ไลฟ์สไตล์

กูด...จาม...กับความสุขกองพะเนิน

กูด...จาม...กับความสุขกองพะเนิน

05 ม.ค. 2557

เที่ยวนี้ขอเล่า : กูด...จาม...กับความสุขกองพะเนิน : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง

 

                          เรือลำนั้นโคลงตัวอยู่กลางทะเลนานราวครึ่งวัน หรือบางเที่ยวแถมให้เป็นค่อนวัน แล้วแต่อารมณ์ของคลื่นลม หลับๆ ตื่นๆ เวียนอยู่สามสี่รอบนั่นแหละ ถึงจะเห็นเค้าหน้าของเกาะกูด

                          ไม่ได้นึกจะไปก็ไปตามอำเภอใจ ก่อนจะไปต้องเช็กว่าวันนี้จะมีเรือออกหรือเปล่า เพราะถ้าไม่มี นั่นหมายถึงอาจต้องรอเคว้งอยู่แถวฝั่ง หรือไม่ก็ต้องไปรบเร้าเว้าวอนเรือประมงและเรือขนของขอติดเรือไป 

                          นั่นมันเรื่องเมื่อหลายปีก่อน  ออกตัวเอี้ยดเลยว่าฉันไม่ได้ชราขนาดนิยมหยิบเรื่องเก่ามาเล่าเป็นคุ้งเป็นแคว แต่แอร์เย็นฉ่ำในเรือเร็วที่เหาะจากท่าเรือแหลมศอกไปหา เกาะกูด ในวันนี้ ชวนให้ภาพเก่าๆ เรื่องเก่าๆ มันลอยฟุ้งอยู่ในอากาศเย็นๆ

                          นั่งผึ่งแอร์ ดูทีวีจอแบนอย่างสบายอารมณ์ ไม่สะทกสะท้านกับคลื่นลมที่โหมกระพืออยู่ด้านนอก ตุนยังไม่ได้ซักงีบเดียว เรือก็เทียบท่าตรงอ่าวสลัดแล้ว

                          นี่มันหนังคนละม้วนกับเมื่อหลายปีก่อน แต่มันคือเรื่องจริง เมื่อเส้นทางสู่เกาะกูดไม่ลำบากยากเข็ญเหมือนอดีตเสียแล้ว

                          แต่ก่อนเกาะกูดไม่มีซะหรอก สามดาว สี่ดาว ถ้าไม่ไปนอนเรือนพักชั้นประหยัด ก็ลงเอยที่บ้านของชาวบ้าน แต่เดี๋ยวนี้น่ะเหรอ หกดาวยังหาได้บนเกาะกูด ธรรมดาซะที่ไหนกัน

                          สมัยก่อนฝรั่งยังเดินทางมาไม่ถึง ต้องพวกฝรั่งที่เป็นนักล่าเกาะน่าเที่ยวระดับฮาร์ดคอร์จริงๆ ถึงจะข้ามน้ำข้ามทะเลมาหาเกาะกูดได้ ชีพจรของเกาะกูดจึงเต้นได้ด้วยนักเดินทางชาวไทยที่ยกขบวนกันมาชุดใหญ่ในเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์ ที่เหลือคือช่วงเวลาแห่งความหรอมแหรม และอีก 5-6 เดือนให้เกาะกูดได้พักผ่อนบ้าง

                          แต่พออะไรๆ ก็เป็นใจ มีเรือวิ่งวันละ 3-4 เจ้าทั้งสปีดโบ๊ททั้งเรือด่วนติดแอร์ที่บรรจุคนได้ครั้งละหลายร้อยคน เรือนพักหลายดาวก็พากันมายึดหัวหาด เกาะกูดจึงเป็นหมุดหมายที่เนื้อหอมขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งใครที่เบื่อหน่ายกับบรรยากาศที่ประดิษฐ์ความสะดวกสบายของเกาะช้าง พวกเขายิ่งคัดชื่อของเกาะกูดเข้ามาพิจารณา 

                          สำหรับใครที่ยังมีใจให้แสงสีผับบาร์คาเฟ่ ต้องเดินเข้าไปตอกบัตรในเซเว่นอีเลฟเว่นทุกวันเหมือนถูกสะกดจิต หรือชีวิตนี้ฉันขาดตู้เอทีเอ็มไม่ได้เด็ดขาด กรุณารักใคร่เกาะช้างต่อไป และเขี่ยชื่อของเกาะกูดออกไป เพราะคุณคงไม่เหมาะกับเกาะที่แออัดไปด้วยธรรมชาติอันหมดจดอย่างเกาะกูด

                          เกาะกูดเที่ยวนี้ของฉันไม่ได้มาเพราะเบื่อเกาะช้าง แต่เต็มใจมาเพราะคิดถึงเกาะกูดเต็มประดา ฉันคงตะลุยตะลอนอยู่นอกชายคาขวานทองอย่างหักโหมเกินไป จนแทบไม่เหลือเวลาให้เกาะแก่งน้อยใหญ่อันเป็นที่รักทั้งหลาย ปี 2014 ฤกษ์งามยามดี จึงคัดชื่อของเกาะอันเป็นที่รักเอาไว้เดินสายเที่ยว และไม่มีที่ไหนเหมาะจะเจิมเท่าเกาะกูดอีกแล้ว

                          กูดยิ้มรับตั้งแต่เดินขึ้นฝั่ง กลิ่นคาวปลาและน้ำทะเลโชยคลุ้งมารับขวัญ ไม่ได้เจอกันหลายปีกูดมีทั้งสิ่งที่เปลี่ยนไปและเหมือนเดิม 

                          ถนนเทปูนเลี่ยมกริ๊บตั้งแต่หัวเกาะยันท้ายเกาะ แต่อย่าหวังว่าจะมีรถมาเบียดเสียดติดหนึบกันเหมือนเกาะช้าง เพราะนั่งไป 5 นาทีถึงจะมีรถสวนมาคัน คนที่นี่เขายังมีใจให้มอเตอร์ไซค์อย่างเสมอต้นเสมอปลาย

                          40 นาทีจากอ่าวสลัด ป้าย จามส์เฮ้าส์ เกาะกูด รีสอร์ท (www.chamshouse.com) ก็ปรากฏอยู่ที่ปลายทาง

                          หะแรกที่หายใจในชายคาของจามส์เฮาส์ ฉันรู้สึกว่าสบายใจอย่างบอกไม่ถูก หรือนี่คือพื้นที่แห่งการพักผ่อนหย่อนอารมณ์ พอสองขาทาบลงจึงรู้สึกโปร่งโล่ง ลมเอื่อยๆ คอยคลอเคลียไม่ห่าง เมื่อได้เวลคัม ดริงค์เข้าไปผสมโรง บวกกับอุ่นไอไมตรีจิตของน้องๆ พนักงานที่นี่ ฉันเริ่มรู้สึกเผลอปลื้มจามส์เฮาส์เข้าแล้ว

                           ยิ่งเมื่อผลักประตูเข้าเรือนพักของจามส์เฮาส์ยิ่งอยากเอกเขนก วิลล่าและห้องพักที่นี่ถูกออกแบบให้เห็นวิวทะเลทุกห้อง และยิ่งชวนให้รู้สึกสดชื่นรื่นปอดเมื่อมองไปทางไหนเจอแต่ต้นไม้และทิวมะพร้าว

                          จะมีอยู่อย่างเดียวที่ทำให้คิ้ว 2 ข้างขมวดเข้าหากัน คงเป็นหลังคาบ้านแต่ละหลัง และที่มาของชื่อจาม หอบความสงสัยไปหาสองพี่น้องเจ้าของจามส์เฮาส์ พี่วี "ทวีบูรณ์ อุปโชติสุวรรณ” และ น้องบี "ชนิตร์นันทน์ เกตุเลขา” อดีตนักบินหนุ่ม ให้ช่วยคลี่คลายทุกข้อสงสัย

                          “บรรพบุรุษของบ้านเราเป็นชาวจาม เข้ามาอยู่ในไทยตั้งนานแล้ว ชาวจามคือกลุ่มชนชาวมุสลิมที่มาจากเขมร กลุ่มที่มากรุงเทพฯ ก็มาปักหลักอยู่ที่ชุมชนบ้านครัว ครอบครัวพี่ดั้งเดิมสมัยคุณยายก็ทำผ้าไหมกับจิม ทอมป์สัน อีกฟากหนึ่งคือเรามีที่ดินก็ทำนา พอคิดจะมาทำรีสอร์ทที่เกาะกูดก็เลยตั้งชื่อจามดีกว่า  บอกให้รู้ว่านี่คือบรรพบุรุษของเรา"

                          แค่พี่วีเกริ่น ฉันก็นั่งไม่ติดแล้ว เพราะไม่ใช่รีสอร์ทหรือโรงแรมทุกที่ในไทยจะมีเรื่องราวและที่มาที่ไปมาเล่าให้แขกเหรื่อฟัง

                          “บ้านทรงแปดเหลี่ยม หลังคาแบบงอบ ในห้องน้ำมีปล่องที่เหมือนเป็นรังไหม ต้นไม้เขียวครึ้ม แต่บางโซนเหมือนนาข้าว เราอยากให้นาข้าวกับผ้าไหมแทรกตัวอยู่ในจามส์เฮาส์ แม้แต่ชื่อห้องอาหาร ชื่อสปา ชื่อบาร์ริมทะเล และป้ายบอกห้อง ทุกอย่างผูกพันอยู่กับนาข้าว ผ้าไหมและวัฒนธรรมของชาวจาม”

                          จริงอย่างพี่วีว่า ที่นี่ผูกพันกับไหมจริงๆ ขนาดสปาที่ฉันไปใช้บริการมา เขายังใช้รังไหมมานวดหน้าเลย เรียกว่าเป็นซิกเนเจอร์ของจามส์เฮาส์เลยก็ว่าได้ เขาว่าโปรตีนในรังไหมเยอะใช้นวดหน้าแล้วจะหน้าเด้งหน้าตึง เลยลองซักรังสองรัง ตึงจริงๆ แฮะ

                          เรื่องราวของจามส์เฮาส์ทำให้เดินจากมาแบบในหัวเต็มไปด้วยความพลุ่งพล่าน คืนนั้นคลิกไปค้นเรื่องราวของอาณาจักรจามอย่างเพลิดเพลิน มาเกาะกูดแท้ๆ แต่ค่ำคืนนั้น จมดิ่งหมุนวนอยู่คำว่าจาม 

                          โมงยามแห่งความสุขมันเคลื่อนผ่านไปไวเสมอ หลายวันใต้ชายคาจามส์เฮาส์ ฉันพบว่าความสุขกองพะเนินเกิดจากได้ใช้ชีวิตเนิบนาบที่นึกถึงทีไรอมยิ้มทุกที แล้วจู่ๆ ก็คิดเรื่อยเปื่อยไปว่า นึกถึงขนมปังเป็นต้องนึกถึงฟาร์มเฮ้าส์ แต่ถ้าคิดถึงเกาะกูดเป็นนึกถึงจามส์เฮาส์ทุกทีสิน่า 

 

 

-------------------------

(เที่ยวนี้ขอเล่า : กูด...จาม...กับความสุขกองพะเนิน : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง)