมา เวลาห่างกันขนาดนี้ สุขภาพก็มีถอยหลังเข้าคลองบ้าง แต่เมื่อใจยังโหยหาที่จะออกเดินทางอะไรก็คงหยุดยั้งไว้ไม่ได้ รีบเก็บข้าวเก็บของออกเดินทางสู่ยอดเขาแห่งนี้อีกครั้งหนึ่ง

                          จุดที่น่าสนใจแห่งหนึ่งของอุทยานก็คือ “ช่องเย็น” อันขึ้นชื่อเรื่องอากาศที่เย็นได้เย็นดีตลอดทั้งปี เพราะจุดนี้เป็นช่องลม ซึ่งทุกครั้งที่ลมเหนือพัดผ่านก็จะหอบเอาความหนาวเหน็บมาด้วยทุกครั้งไป และเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางของนักนิยมปักษี มาตามหานกอพยพหลายชนิดที่แวะเวียนมาพักที่นี่ จากบริเวณจุดกางเต็นท์เดินไปอีกประมาณ 300 เมตร ก็จะได้ไต่ขึ้นยอดภูสวรรค์ จุดชมวิวที่ดีสุดของที่นี่ การที่ได้ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่เช้า เพื่อมาให้ทันดูพระอาทิตย์ตก ณ จุดนี้ เหมือนเป็นการตรวจสอบความพร้อมของร่างกายที่จะลุยต่อไปยังยอดเขาที่สูงกว่าในวันพรุ่งนี้

                          5 วัน 4 คืน เป็นสูตรสำเร็จของการเดินขึ้นสู่ยอดเขาโมโกจู ครั้งนี้ได้เจ้าหน้าที่นำทางฝีมือดีอย่างพี่อาทิตย์และพี่ตอน เป็นผู้ดูแลปิดหัวปิดท้ายขบวนนักเดินทาง โดยวันแรกเริ่มจากการออกเดินทางในช่วงสายนิดๆ ระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร จากที่ทำการอุทยานไปยังจุดพักคืนแรกที่ แคมป์แม่กระสา สภาพเส้นทางเป็นถนนลูกรังไต่เขาที่ระดับความลาดเอียง 35-45 องศา ในช่วงแรกๆ เป็นจุดวัดกำลังใจ ของช่วงชั่วโมงแรกที่ท้าทายกล้ามเนื้อขาชื่อ "มอขี้แตก" และตรงจุดนี้เองเป็นจุดกลับใจ ถ้าคิดว่าไหวก็ไปต่อ ถ้าหากไม่ไหวจะกลับตอนนี้ยังสามารถกลับตัวกลับใจได้ แต่ก็มีน้อยถึงน้อยมากที่มีอาการถอดใจ

                          วันที่สองหลังจากจัดการกับอาหารมื้อเช้า เราจะดิ่งไปสู่ แคมป์แม่เรวา ซึ่งมีระยะทางที่ต้องเดินสั้นลง แค่เพียง 4 กิโลเมตรเท่านั้น แม้ทางจะไม่ราบเรียบเหมือนวันที่ผ่านมา แต่เส้นทางนี้ดูน่าสนใจ เพราะเดินอยู่ท่ามกลางป่าที่ฟื้นตัวจากการถางป่าเพื่อทำไร่ข้าวโพดของชาวบ้านเมื่อราว 30 ปีก่อน วันนี้ยังมีไม้ใหญ่ที่ยังคงรอดพ้นจากการโค่นล้ม เติบโตสูงชะลูดอยู่ท่ามกลางป่าไผ่ ลำน้ำแม่เรวาช่วงนี้กว้างขึ้น เป็นการทดสอบความสามารถการทรงตัวเมื่อต้องเดินข้ามสะพานไม้ไผ่ กับสะพานลำต้นไม้ใหญ่ขนาดสามคนโอบ เพียงช่วงเที่ยงก็มาถึงที่พักของคืนนี้ แต่ภารกิจที่สำคัญหลังจากนี้ยังรออยู่

                          8 กิโลเมตรสุดท้าย เป็น 8 กิโลเมตรที่ถือว่าเป็นที่สุดของการเดินทางในทริป วันนี้เป็นการเดินด้วยท่าทางฟรีสไตล์ ใครใคร่เดินๆ ใครใคร่ใส่เกียร์โฟร์ตะกุย ก็ตามสะดวก มีข้อแม้อย่างเดียวคือ ต้องไปให้ถึง โดยมีเวลาพระอาทิตย์ตกดินเป็นตัวเร่งฝีเท้า เพราะถ้าใช้เวลาอย่างฟุ่มเฟือย แวะพักหอบนานเกินงามละก็ คงอดชมพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า ซึ่งเป็นการแสดงแสงบนแผ่นฟ้า ถึงแม้ว่าจะเป็นพระอาทิตย์ดวงเดียวกันก็ตาม แต่เครื่องเคียงโดยรอบนั้นเชิญชวนให้ผู้คนนับร้อยนับพันยอมกัดฟันเดินมาถึงที่นี่จนได้

                          ช่วงนี้คงเป็นช่วงขาขึ้นของชีวิต มีแต่เดินขึ้นเดินขึ้น จากระดับความสูงที่ 900 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง มุ่งสู่ที่ระดับความสูง 1,964 เมตร วันนี้วันเดียวต้องไต่สันตามสันเขา 3 ลูก เมฆหมอกยังบดบังแสงแดดไม่ให้ตกมาถึงพื้นดิน ความกังวลใจมีมากขึ้น เนื่องจากมีความเป็นไปได้สูงที่จะได้เห็นเพียง หินเรือใบ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญและสูงที่สุด ที่อุตส่าห์บากบั่นมาถึงตั้งอยู่ท่ามกลางหมอกทึมทึบ นั่นจะเป็นความเสียดายขั้นสูงสุดหากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น แต่ธรรมชาติก็มักทำให้แปลกใจได้เสมอ เมื่อ แสงอาทิตย์ ทะลุเมฆหมอกฝนมาถึงยอดหญ้าจนได้ เสียงเพื่อนร่วมเดินทางทั้งหลายต่างดีใจกันอย่างออกนอกหน้า รีบปลดสัมภาระที่แบกอยู่บนหลังวางลงกับพื้น เก็บภาพลำแสงเทพประทานเอาไว้ก่อนที่จะกลายเป็นแสงธรรมดาๆ สามัญๆ หมดความน่าสนใจ ลมแรงๆ ค่อยคลี่ม่านหมอกที่หุ้มห่อป่าผืนแห่งนี้ออกรับแสงแดดอุ่นๆ

                          ฟ้าเปิดใจเปิดรอยยิ้มรับ หินเรือใบแลนด์มาร์คของยอดเขาแห่งนี้อยู่ตรงหน้าแล้ว จริงๆ แล้วมันก็เป็นเพียงก้อนหินธรรมดาก้อนหนึ่ง หน้าตา สูงราวๆ 2.5 เมตร แต่ทว่ามันดันมีปลายยอดที่แตะความสูง 1,964 เมตร จึงเป็นที่ทุกคนต้องไม่พลาดมาถ่ายรูปเพื่อเช็กอินให้คนอื่นอิจฉาไปตามๆ กัน ด้วยความช่วยเหลือของพี่อาทิตย์ที่ช่วยดึงแขน และแนะนำจุดที่จะวางเท้าที่ปลอดภัย จนสามารถขึ้นไปบนยอดหินก้อนนี้ได้บ้าง ซึ่งเป็นประสบการณ์ใหม่กว่าครั้งที่แล้ว มองไปโดยรอบมีมวลหมอกจำนวนมหาศาลกำลังไหลเอื่อยไปยังพื้นที่ว่างอยู่เหนือยอดไม้ด้านล่าง ผืนป่าที่เห็นเบื้องหน้านั้น ฝั่งหนึ่งเป็นเขตแม่วงก์ อีกฝั่งเป็นเขตรักษาพันธ์สัตว์อุ้มผาง โดยใช้สันเขาลูกที่เรายืนอยู่นี้เป็นเส้นแบ่งเขตการดูแล

                          ดวงอาทิตย์วันใหม่กำลังโผล่ขึ้นเหนือขอบฟ้า มวลหมู่ดวงดาวที่เคยจรัสแสงยามค่ำคืน ถูกแสงอาทิตย์ไล่ให้ไปพักผ่อน ชีวิตวันใหม่กำลังเริ่มดำเนินต่อไป เสียงบรรเลงเพลงป่าที่มีชะนีเป็นนักร้องนำ โดยมีนกน้อยใหญ่คอยสอดเสียงประสาน อยากจะนั่งฟังและค่อยๆ เก็บภาพตรงหน้าเอาไว้ในจินตภาพ ความสวยงามที่ค้นพบถูกเก็บเอาไว้ในภาพถ่าย เตรียมเผยแพร่ถึงยังอีกหลายคนที่ไม่มีโอกาสได้ขึ้นมาที่ตรงนี้ ต่อจากนี้ชีวิตขาลงต้องเริ่มขึ้น

                          การอำลายอดเขาแห่งนี้ไปแค่กาย แต่ใจนั้นอิ่มเอม โมโกจูแค่ครั้งสองครั้งนั้นน้อยเกินไปเสียแล้ว

 

-------------------------

                          อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จัดกิจกรรมเดินป่าระยะไกลพิชิตยอดโมโกจู 5 วัน 4 คืน ช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ของทุกปี มีค่าบริการนำทางและค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่ 8,000 บาทต่อกลุ่ม สมาชิกเดินทางตั้งแต่ 5 คนแต่ไม่เกิน 12 คน (ค่าลูกหาบวันละ 500 บาทต่อคน สัมภาระไม่เกิน 20 กิโลกรัมต่อคน) และต้องเตรียมอาหารเผื่อลูกหาบด้วย สอบถามเพิ่มเติม อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ โทร.0-5576-6024 หรือ ททท.สำนักงานสุโขทัย (รับผิดชอบพื้นที่ สุโขทัย, กำแพงเพชร) โทร.0-5561-6228-9, 0-5561-6366

 

-------------------------

(ชวนเที่ยว : 'โมโกจู' ครั้งหนึ่งยังน้อยไป : เรื่อง / ภาพ ... สามจอ www.facebook.com/samjawPhoto)